!-- AdAsia Headcode -->

บช.น. ทดลองใช้เครื่องแบบใหม่ตำรวจสายตรวจ 3 สน. ระหว่างวันที่ 3 - 12 พ.ค. 64

03 พฤษภาคม 2564, 22:43น.


     ด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. มีนโยบาย ที่จะปรับเปลี่ยนเครื่องแบบสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานป้องกันปราบปรามให้เหมาะสม กับการปฏิบัติงานในสภาพปัจจุบัน คณะทำงานนโยบายการพัฒนางานป้องกันปราบปราม ซึ่งมีพล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าคณะทำงาน จึงได้จัดทำโครงการการพัฒนาเครื่องแบบสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ โดยร่วมกันพัฒนาเครื่องแบบและได้นำเสนอต่อที่ประชุมบริหาร ตร. เมื่อ 19 ม.ค.64 ซึ่ง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ บช.น. นำเครื่องแบบสายตรวจใหม่ ทดลองใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วรวบรวมความคิดเห็นเสนอ




     กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. จึงได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รอง ผบช.น. รับผิดชอบดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ซึ่ง พล.ต.ต.สมประสงค์ ก็เป็นหนึ่งในคณะทำงานนโยบายการพัฒนางานป้องกันปราบปราม ได้ร่วมพัฒนาและผลักดันเรื่องดังกล่าวมาตั้งแต่ต้น ซึ่ง พล.ต.ต.สมประสงค์ ได้ชี้แจงถึงองค์ประกอบของเครื่องแบบสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายงานป้องกันปราบปราม แบบใหม่ ดังนี้


     – หมวกลักษณะทรงแก็ป


     – เสื้อแขนยาว (พับแขนได้)


     – ประดับเครื่องหมายแบบติดตีนตุ๊กแก


     – ลักษณะเสื้อเป็นแบบกึ่งยุทธวิธี โดยส่วนหน้าอกเป็นผ้ายุทธวิธีและส่วนช่วงลำตัวเป็นผ้ายืดระบาย


     – เข็มขัดด้ายถัก


     – รองเท้ายุทธวิธีหุ้มข้อ




     โดยเมื่อช่วงปลายปี 2563 ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการ ได้มีการแจ้งเวียนให้ข้าราชการตำรวจทั่วประเทศ ได้มีโอกาสเลือก แสดงความคิดเห็น ถึงส่วนประกอบต่าง ๆ ของเครื่องแบบใหม่ว่าควรจะมีลักษณะเช่นใด และเป็นที่มาของเครื่องแบบที่จะทดลองในวันนี้




     ทั้งนี้ ผบช.น. ได้สนับสนุนงบประมาณในการตัดเครื่องแบบตามที่คณะทำงานกำหนด ให้กับข้าราชการตำรวจสายงานป้องกันปราบปราม จำนวน 3 สน. ได้แก่ สน.จักรวรรดิ, สน.บางยี่ขัน และ สน.บุคคโล สน. ละ 10 นาย รวม 30 นาย ซึ่งจะได้เริ่มทดลองใช้ในการออกตรวจให้บริการประชาชนในเขตพื้นที่ 3 สน. ตั้งแต่วันที่ 3-12 พ.ค.63 เป็นระยะเวลา 10 วัน หลังจากนั้นแล้ว จะมีการประเมิน สอบถามความเห็น ทั้งจากประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อนำข้อมูลที่ได้เข้าคณะทำงาน เพื่อสรุปแนวทางการดำเนินการ เพื่อให้เครื่องแบบใหม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจสูงสุด ต่อไป