ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้เวลา 08.30น.วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ 2564

24 กุมภาพันธ์ 2564, 08:26น.


อว. เผยคนกรุงใส่หน้ากาก ลดลง 0.93% ช่วงหยุดยาว-หลังผ่อนคลายมาตรการ



          ผลการติดตามการให้ความร่วมมือใส่หน้ากากอนามัยด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) แบบเรียลไทม์ โดย เอสไอไอที มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศาสตราจารย์ ดร. ธนารักษ์ ธีระมั่นคง หัวหน้าโครงการ AiMASK และ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยแห่งชาติ กระทรวง อว. สรุปว่าใน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากการผ่อนคลายมาตรการประกอบกับช่วงหยุดยาว คนกรุงเทพฯใส่หน้ากากอนามัยลดลงร้อยละ 0.93 โดยมีคนที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยหรือใส่ไม่ถูกต้องรวมกันสูงถึงร้อยละ 2.87



          ระบบ AiMASK ได้เพิ่มพื้นที่ในการเฝ้าระวังตรวจจับการใส่หน้ากากอนามัย จาก 16 จุดมาเป็น 30 จุด ครอบคลุม 30 เขตทั่วกรุงเทพฯ เมื่อวิเคราะห์ละเอียดในแต่ละพื้นที่ พบว่า



-เขตยานนาวา มีผู้สัญจรที่ไม่ใส่หน้ากากอนามัยหรือใส่ไม่ถูกต้องมากถึงร้อยละ 16.76 ถือเป็นอันดับหนึ่ง



-มีเขตที่อัตราการไม่ใส่หน้ากากอนามัยหรือใส่ไม่ถูกต้องสูงกว่าร้อยละ 5 มีมากถึง 6 เขต



-เขตดอนเมือง มีอัตราการไม่ใส่หรือใส่ไม่ถูกต้องค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับเขตอื่นและเป็นอันดับหนึ่งมาตลอด 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา



-ช่วงเช้ามีผู้สัญจรที่ใส่หน้ากากอนามัยมากกว่าในช่วงบ่าย แสดงถึงความระมัดระวังน้อยลงในตอนเย็นของแต่ละวัน



-ในวันอาทิตย์จะมีแนวโน้มอัตราการไม่ใส่หน้ากากอนามัยหรือใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกต้องสูงสุดในทุกสัปดาห์



-ในช่วงเทศกาลตรุษจีนระหว่าง 12-14 ก.พ. 64 มีอัตราการไม่ใส่หน้ากากอนามัยหรือใส่ไม่ถูกต้องสูงขึ้นมาก



          หลังจากที่ได้ขยายจำนวนเขตที่ประเมินมากขึ้น ทำให้พบว่ามีอีกหลายบริเวณที่ผลการใส่หน้ากากอนามัยยังไม่ดีนัก อว.ขอความร่วมมือการสวมใส่หน้าการอนามัยให้มากขึ้น โดยภาพรวมจะเห็นว่ามีผู้ไม่สวมหน้ากากอนามัยสูงขึ้นเรื่อยๆ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้นด้วย  



CR:กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)



แพทยสภา มอบเงินสินไหมทดแทน ทุนประกันชีวิตให้ลูกนพ.ปัญญา



         แพทยสภา จะมอบเงินสินไหมทดแทน 5,000,000 บาท และทุนประกันชีวิต ให้แก่ นายปานปราชญ์ หาญพาณิชย์พันธุ์ ซึ่งเป็นทายาทของ นพ.ปัญญา หาญพาณิชย์พันธุ์ นายแพทย์ที่ติดโควิด-19 จากการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และทำให้ นพ.ปัญญา เสียชีวิต เงินดังกล่าวเป็นเงินที่ แพทยสภา ทำประกันภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ในโครงการ "นักรบเสื้อขาว สู้ภัย COVID-19"



โคราช กักตัวผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 50 คน จากคลัสเตอร์ครอบครัวในปทุมธานี

         นพ.วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์สาธารณสุข จ.นครราชสีมา ประชุมผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมาว่าไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ มีผู้ป่วยรวม 13 คน รักษาตัวอยู่ 3 คน คือรายที่ 11 เด็กชายอายุ 7 ขวบ รายที่ 12 พ่ออายุ 47 ปี และรายที่ 13 หญิงอายุ 15 ปี พี่สาวฝาแฝดผู้น้อง ทั้งหมดเป็นคลัสเตอร์ครอบครัวเดียวกันเชื่อมโยงการติดเชื้อจากแม่ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขายไก่ที่ตลาดสุชาติ จ.ปทุมธานี ทั้ง 3 คนรักษาที่โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา ภาพรวมอาการดีขึ้นตามลำดับไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ส่วนมาตรการเชิงรุกได้กักตัวกลุ่มเสี่ยงสูง 50 คน เป็นเวลา 14 วัน



เร่งออกหมายเรียก 21 คน โกงโครงการคนละครึ่ง เอาเงินใช้เอง ไม่มีการซื้อขายจริง



         กรณี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษกกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เผยถึงกรณี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) สั่งดำเนินการและนำเสนอประเด็นกลโกง “เราชนะ” รับซื้อ-ขายสิทธิ์ มีประชาชนแห่ให้ข้อมูลร้านค้าหลายแห่ง เปิดให้ประชาชนแลกเงินในโครงการต่างๆจำนวนมาก



        พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.วิศิษฐ์ สังขนันท์ ผกก.สน.บางขุนเทียน แถลงผลงานการดำเนินคดีผู้ต้องหา 21 คน ฐานฉ้อโกง หลังสืบทราบว่า มีการใช้สิทธิตามโครงการคนละครึ่งอย่างผิดกฎหมาย ไม่ตรงตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด



          พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ เผยว่า บก.สส.บช.น.รับข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังว่า มีร้านขายของชำร้านหนึ่งตั้งอยู่เลขที่ 725 ถนนเอกชัยซอย 46 แขวงและเขตบางบอน กทม. ลงทะเบียนร่วมโครงการคนละครึ่งกับกระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ต่อมาสืบสวนพบว่า รายละเอียดการสแกนซื้อสินค้าและจ่ายเงินมีความผิดปกติ มีการโอนเงินเข้า-ออกจากแอปพลิเคชัน แต่ไม่มีการซื้อสินค้ากันจริง ถือว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และทำให้รัฐบาลได้รับความเสียหาย ล่าสุดการสืบสวนพบผู้กระทำความผิดลักษณะเดียวกันในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศทุกภูมิภาค แต่ในท้องที่ บช.น.พบ 21 คน ท้องที่ สน.บางขุนเทียน ทำผิดกันหลายกรรมหลายวาระ เดินทางมาแจ้งความที่ สน.บางขุนเทียน และดำเนินการกับผู้ต้องหาทั้ง 21 คนถึงที่สุด



         ด้าน พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 21 คน ประกอบด้วยเจ้าของร้านขายของชำ 1 คน ญาติ 3 คน และลูกค้า 17 คน จากการสืบสวนหาพฤติกรรมของผู้กระทำความผิดพบว่า แต่ละคนสแกนซื้อสินค้าหลอกๆ เพื่อนำเงิน 150 บาทจากโครงการคนละครึ่งมาใช้จริง ร้านค้าจะจ่ายให้ลูกค้า 100 บาท เจ้าของร้านเก็บไว้เอง 50 บาท ผู้กระทำความผิดแต่ละรายสแกนแลกเงินกันหลายครั้ง หลายวาระ ขณะนี้ดำเนินการสอบสวน รอออกหมายเรียกตัวทั้ง 21 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนข้อหาฉ้อโกงแล้วมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีทำผิดหลายกรรมหลายวาระโทษรวมกันจะสูงขึ้นไปอีก ดังนั้นอยากฝากบอกประชาชนและเจ้าของร้านทุกท่านด้วยว่า อย่าโกงกัน เนื่องจากมีโทษหนักและจะซ้ำเติมความเดือดร้อนเข้าไปอีก



นายกฯ ย้ำ กลางที่ประชุมครม. สั่งการให้เอาคนโกงสารพัดโครงการมาลงโทษ



         พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลออกมาตรการเยียวยาประชาชนที่เดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีผู้ที่ส่อเจตนาทุจริตอยู่หลายเรื่อง ย้ำในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ตรวจสอบเอาคนเหล่านี้มาลงโทษให้ได้ ไม่ว่าเป็นใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้โครงการต่างๆที่ดีๆ ของรัฐบาลเสียหาย การพยายามทำทุกอย่างให้คนประมาณ 40 ล้านคน ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก เราพยายามทำอย่างเต็มที่ ส่วนมาตรการทางการเงินได้ออกเพิ่มเติมไปแล้ว ในเรื่องการแบ่งเบาภาระหนี้สินของผู้ประกอบธุรกิจรายย่อย ขอให้ติดตามการชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป



          ด้านนายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯ แจ้งในที่ประชุม ครม.ว่า ที่ผ่านมา ดำเนินคดีผู้ฉ้อโกงในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและโครงการคนละครึ่งไปแล้ว ขอแจ้งเตือนผู้ที่ได้รับสิทธิโครงการเราชนะ อย่าทำผิดหลักเกณฑ์ กองปราบปรามตรวจสอบการฉ้อโกงในโครงการฯ ขอย้ำประชาชนอย่าหลงเชื่อผู้ให้ผลประโยชน์เป็นเงินสดโดยไม่มีการซื้อขายสินค้าอย่างถูกต้อง และผู้ที่เป็นร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเราชนะ ต้องไม่ฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้า ให้กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ แจ้งหน่วยงานต่างๆ ออกตรวจสอบ ทุกจังหวัด ทุกพื้นที่ เน้นย้ำให้ตั้งป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจน หากจำหน่ายในราคาที่สูงเกินจะถูกดำเนินคดี



          ส่วนความคืบหน้าการลงทะเบียนในกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน เปิดให้ลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และหน่วยเคลื่อนที่รวม 1,894 แห่ง มีการเพิ่มจุดลงทะเบียนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานสรรพากรพื้นที่ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย ล่าสุดผู้ลงทะเบียนโดยใช้บัตรประชาชนสมาร์ทการ์ด 651,000 คนแล้ว



 

ข่าวทั้งหมด