นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. ได้ร่วมกับองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan International Cooperation Agency: JICA) และ กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (Thailand International Cooperation Agency: TICA) จัดอบรมหลักสูตร “MRTA Experience Sharing on Urban Rail Development, Operation and Maintenance” ภายใต้โครงการ Third Country Training Program (TCTP) ระหว่างวันที่ 17 – 25 พฤศจิกายน 2568


.jpg)

ซึ่ง รฟม. ได้มีบทบาทในการเป็นหน่วยงานหลักจัดอบรมดังกล่าว เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการวางแผน พัฒนา ดำเนินการ และบำรุงรักษาระบบรถไฟฟ้าในเขตเมืองของประเทศไทยให้แก่ผู้เข้าร่วมอบรม 18 คนจาก 6 ประเทศ ได้แก่ ประเทศบังกลาเทศ สาธารณรัฐอียิปต์ ประเทศฟิลิปปินส์ ประเทศเวียดนาม ประเทศอินโดนีเซีย และประเทศไทย โดยมีการอบรมทั้งรูปแบบการบรรยายและศึกษาดูงานในพื้นที่สำคัญต่างๆ ของ รฟม. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้เห็นถึงการประยุกต์ใช้ความรู้ทางทฤษฎีกับการปฏิบัติงานจริง เช่น เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ด้านรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (MRTA Learning Center) และ สถานี รฟม. ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์) เยี่ยมชมการออกแบบตกแต่งสถานีสนามไชยและสถานีวัดมังกร ของรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล ( MRT สายสีน้ำเงิน) เยี่ยมชมพื้นที่ก่อสร้างสถานีรัฐสภา สถานีแยกประชาอุทิศและอาคารจอดรถไฟฟ้า (Stabling Yard) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินและสถานีรถไฟฟ้ายกระดับ รวมถึงศูนย์ซ่อมบำรุงรถไฟฟ้ามหานคร สายฉลองรัชธรรมสถานีคลองบางไผ่ (MRT สายสีม่วง) พร้อมกันนี้ ได้นำคณะผู้อบรมเดินทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิตและ การเดินทางขนส่งสาธารณะต่างๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย ซึ่งภายหลังเสร็จสิ้นการอบรม รฟม. ได้จัดให้มีการประเมินผลการเรียนรู้ที่ได้รับจากการเข้าร่วมโครงการฯ พร้อมทั้งได้มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้เข้าร่วมอบรม

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ รฟม. ในการส่งเสริมบทบาทเชิงรุกของประเทศไทยในเวทีการพัฒนาระบบรางระดับนานาชาติ ในฐานะศูนย์กลางความรู้ด้านระบบรางในภูมิภาคเอเชีย โดยใช้ประสบการณ์จริงจากการดำเนินงานของ รฟม.เป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ประเทศกำลังพัฒนา อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญในการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาระบบขนส่งทางรางอย่างบูรณาการในอนาคตต่อไป









