“น้ำท่วมหาดใหญ่” สสส. ไม่ทอดทิ้ง! ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายฯ เตรียมเปิดโมเดล 3 เฟส ช่วยทันที-ฟื้นบ้าน-สร้างภูมิคุ้มกันภัยพิบัติ

วันนี้, 10:41น.


      “น้ำท่วมหาดใหญ่” สสส. ไม่ทอดทิ้ง! ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายฯ เตรียมเปิดโมเดล 3 เฟส ช่วยทันที-ฟื้นบ้าน-สร้างภูมิคุ้มกันภัยพิบัติ ปิดช่องว่างช่วยเหลือคนพิการหลังน้ำลดแต่ใจหนักอึ้ง! มุ่งวางรากฐานความแกร่งคนพิการตั้งแต่การอยู่รอดไปจนถึงการสร้างความเข้มแข็ง เพื่อรับมือภัยพิบัติในอนาคต! พร้อมส่งต่อน้ำใจจากเหนือสู่ใต้ เปิดจุดรับบริจาค-อาหารแห้ง-เครื่องนุ่งห่ม-ของใช้ดำรงชีพประจำวัน

      นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งถนนหนทาง รถยนต์และที่หนักที่สุดก็คงหนีไม่พ้นบ้านที่อยู่อาศัย ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 พ.ย.68 ระดับน้ำเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่องใกล้เข้าสู่ภาวะปกติในหลายพื้นที่ แต่ช่วงเวลาดังกล่าวยังสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของกลุ่มคนพิการที่ประสบภัยพิบัติอย่างชัดเจน ทั้งวิกฤตที่ไฟฟ้าดับ สัญญาณสื่อสารขาดหาย และการอพยพต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้รถเข็นหรือผู้ป่วยติดเตียง ประสบปัญหาในการช่วยเหลือตนเองและการอพยพเป็นอย่างมาก และศูนย์พักพิงชั่วคราวส่วนใหญ่ยังขาดสิ่งอำนวยความสะดวกที่เข้าถึงได้ ทำให้คนพิการจำนวนมากต้องเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพที่ซ้ำซ้อน เช่น การขาดแคลนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อุปกรณ์การแพทย์จำเป็น และการขาดผู้ช่วยดูแลส่วนบุคคล







      ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวต่อว่า เพื่ออุดช่องว่างดังกล่าว สสส. จึงร่วมกับมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม มูลนิธิด้วยกันเพื่อคนพิการและสังคม และภาคีเครือข่าย ผลักดัน "โครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เป็นคนพิการ (Emergency – Recovery – Resilience Model)" ผ่านแผนงานแบบครบวงจร 3 ระยะ คือ

1.ระยะสั้น ช่วยเหลือเร่งด่วน เน้น “ความปลอดภัย การอยู่รอดเข้าถึงได้จริง” โดยจัดทีมลงพื้นที่เช็คความปลอดภัย จัดการช่วยเหลือด้านสุขภาพขั้นพื้นฐาน อุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็น ให้การดูแลกลุ่มที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ จัดหาชุดยังชีพ สิ่งของ และอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ อาหารบด อาหารอ่อน ยาและอุปกรณ์การแพทย์พื้นฐาน รวมถึงงบประมาณช่วยเหลือฉุกเฉิน งบฟื้นฟูสำหรับอุปกรณ์ช่วยเหลือที่เสียหายจากภัยพิบัติ เบี้ยเดินทางสำหรับการเข้าถึงบริการสาธารณสุข

2.ระยะกลาง ฟื้นฟูความเป็นอยู่ เน้น “กลับไปใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุด” ปรับปรุงที่อยู่อาศัยและสภาพแวดล้อมที่เสียหายด้วย Universal Design ช่วยจัดพื้นที่ให้ปลอดภัย ป้องกันการลื่นล้ม วางระบบไฟ สวิทช์ ห้องน้ำให้เหมาะกับผู้ใช้รถเข็นหรือผู้พิการทางการมองเห็น จัดอบรมคนพิการให้ดูแลตัวเอง โดยแบ่งประเภทตามภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว และแบ่งประเภทความพิการในการช่วยเหลือ

3.ระยะยาว สร้างความเข้มแข็งและความหวัง เน้น “ฟื้นใจ เสริมทักษะ ป้องกันภัยครั้งต่อไป” โดยเยียวยาจิตใจคนพิการและครอบครัว จัดทีมนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน แบ่งกลุ่มบำบัด และพัฒนาแผนชีวิตใหม่หลังภัยพิบัติ (Life After Crisis Plan) พร้อมพัฒนาความรู้ในการป้องกันและรับมือภัยพิบัติครั้งต่อไป จัดหลักสูตรความปลอดภัยสำหรับคนพิการ เช่น อพยพอย่างไรให้ปลอดภัย ติดตั้งสัญญาณเตือนภัย และมีจุดรวมพลที่เข้าถึงได้ พร้อมพัฒนาคู่มือ “Disability-Inclusive Disaster Preparedness” ฉบับย่อให้ชุมชน ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นให้เข้าใจการช่วยเหลือคนพิการในภาวะฉุกเฉิน

      นอกจากนี้ศูนย์บริการคนพิการในเครือข่ายภาคเหนือ ยังตั้งจุดรับบริจาค อาหารแห้ง เครื่องนุ่งห่ม ของใช้ดำรงชีพประจำวัน อุปกรณ์ซักล้าง และอื่นๆ ที่ศูนย์บริการคนพิการ ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ หากท่านใดสนใจร่วมบริจาคสามารถติดต่อพ่อหลวงอนันต์ แสงบุญ รองประธานศูนย์บริการคนพิการ ต.ชมภู ที่เบอร์ 082-901-9781 ระหว่างวันที่ 1-7 ธ.ค. 2568 เพื่อบรรจุเป็นถุงยังชีพแล้วนำส่งให้เครือข่ายคนทำงานพิการหาดใหญ่นำไปช่วยเหลือในพื้นที่ต่อไป ” ผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าว

X