เลือกตั้ง 69 ต้องไม่ลืมแรงงาน! สสส. สานพลัง มธ.-มูลนิธิเพื่อนหญิง-ภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่ ‘จับชีพจรแรงงานไทย’ หลังพบ ผู้ใช้แรงงานใน-นอกระบบ 40 ล้านคน รายได้ต่ำ-งานไม่ปลอดภัย-เข้าไม่ถึงสิทธิสุขภาพ

วันนี้, 10:25น.


      เลือกตั้ง 69 ต้องไม่ลืมแรงงาน! สสส. สานพลัง มธ.-มูลนิธิเพื่อนหญิง-ภาคีเครือข่าย เปิดพื้นที่ ‘จับชีพจรแรงงานไทย’ หลังพบ ผู้ใช้แรงงานใน-นอกระบบ 40 ล้านคน รายได้ต่ำ-งานไม่ปลอดภัย-เข้าไม่ถึงสิทธิสุขภาพ ดัน 4 ข้อเสนอใหญ่ถึงพรรคการเมืองบรรจุนโยบาย แก้ปัญหาเดิม รับมือการจ้างงานรูปแบบใหม่ มุ่งเกิดการคุ้มครองแรงงานอย่างทั่วถึง เป็นธรรม และเท่าเทียม

      เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 18 ม.ค. 2569 ที่คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) มูลนิธิเพื่อนหญิง และภาคีเครือข่าย จัดเวทีเสวนาวิชาการ จับชีพจรแรงงาน ข้อเสนอเชิงนโยบายพรรคการเมืองกับการจ้างงาน การคุ้มครองสิทธิและการส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนทำงาน กับการเลือกตั้ง ปี 2569” พร้อมยื่นข้อเสนอต่อผู้แทนพรรคการเมือง 8 พรรค พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคไทยสร้างไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย พรรคแรงงานสร้างชาติ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อขับเคลื่อนให้สิทธิแรงงานและสิทธิสุขภาพเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างแท้จริง



      นางภรณี ภู่ประเสริฐ ผู้ช่วยผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2567 พบ ไทยมีผู้ใช้แรงงานประมาณ 40 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบ 21.1 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ยเพียง 8,513 บาทต่อเดือน ขณะที่แรงงานในระบบ 18.9 ล้านคน มีรายได้เฉลี่ย 16,202 บาทต่อเดือน หลายคนประสบปัญหาค่าตอบแทนไม่เป็นธรรม สภาพแวดล้อมการทำงานไม่ปลอดภัย รวมถึงเข้าไม่ถึงการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคจากการทำงาน อีกทั้งไทยยังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ที่ปัจจุบันมีผู้สูงวัย 13 ล้านคน และจะเพิ่มสูงขึ้น 32% ในอีก 20 ปีข้างหน้า ส่งผลให้แรงงานนอกระบบมีสัดส่วนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ถึง 21.7% สะท้อนถึงความจำเป็นในการทำงานเพื่อความอยู่รอดแม้ในวัยเกษียณ นอกจากนี้การทำงานรูปแบบใหม่ (Platform Economy) หรือเทคโนโลยีทำให้เกิดงานรูปแบบใหม่ เช่น ไรเดอร์และฟรีแลนซ์ มีความคลุมเครือในสถานะลูกจ้าง ทำให้หลุดพ้นจากการคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานแบบดั้งเดิม กระทบถึงสิทธิแรงงานและสิทธิทางสุขภาพ ส่งผลต่อสุขภาวะที่ดีของแรงงานทุกคน

      “การขับเคลื่อนนโยบายที่คุ้มครองคนทำงานทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม ถือเป็นภารกิจสำคัญที่ สสส. ร่วมกับภาคีเครือข่ายมากกว่า 50 องค์กร ผลักดันจนเกิดเป็นข้อเสนอ 4 ด้าน คือ 1.ทบทวนนิยามความเป็นลูกจ้างให้เท่าทันสถานการณ์และการจ้างงานรูปแบบใหม่ โดยแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ให้คนทำงานทุกคนได้รับการคุ้มครองในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน 2.กำหนดสิทธิและสวัสดิการตามสภาพการทำงานจริงและสอดคล้องกับลักษณะการทำงาน 3.จัดบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคตามความเสี่ยงจากการทำงาน เช่น แรงงานสองล้อที่บริการสุขภาพทั่วไปยังไม่ตอบโจทย์ และไรเดอร์ประมาณ 80% ที่ไม่เคยตรวจสุขภาพ 4.การขยายอายุการทำงาน สมัครใจ ควบคู่กับการประเมินสมรรถนะรายบุคคล แบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อรับมือสังคมสูงวัย โดยจัดเป็นแพ็กเกจที่มีเงื่อนไขชัดเจน กำหนดมาตรฐานค่าตอบแทน ความปลอดภัยในการทำงาน และการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อผู้สูงอายุ เพื่อให้ไทยเป็นสังคมที่ทุกคนมีสุขภาวะได้จริง ได้รับความเป็นธรรมและเท่าเทียม” นางภรณี กล่าว



      ผศ.ดร.กฤษฎา ธีระโกศลพงศ์ อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และโครงสร้างประชากร กำลังทำให้งานและความสัมพันธ์การจ้างงาน ในประเทศไทยหลุดออกจากกรอบเดิมของกฎหมายแรงงาน ที่ผูกกับรูปแบบสัญญาจ้างแบบดั้งเดิมมากขึ้นเรื่อยๆ ผลลัพธ์คือแรงงานจำนวนมากโดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ แรงงานอิสระ และแรงงานแพลตฟอร์ม เผชิญความไม่มั่นคง รายได้ต่ำ ขาดอำนาจต่อรอง และเข้าไม่ถึงสิทธิประโยชน์ด้านแรงงานและสุขภาพอย่างเป็นธรรม ทั้งที่เป็นฐานแรงงานสำคัญของประเทศ ซึ่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความสำคัญกับนโยบายแรงงาน 5 ประเด็น 1.รวมตัว จัดตั้งสหภาพ และอำนาจการต่อรองร่วม 2.ยกระดับค่าจ้างและปฏิรูประบบไตรภาคี 3.เสริมสร้างสมดุลชีวิตและการทำงาน 4.ขยายการคุ้มครองสำหรับงานรูปแบบใหม่ 5.เปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจภาคไม่เป็นทางการ โดยข้อเสนอเชิงนโยบายฉบับนี้จึงมีข้อเสนอถึงการสร้างงานที่มีคุณภาพและมีความมั่นคงทางรายได้ของคนทุกช่วงวัย และครอบคลุมประเด็นและข้อเรียกร้องของแรงงานหลากหลายกลุ่ม เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นได้จริง



      นายบัณฑิต แป้นวิเศษ คณะทำงานเครือข่ายขับเคลื่อนนโยบายแรงงาน และหัวหน้าฝ่ายขับเคลื่อนนโยบายด้านสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง กล่าวว่า คณะทำงานเครือข่ายขับเคลื่อนนโยบายแรงงาน ร่วมกับ สสส. และทุกภาคส่วน จัดเวทีนี้ขึ้นเพื่อเป็นการส่งเสียงไปยังพรรคการเมืองทุกพรรคให้เห็นความสำคัญของแรงงาน ที่เป็นฟันเฟืองในการร่วมสร้างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมชาติ ผ่านการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายส่งต่อถึงพรรคการเมืองทุกพรรค โดยคาดหวังให้มีการบรรจุข้อเสนอของแรงงานเข้าไปอย่างเป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้จริง ภายใต้ความอ่อนไหวในหลายมิติที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความมั่นคงในการทำงาน การจ้างงานที่มีความสลับซับซ้อน การจ้างงานรูปแบบใหม่ อีกทั้งลูกจ้างภาครัฐในสัญญาจ้างงานชั่วคราว หรือเหมาบริการ ที่ไม่ได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นบนฐานความเท่าเทียมในสังคมได้อย่างมั่นคง









 

X