ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564

23 กุมภาพันธ์ 2564, 19:02น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564 



'สมุทรสาคร' เลื่อนลงทะเบียนรับวัคซีนโควิด-19 อย่างไม่มีกำหนด



          สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสาคร ประกาศให้ประชาชนในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ลงทะเบียนเพื่อรับวัคซีน COVID-19 โดยแบ่งกลุ่มอายุและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 โรค ไปเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ล่าสุด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร แจ้งประกาศขอเลื่อนการลงทะเบียน การฉีดวัคซีนโควิด-19 ออกไปก่อน โดยขอให้ประชาชนติดตามเพจเฟซบุ๊ก COVID - 19 สมุทรสาคร เพื่ออัปเดตข้อมูลข่าวสารต่อไป



          ก่อนหน้านี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร รายงานข้อมูลจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 22 ก.พ. 64 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 54 คน เป็นการพบจากการตรวจในโรงพยาบาล 40 คน เป็นคนไทย 26 คน ต่างด้าว 14 คน พบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาคัดกรองเชิงรุกในชุมชน 14 คน เป็นคนไทย 2 คน ต่างด้าว 12 คน



          รวมยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมในจังหวัดสมุทรสาคร นับตั้งแต่มีการระบาดรอบใหม่อยู่ที่ 16,167 คน เป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการค้นหาคัดกรองเชิงรุก 13,462 คนเป็นคนไทย 1,382 คนต่างด้าว 12,080 คนพบเชื้อจากการตรวจในโรงพยาบาล 2,705 คน เป็นคนไทย 1,441 คน ต่างด้าว 1,264 คน มีผู้ป่วยที่รักษาหาย/จำหน่ายเคสแล้ว 15,667 คน (เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 47 คน) เป็นคนไทย 2,597 คน (เพิ่มขึ้น 22 คน) ต่างด้าว 13,070 คน (เพิ่มขึ้น 25 คน) มีผู้เสียชีวิตสะสม 7 ราย



          ส่วนผู้ติดเชื้ออยู่ระหว่างการดูแลรักษามีทั้งหมด 493 คน เป็นการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 325 คน แบ่งเป็นคนไทย 220 คน ต่างด้าว 105 คน อยู่ในสถานที่กักตัวเพื่อสังเกตอาการ 168 คน เป็นต่างด้าวทั้งหมด



          ด้าน อ.แม่สอดจังหวัดตาก วันนี้ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19



นายกฯเตรียมกำหนดฉีดวัคซีนโควิด-19แล้ว ไม่ต้องกักตัว-แต่ขอติดตามตัว



          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงวัคซีนโควิด-19 ที่รัฐบาลจัดหามาว่าเป็นวัคซีนของประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่วัคซีนของนายกรัฐมนตรี เป็นการอนุมัติร่วมกันของคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อจัดหาวัคซีนให้กับคนไทยทุกคน ซึ่งขณะนี้ได้รับวัคซีนจาก 2 บริษัท คือ ซิโนแวคและแอสตราเซเนกา ส่วนบริษัทอื่น ๆ กำลังตามมา ซึ่งทั้งหมดต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนจากองค์การอาหารและยา(อย.) ของไทยก่อน โดยภาคเอกชนที่ต้องการนำเข้าวัคซีนต้องดำเนินการให้ถูกต้อง ยืนยันรัฐบาลไม่เคยปิดกั้น และถือเป็นข้อดี เนื่องจากคนไทยจะได้มีวัคซีนมากกว่า 65 ล้านโดสที่รัฐบาลจัดหาไว้



          นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า เมื่อมีวัคซีนแล้ว ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้การท่องเที่ยวและการประกอบธุรกิจต่าง ๆ ดีขึ้น เพราะอาจกำหนดได้ว่าหากใครฉีดวัคซีนแล้วและมีใบรับรองการเดินทางเข้าประเทศไทยอาจไม่ต้องกักตัว แต่ต้องมีระบบติดตาม เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลจะพิจารณาอย่างรอบคอบอีกครั้ง



          ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เพื่อคนไทย พรุ่งนี้วัคซีนซิโนแวค และ วัคซีนแอสตราเซเนกา ล็อตแรก มาถึงประเทศไทย จำนวนรวมเกือบ 400,000 โดส เพื่อการควบคุมโรคในประเทศไทย และจะทยอยส่งมาอย่างต่อเนื่องจนครบ 63 ล้านโดส ตามที่รัฐบาลสั่งซื้อ เพื่อฉีดให้คนไทย ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย และจะฉีดได้ครบภายในปี 2564 ตามแผนการฉีดวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุข จัดทำไว้ ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของกระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาล



พิษโควิด!สศช.ชี้คนว่างงาน-หนี้ครัวเรือนพุ่ง



          นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ฯ แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2563 ว่า ในช่วงไตรมาส 4 ของปี63 การจ้างงานเพิ่มขึ้นและอัตราการว่างงานลดลง ส่งผลให้ภาพรวมในปี 2563 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงาน 6.5 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราการว่างงานร้อยละ1.69 เทียบกับปี 2562 ที่มีจำนวนผู้ว่างงาน 3.71 แสนคน หรือคิดเป็นอัตราว่างงานร้อยละ0.98



          ขณะเดียวกัน จากข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนในช่วงครึ่งปี 2563 พบว่าครัวเรือนมีรายได้ 23,615 บาท ปรับตัวลดลงจากปี 2562 ที่มีรายได้ 26,371 บาท หรือมีรายได้ลดลงร้อยละ10.45



          สำหรับปัจจัยเสี่ยงด้านแรงงานในปี 2564 มี 3 ปัจจัย ได้แก่



1.ความไม่แน่นอนของการระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะต้องมีการกำกับดูแลให้ดี แม้ว่าอีกไม่กี่วันจะมีการเริ่มฉีดซีนแล้ว แต่กว่าวัคซีนล็อตใหญ่จะเข้ามาก็ต้องรอจนถึงเดือนพ.ค.-มิ.ย.ปีนี้



2.สถานการณ์ภัยแล้งที่จะส่งผลกระทบต่อแรงงานในภาคเกษตร และ



3.การขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล จึงจำเป็นต้องเร่งปรับปรุงทักษะแรงงานในระยะถัดไป ทั้งการรีสกิลและอัพสกิล



          ส่วนสถานการณ์หนี้ครัวเรือน พบว่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2563 หนี้สินครัวเรือนมีมูลค่า 13.77 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ3.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  นายดนุชา กล่าวว่า ต้องพยายามทำให้หนี้ครัวเรือนที่มีอยู่ในระดับนี้ยังคงเป็นหนี้ที่มีคุณภาพ และต้องมีมาตรการช่วยเหลือที่ทำให้เขามีความสามารถที่จะใช้จ่ายต่อเดือนในระดับที่อยู่ได้ เพราะถ้าหนี้ครัวเรือนขึ้นสูงมาก จะมีผลต่อการใช้จ่ายของครัวเรือน



ส่งออกไทยเดือนม.ค. เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.35 หลังเศรษฐกิจหลายประเทศเริ่มฟื้นตัว



          การส่งออกของไทยเดือนม.ค.64 นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า การส่งออกไทย มีมูลค่า 19,706 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น ร้อยละ0.35 ขยายตัวเป็นบวกเดือนที่ 2 ติดต่อกัน จากเดือนธ.ค.63 ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ4.71 ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 19,909.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงร้อยละ5.24 ส่งผลให้เดือนม.ค.ไทยขาดดุลการค้า 202.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   



          ปัจจัยที่ส่งผลให้การส่งออกฟื้นตัว มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายประเทศได้ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ เช่นเดียวกับประสิทธิภาพของวัคซีนโควิด-19 ที่เริ่มเห็นผลชัดเจน ทำให้ความเชื่อมั่นกลับมา  โดยสินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่ฟื้นตัวดี มีทั้งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้นร้อยละ3.7 สินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มร้อยละ0.9 รวมถึงตลาดส่งออกหลายตลาดเริ่มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้น ส่วนการนำเข้าแม้ภาพรวมจะลดลง แต่สินค้าทุนและวัตถุดิบไม่ได้ลดลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการส่งออกของไทยในอนาคต



          สำหรับแนวโน้มการส่งออกคาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น  และการฉีดวัคซีนโควิด-19 ช่วยให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมา ซึ่งกรมฯคาดว่าไตรมาสสองปีนี้การส่งออกจะเติบโตได้ 2 หลัก โดยมีเป้าหมายเติบโตเฉลี่ยทั้งปีร้อยละ 4 หรือมียอดส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 20,093 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังต้องติดตามปัจจัยกดดัน จากการระบาดรอบใหม่ของโควิด-19  ปัญหาด้านการขนส่งระหว่างประเทศและการขาดแคลนตู้สินค้า และเงินบาทแข็งค่า   



หุ้นไทยปิดตลาดบวก 22.47 จุด



          ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,500.61 จุด เพิ่มขึ้น 22.47 จุด  มูลค่าการซื้อขาย 86,126.12 ล้านบาท หุ้นไทยรีบาวด์หลังจากร่วงแรงเมื่อวานนี้ เป็นไปตามตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้นได้ดีหลังจากราคาน้ำมันดีดตัวสูงขึ้น และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ต่างก็ปรับขึ้นเกือบทุกประเภท นอกจากนี้ยังได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวจากความคาดหวังวัคซีนโควิด-19 จะเข้ามาในวันพรุ่งนี้ แต่ต้องระวังเพราะมองว่าผลงานในปีนี้จะยังขาดทุนอยู่



          ปัจจัยที่ต้องติดตามเป็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะทยอยประกาศออกมา และเงินเฟ้อของยูโรโซนที่จะทยอยออกมาในคืนนี้ ประกอบกับมุมมองประธานเฟดในคืนนี้จับตาเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ส่วนบ้านเราให้ติดตามวัคซีนโควิด-19 จะเข้ามาเมื่อไร และปัจจัยการเมือง



          ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดบวกในวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงินและพลังงาน ขณะที่นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ 30,632.64 จุด เพิ่มขึ้น 312.81 จุด



          - ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดทำการวันนี้เนื่องในวันพระราชสมภพของสมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ ซึ่งในวันนี้ ได้พระราชทานกระแสพระราชดำรัสแก่กลุ่มผู้สื่อข่าวที่พระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว เนื่องในวันคล้ายวันพระเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 61 พรรษาในวันนี้ โดยประทับอยู่หลังแผ่นใสขนาดใหญ่ว่า โชคดีที่ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ดูเหมือนจะลดลงทั่วประเทศ นอกจากนี้โครงการฉีดวัคซีนก็ได้เริ่มต้นแล้ว ทรงคาดหวังถึงอนาคตสดใสที่รออยู่ข้างหน้า เนื่องจากพสกนิกรญี่ปุ่นก้าวข้ามวิกฤตโคโรนาไวรัสได้ด้วยการแบ่งเบาความเจ็บปวดและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน



เร่งรวบขบวนการโกงเราชนะ สน.บางขุนเทียน



         กลโกง โครงการ “เราชนะ” รับซื้อ-ขายสิทธิ พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ รองผู้บังคับการศูนย์สืบสวนสอบสวนนครบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9 และผู้กำกับการ สน.บางขุนเทียน ร่วมกันแถลงผลงานการดำเนินคดีผู้ต้องหา 21 คน ฐานฉ้อโกง หลังสืบทราบว่ามีการใช้สิทธิตามโครงการคนละครึ่งอย่างผิดกฎหมาย ไม่ตรงตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนด



          จากการสืบสวนพบว่ามีร้านขายของชำร้านหนึ่ง ตั้งอยู่เลขที่ 725 ถนนเอกชัย ซอย 46 แขวง และเขตบางบอน ซึ่งร้านค้าดังกล่าวลงทะเบียนร่วมโครงการคนละครึ่ง กับกระทรวงการคลัง และ ธนาคารกรุงไทย ต่อมาพบว่า รายละเอียดการสแกนซื้อสินค้าและจ่ายเงินมีความผิดปกติ โดยมีการโอนเงินเข้า-ออกจากแอปพลิเคชัน แต่ไม่มีการซื้อสินค้ากันจริงๆ ซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และทำให้รัฐบาลได้รับความเสียหาย ล่าสุดการสืบสวนพบผู้กระทำความผิดลักษณะเดียวกันในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ มีอยู่ทุกภาค แต่ในท้องที่ บช.น. พบ 21 คน ในท้องที่ สน.บางขุนเทียน มีการทำผิดกันหลายกรรมหลายวาระ จึงเดินทางมาแจ้งความกับ สน.บางขุนเทียน และดำเนินการกับผู้ต้องหาทั้ง 21 คน ตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด



          ผู้ต้องหาทั้ง 21 คนนั้น ประกอบด้วย เจ้าของร้านขายของชำ 1 คน ญาติ 3 คน และลูกค้า 17 คน จากการสืบสวนพฤติกรรมของผู้กระทำความผิด พบว่า แต่ละคนมีการสแกนซื้อสินค้าหลอกๆ เพื่อนำเงิน 150 บาท จากโครงการคนละครึ่ง มาใช้จริง โดยร้านค้าจะจ่ายให้ลูกค้า 100 บาท และเจ้าของร้านจะเก็บไว้เอง 50 บาท ผู้กระทำความผิดแต่ละรายสแกนแลกเงินกันหลายครั้ง หลายวาระ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการสอบสวน รอออกหมายเรียกตัวทั้ง 21 คน เข้าพบพนักงานสอบสวนในข้อหาฉ้อโกงแล้ว ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้ง ปรับ กรณีมีการทำผิดหลายกรรม หลายครั้ง โทษรวมกันก็จะสูงขึ้นไปอีก



รฟม.ยืนยันทำตามกรอบกฎหมาย หลังยกเลิกประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม ส่งผล BTSCยื่นฟ้องต่อศาลคดีทุจริตฯ



          หลังกลุ่มบริษัทบีทีเอส ได้ยื่นฟ้องคดีอาญา ผู้บริหาร รฟม.และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ส่วนการก่อสร้างงานโยธาสายตะวันตก และการเดินรถไฟฟ้าตลอดเส้นทาง หลังมีการยกเลิกประกาศเชิญชวนการร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี นายภคพงศ์ ศิริกันทมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบข่าวว่าทางกลุ่มบีทีเอสยื่นฟ้องต่อศาล คงต้องขอดูในรายละเอียดก่อน แต่ยืนยันว่าการดำเนินการของ รฟม. และ คณะกรรมการมาตรา 36 ดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับและกรอบของกฎหมายที่ รฟม. สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากเอกสารแนบท้ายในสัญญาได้มีการสงวนสิทธิ์ที่จะให้ รฟม. เปลี่ยนแปลงปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกได้ในฐานะเจ้าพนักงานของภาครัฐ ดังนั้นคงต้องขอไปดูในรายละเอียดอีกครั้งว่าเป็นไปอย่างไร



          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (22 ก.พ.) ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ผู้รับสัมปทานและเดินรถไฟฟ้า BTS ได้เดินทางไป ยื่นฟ้อง ผู้บริหารการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และผู้เกี่ยวข้องกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ต่อ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 165 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172



          การคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน (PPP) โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มในส่วนงานโยธาฝั่งตะวันตกและเดินรถตลอดเส้นทาง ซึ่ง รฟม. และผู้เกี่ยวข้องได้เปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การคัดเลือก หลังจากเอกชนได้ซื้อซองประมูลแล้ว โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง BTSC ได้ยื่นฟ้อง รฟม. และคณะกรรมการการคัดเลือกฯ ต่อศาลปกครองกลาง เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2280/2563 และศาลได้วินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวน่าจะมีปัญหาเกี่ยวกับความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ รฟม. ระงับการใช้หลักเกณฑ์การคัดเลือกที่แก้ไขไว้จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น



          แต่ต่อมาวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 รฟม.ยกเลิกการประมูล ส่งผลให้ BTSC ผู้ยื่นซองข้อเสนอได้รับความเสียหาย จึงนำคดีมาฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางในครั้งนี้ โดยศาลได้รับเป็นคดีหมายเลขดำที่ อท 30/2564 และนัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจฟ้องวันที่ 15 มีนาคม 2564



ศาลมาเลเซียสั่งคุ้มครองชั่วคราว,ห้ามส่งผู้อพยพชาวเมียนมากลับประเทศหลังหลายฝ่ายคัดค้าน



          นายนิว ซินยิว(New Sin Yew) ทนายความในฐานะตัวแทนผู้อพยพชาวเมียนมา เปิดเผยว่า ศาลสูงในกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย มีคำสั่งให้คุ้มครองชั่วคราว ห้ามรัฐบาลส่งผู้อพยพชาวเมียนมา 1,200 คนกลับยังบ้านเกิดในวันนี้ พร้อมทั้งนัดไต่สวนในวันพรุ่งนี้ โดยศาลมีคำสั่งเรื่องนี้หลังองค์กรสิทธิมนุษยชน เช่น แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) และองค์กรอไซลั่ม แอคเซส (Asylum Access)ยื่นคำร้องให้ศาลไต่สวนฉุกเฉิน ทักท้วงว่าการที่มาเลเซียผลักดันกลุ่มคนที่อ่อนแอกลับประเทศโดยรู้ว่าอาจจะเกิดความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตอาจจะเข้าข่ายละเมิดพันธกรณีระหว่างประเทศ



          ก่อนหน้านี้ ผู้อพยพกลุ่มดังกล่าว รวมถึงชนกลุ่มน้อยชาวชีนที่นับถือศาสนาคริสต์ ชนกลุ่มน้อยในรัฐฉาน และ รัฐคะฉิ่นของเมียนมา ถูกนำตัวขึ้นรถบัสและรถบรรทุกของกองทัพมาเลเซีย มุ่งหน้ายังค่ายทหารแห่งหนึ่งในเมืองลูมัต (Lumut) ในแถบชายฝั่งทางตะวันตกของมาเลเซีย ซึ่งตามกำหนดเดิมพวกเขาจะลงเรือ ซึ่งทางกองทัพเรือเมียนมาส่งมารับผู้อพยพชาวเมียนมาเพื่อกลับยังเมียนมาในวันนี้ ด้านสหรัฐฯและองค์การสหประชาชาติได้วิจารณ์แผนการส่งผู้อพยพกลุ่มดังกล่าวกลับประเทศ

ข่าวทั้งหมด