!-- AdAsia Headcode -->

"รถเมล์ไฟฟ้า"ลองนั่งแล้วอาจเลิกขับรถไปทำงาน

04 มิถุนายน 2558, 17:30น.

A PHP Error was encountered

Severity: Notice

Message: Undefined offset: 58

Filename: post_share/detail.php

Line Number: 277


เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีการนำ "รถเมล์ไฟฟ้า" มาทดลองวิ่งบริการคนกรุงเทพฯโดยไม่เสียค่าบริการ ผมเลยรีบไปสำรวจรถคันนี้ว่ามีอะไรแตกต่างไปจากเดิมบ้างครับ



รถคันนี้ยี่ห้อ BYD ตัวรถมีความยาวเท่ารถเมล์ปกติ 12 เมตร มีจำนวน 29 ที่นั่ง ผลิตและนำเข้าจากประเทศจีน เช่นเดียวกับที่ส่งขายในยุโรป โดยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) นำเข้ามาทดลองวิ่งจำนวน 1 คัน





แน่นอนว่ารถคันนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า คล้ายกับพวกรถเก๋งไฮบริดตามท้องตลาด แบตเตอรี่มีขนาดความจุ 324 กิโลวัตต์ มีอายุการใช้งาน 15 ปี รับประกัน 10 ปี ใช้เวลาชาร์จไฟไม่เกิน 5 ชั่วโมง วิ่งได้ระยะทาง 250 กิโลเมตร มีความเร็วสูงสุดไม่เกิน 70 กิโลเมตร/ชั่วโมง มีจุดเด่นที่เวลาจอดรถติดจะใช้พลังงานน้อยมาก แถมยังชาร์จไฟเข้าไปเติมได้ด้วย จากการทดลองวิ่งในวันแรกช่วงเวลา 9.00-16.00น. ใช้แบตเตอรี่ไปไม่ถึง 30%



ตัวรถสามารถปรับระดับความสูงได้ 3 ระดับ ได้แก่ 20, 30, และ 40 เซนติเมตร สำหรับกรณีน้ำท่วม ถนนขรุขระ และเอียงรถเพื่อรับผู้พิการและผู้สูงอายุได้ ส่วนวิธีการดูแลรักษาถือว่าง่ายกว่ารถรุ่นเก่ามาก หน้าปัดรถมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติหากรถมีปัญหา ต่างกับรุ่นเก่าๆ ที่พนักงานขับรถต้องเป็นคนเช็คระบบเครื่องยนต์และของเหลวก่อนจะออกวิ่ง เรียกได้ว่าถ้าไม่ขับรถ ก็เป็นช่างได้เลยทีเดียว



ส่วนตัวผมเองรู้สึกประทับใจกับคุณภาพรถมากครับ นอกจากความใหม่ของรถแล้ว หากเทียบกับรถยูโรและเอ็นจีวี ที่ใช้อยู่ตอนนี้ จัดว่ามีความนิ่มนวลกว่ามาก ส่วนเรื่องราคาถึงแม้จะแพงกว่า 2-3 เท่า คันนึงประมาณ 15 ล้านบาท ส่วนรถยูโรอยู่ที่ 5-7 ล้านบาท แต่ถ้ามองให้รอบด้านทั้งการประหยัดพลังงาน การซ่อมแซม และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อาจจะเรียกว่าเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคตอย่างเห็นได้ชัด



พนักงาน บริษัท ล็อกซเล่ย์ ที่ประจำรถทดลอง เล่าว่า "เรื่องราคาที่สูงของรถ อาจแก้ปัญหาได้ด้วยการนำเข้าแค่ตัวแบตเตอรี่ขับเคลื่อน ส่วนตัวรถถ้าสามารถประกอบในประเทศเองได้ ก็จะลดต้นทุนไปได้อีกเยอะ จริงๆแล้วรถคันนี้นำเข้ามาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และมีการนำมาทดลองวิ่งภายในหน่วยงาน รับส่งพนักงาน หรืองานต่างๆ เช่น ภายในศูนย์ราชการ และงานกาชาด ซึ่งจัดได้ว่าผ่านการทดลองใช้งานอย่างหนักมาแล้ว และไม่เคยมีปัญหาแต่อย่างใด"



ส่วนพนักงานขับรถหญิงของ ขสมก. ให้ความเห็นด้านการใช้งานจริงว่า "ประสิทธิภาพและสมรรถนะดีกว่ารถรุ่นอื่นมาก โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เวลาขึ้นสะพาน หรือทางลาดชัน ไม่ต้องเร่งเครื่องหรือรอรอบ ส่วนรถที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ถ้าจอดค้างบนสะพานขึ้นต่อไม่ไหว ก็ต้องเร่งเครื่องรอรอบใหม่อีกที" ซึ่งผมดูหน้าพี่แล้ว.. ถ้ามีรถรุ่นใหม่นี้ คงอยากตื่นมาทำงานทุกเช้าเลยก็ว่าได้ ..ซึ่งผมเองก็เช่นกัน



ที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลเท่านั้น ผมเองอยากให้ผู้อ่านแต่ละคนได้ลองพิสูจน์ด้วยตนเอง และตอบแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นในเอกสารของ ขสมก. ด้วยนะครับ แต่ก่อนไปยืนรอตามป้ายรถเมล์ ตรวจเช็คตารางรถทดลองได้ตามวันและเส้นทางได้เลยนะครับ

สาย 511 วัดธาตุทอง - ประตูน้ำ 2-5,8-9 มิ.ย.

สาย 141 จุฬาฯ - ตลาดโพธิ์ทอง 10-11,15-18 มิ.ย.

สาย 63 แคราย - อนุสาวรีย์ชัยฯ 19,22-23,26,29-30 มิ.ย.

ดักรอกันดีๆนะครับ ได้นั่ง(รถใหม่)แล้ว อาจไม่อยากลง(นั่งรถเก่า) ก็...เป็น...ได้...



*ทั้งนี้เป็นการพูดถึงแต่เพียงตัวรถเท่านั้น ส่วนการบริการของพนักงานขับรถและเก็บค่าโดยสารเป็นเรื่องที่จะพูดถึงในโอกาสต่อไป



รีวิวโดย อัครวิญญ์ เลิศสดใส