ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้เวลา 12.30น.วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564

23 กุมภาพันธ์ 2564, 13:52น.


ครม.เห็นชอบขยายเวลาบังคับใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน




          ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบรายงานของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ในการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ และการปรับโทนสีของจังหวัดต่างๆ รวมทั้งเห็นชอบการขยายระยะเวลาการบังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน(พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน ต่อไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.64




นายกฯ เผยบริษัทวัคซีนหลายบริษัท ส่งตัวแทนมาคุยมากขึ้น



          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ โพสต์ข้อมูลผ่านทางเฟซบุ๊ก ถึงความคืบหน้าการจัดหาวัคซีนต้านโควิด-19 ว่าวัคซีนซิโนแวค 200,000 แสนโดส จะเดินทางถึงไทยในวันพรุ่งนี้ 24 ก.พ.64 จะเริ่มฉีดให้กับกลุ่มเป้าหมายตามแผนการได้ภายใน 3 วัน สำหรับคนไทยจะได้ฉีดวัคซีนฟรีทุกคน ซึ่งเราได้กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และการบริหารจัดการทั้งหมดไว้ก่อนแล้ว ขอให้รอฟังการชี้แจง ศบค. ต่อไป



          ส่วนวัคซีนล็อตสองจำนวน 800,000 โดส และล็อตสาม 1,000,000 ล้านโดส จะทยอยเดินทางตามมาในเดือนมี.ค.และเม.ย.64 โดยส่วนหนึ่งจะใช้สำหรับฉีดเข็มที่ 2 ให้ผู้ที่ได้รับโดสแรกไปแล้ว



          ในเดือนพ.ค.-มิ.ย.64 จะได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส และจะตามมาอีก 35 ล้านโดส ซึ่งวัคซีนของแอสตราเซเนกาขึ้นทะเบียนแล้ว



          นอกจากนี้ ยังมีวัคซีนของบริษัทจอห์นสันแอนด์ จอห์นสัน ที่ได้ส่งเอกสารบางส่วนแล้วแต่ยังไม่ครบถ้วน ของบริษัทโมเดอร์นาและบริษัทไฟเซอร์ ได้ส่งตัวแทนมาพูดคุย แต่ยังไม่ได้ส่งเอกสารมา



          จะเห็นว่าเราเปิดรับวัคซีนจากทุกบริษัท ที่ผ่านมาได้มีการประสานงานกันมาโดยตลอด บางส่วนอยู่ในขั้นตอนการขอเอกสาร บางส่วนอยู่ระหว่างการเจรจา ทั้งหมดเราไม่ปิดกั้น เรายินดีที่ภาคเอกชนมีแนวคิดช่วยจัดหาวัคซีนมาฉีดให้ผู้ที่ต้องการ



          อย่างไรก็ดี ผู้ผลิตวัคซีนหรือผู้นำเข้าจะต้องขอจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยและประสิทธิภาพของวัคซีนก่อน ซึ่ง อย.ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากมาช่วยในการตรวจสอบเพื่อความรวดเร็วในการขึ้นทะเบียน



         วัคซีนที่จะใช้ฉีดในประเทศไทยทุกล็อต จะต้องผ่านการขึ้นทะเบียนกับ อย. เพราะเราต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของคนไทยเป็นอันดับแรก



CR: เฟซบุ๊ก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 



‘นพ.ยง’ ชี้แจง การฉีดวัคซียนให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป ขอให้ประเมินผลข้างเคียง



          ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก อธิบายถึงสาเหตุที่ไม่ควรฉีดวัคซีนของซิโนแวคให้กับคนที่อายุเกิน 60 ปีขึ้นไป  และแนะนำให้ฉีดในกลุ่มผู้ที่มีอายุ 18-59 ปี เนื่องจากข้อมูลผลการศึกษาการฉีดวัคซีนในผู้มีอายุเกิน 60 ปี ยังมีจำนวนน้อย  และยังไม่มีข้อมูลผลการศึกษาการฉีดวัคซีนในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี แต่หากในอนาคตข้างหน้า เมื่อมีข้อมูลการฉีดในผู้สูงอายุที่มากเพียงพอ ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรและในด้านไหนบ้าง ก็จะขยับการฉีดในผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีต่อไป  



          แต่ผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไปและมีความเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อ หรือหากป่วยด้วยโรคโควิด-19 แล้วมีอาการรุนแรงหรือเสี่ยงเสียชีวิต เช่น คุณหมอที่จังหวัดมหาสารคาม ก็สามารถให้วัคซีนได้ แต่จะต้องประเมินประโยชน์ที่จะได้จากวัคซีนมากกว่าอาการข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น โดยแพทย์ต้องแจ้งข้อมูลทั้งหมดให้เจ้าตัวทราบ และหากเจ้าตัวยินดีรับความเสี่ยง ยินยอมที่จะฉีดวัคซีน ก็สามารถทำได้



          ศ.นพ.ยง คาดการณ์ว่า ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ข้อมูลการฉีดวัคซีนในผู้สูงอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป จะมีผลการศึกษาเพิ่มขึ้นแน่นอน และเชื่อว่าจะได้รับวัคซีนกันทุกคน ขอให้อดใจรอ 



อยุธยา เปิดไทม์ไลน์ผู้ป่วย 2 คน ทำงานในพื้นที่ จ. ปทุมธานี



         สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวันที่ 23 ก.พ.64 พบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มอีก 2 คน เป็นผู้ป่วยรายที่ 54 และรายที่ 55  



-ผู้ป่วยรายที่ 54:หญิงไทย อายุ 33 ปี อาศัยอยู่ที่ตำบลเชียงรากน้อย อำเภอบางปะอิน อาชีพพนักงานบริษัทในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี  มีไทม์ไลน์ดังนี้ 

-วันที่ 13 ก.พ.64 ช่วงเช้า เดินทางไปทำงานด้วยรถโดยสารสาธารณะที่ตลาดประตูน้ำพระอินทร์   ช่วงเย็นไปธนาคารกรุงไทยและร้านทอง Aurora สาขาโลตัส นวนคร  และกลับบ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  สวมหน้ากากตลอดเวลา  

-วันที่ 17 ก.พ.64 ไปทำงานที่บริษัทในนิคมอุตสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี ต่อรถโดยสารสาธารณะที่ท่ารถตลาดพระอินทร์และต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้าไปในนิคมอุตสาหกรรม และกลับบ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

-วันที่ 18 ก.พ.64 ไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่โรงพยาบาลการุญเวช นวนคร จ.ปทุมธานี  สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา

-วันที่ 19-20 ก.พ.64 ไปทำงานตามปกติ และกลับบ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

-วันที่ 21 ก.พ.64 ผลตรวจพบว่าติดเชื้อ เข้ารักษาที่โรงพยาบาลการุญเวช อยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



          สำหรับผู้ติดเชื้อรายที่ 54 มีผู้สัมผัสเสี่ยง 1 คน เป็นสามี ตรวจหาเชื้อแล้วผลเป็นลบ ขณะนี้กักตัว 14 วัน  พร้อมกับค้นหาผู้ติดเชื้อเพิ่มเติมในบริษัท ชุมชน และสถานที่ที่ผู้ติดเชื้อเดินทางไป



-ผู้ป่วยรายที่ 55:หญิงไทย อายุ 43 ปี อาศัยในอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีอาชีพเป็นพนักงานบริษัทในอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี มีไทม์ไลน์ดังนี้



-วันที่ 8-20 ก.พ.64 ไปทำงานที่บริษัท ในจังหวัดปทุมธานี ด้วยรถจักรยานยนต์รับจ้าง ต่อรถโดยสารประจำทางสาย 383 ลงที่ตลาดรังสิต 200 ปี และต่อรถสองแถวถึงที่ทำงาน ช่วงเย็นกลับบ้านที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สวมหน้ากากตลอดเวลา

-ในช่วงระหว่างนี้ ผู้ป่วยมีประวัติไปซื้อของที่ตลาดพรพัฒน์เป็นประจำ โดยไปตลาดครั้งสุดท้ายวันที่ 9 ก.พ.64



-วันที่ 17 ก.พ.64 ไปห้างสรรพสินค้าฟิวเจอร์พาร์ครังสิต ซื้อโทรศัพท์ที่ร้านพาวเวอร์บาย โซนเซ็นทรัล ชั้น G และเปลี่ยนซิมโทรศัพท์ที่ศูนย์ AIS สาขาฟิวเจอร์พาร์ครังสิต



-วันที่ 21 ก.พ.64 นั่งรถโดยสารประจำทางสาย 383 ไปตรวจหาเชื้อเชิงรุกที่ตลาดพรพัฒน์ จากนั้นนั่งรถส่วนตัวไปตลาดไทกับน้องชาย น้องสะใภ้ และเดินทางกลับบ้าน ผู้ป่วยแจ้งว่าสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา



-วันที่ 22 ก.พ.64 ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 เข้ารับรักษาที่ รพ.ธรรมศาสตร์ รังสิต  



-ผู้ป่วยรายที่ 55 มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 9 คน อยู่ระหว่างรอผลตรวจและต้องกักตัว 14 วัน นอกจากนี้ มีการค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงเพิ่มเติมในบริษัท ชุมชน สถานที่ที่ผู้ติดเชื้อไป รวมยอดผู้ติดเชื้อรอบใหม่ ภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมแล้ว 55 คน



การส่งออกเดือน ม.ค. กลับมาเป็นบวก 0.35 % แนวโน้มทั้งปีโต4%



          นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยถึงสถิติการส่งออกของประเทศในช่วงเดือนม.ค. 64 พบว่า การส่งออกกลับมาเป็นบวกอยู่ที่ร้อยละ 0.35 ในรอบ 9 เดือนของปี 63 คิดเป็นมูลค่ากว่า 19,706.57 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งดีกว่าที่คาดการณ์ไว้และหลายประเทศทั่วโลกการส่งออกฟื้นตัวและกลับมาเป็นบวกขึ้นด้วยเช่นกันและเป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจการค้าโลกที่กำลังฟื้นตัวค่อยๆเป็นค่อยไป หลังจากประเทศต่างๆทยอยผ่อนคลายมาตรการจำกัดการเดินทางและการขนส่ง ส่งผลทำให้ภาคการผลิตเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ และการผ่อนคลายทางการเงินและการคลังในหลายประเทศเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องทำให้ความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้น สินค้าส่งออกของไทยหลายรายการขยายตัวได้ดีสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐและอีกหลายประเทศด้วยกัน



          สินค้าส่งออกที่ขยายตัวได้ดี ยังคงเป็นสินค้าในกลุ่มอาหารสดและเกษตรของไทยหลายตัวยังมีความต้องการของตลาดโลกสูงขึ้น รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวกับการป้องกันการติดเชื้อและลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เช่น ถุงมือยางที่ยังคงมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทำให้ความต้องการยางพาราในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้นส่งผลดีกับราคายางพาราของไทยในช่วงนี้ดีขึ้นด้วย รวมถึงกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยก็เริ่มส่งออกได้มากขึ้น และแม้ว่าทั้งโลกรวมถึงไทยเจอปัญหาโควิด-19 กลับมาระบาดใหม่ ก็ตาม



          สนค. คาดว่า การส่งออกไทยในช่วงครึ่งปีแรก 64 มีแนวโน้นเริ่มกลับมาดีขึ้นน่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 3-5 และครึ่งปีหลัง ขยายตัวได้ร้อยละ 3-4 หลังจากทั่วโลกมีวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลให้การค้าของโลกกลับมาดีขึ้นและน่าจะทำให้การส่งออกของไทยกลับมาเป็นบวกร้อยละ 4 หรือคิดเป็นมูลค่า 240,727 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเฉลี่ยต่อเดือนส่งออกเกิน 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  



ศาลอุทธรณ์เเผนกคดีทุจริตฯ ภาค 9 จำคุก10 ปี  ตำรวจ 3 นายที่สุไหงปาดี เรียกรับเงิน



          นายโกศลวัฒน์  อินทุจันทร์ยง โฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เปิดเผยถึง ความคืบหน้าคดีที่ผู้เสียหาย ถูกตำรวจ สภ.สุไหงปาดี 3 นาย ยศร้อยตำรวจเอก 2 นาย และสิบตำรวจโท 1 นาย ตั้งด่านตรวจค้น บริเวณตรงข้ามกับโรงพยาบาลสุไหงปาดี ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จ.นราธิวาส  ผู้เสียหายคือ น.ส.สารีดา บินบือเฮง กับพวกขับรถยนต์กระบะ ภายในรถยนต์บรรทุกสะตอดอง มะนาว และผ้าปาเต๊ะ 40 ผืนๆ ละ 400 บาท จากประเทศมาเลเซีย  เมื่อมาถึงหน้าด่าน ตำรวจทั้ง 3 นาย ซึ่งต่อมาตกเป็นจำเลยในคดีนี้ ได้ร่วมกันตรวจค้นและนำตัวผู้เสียหายกับพวก ยึดรถยนต์ ไปยังสถานีตำรวจภูธรสุไหงปาดี พร้อมเรียกร้องให้ผู้เสียหายจ่ายเงิน 500,000 บาท ให้กับตำรวจโดยอ้างว่า ค้นพบเฮโรอีน 5 ถุง ที่ฝากระโปรงรถ ซึ่งความจริงแล้วการตรวจค้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย ระหว่างรอเงิน ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้เสียหายไว้ภายในห้องสืบสวนถือเป็นการหน่วงเหนี่ยว กักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ระหว่างรอให้ผู้เสียหายโทรศัพท์ติดต่อมารดาของผู้เสียหาย เพื่อขอเงินโดยมารดาของผู้เสียหายโทรศัพท์ไปหาเพื่อนให้นำทองคำรูปพรรณมามอบให้ผู้เสียหายเพื่อนำไปขายและได้นำเงินมา 236,000 บาท และมารดาของผู้เสียหายให้เพื่อนนำเงินสด 130,000 บาท มามอบให้ผู้เสียหาย รวมทั้งมารดาผู้เสียหายยังโอนเงินสดอีก 34,000 บาท เข้าบัญชีธนาคารให้ผู้เสียหายเป็นเงินทั้งสิ้น 400,000 บาท เพื่อไปมอบให้แก่จำเลยทั้งสามเพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้เสียหายกับพวก



         ในคดีนี้ อัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 ยื่นฟ้องจำเลยทั้งสาม โดยถือว่า สิ่งที่จำเลยกระทำเป็นความผิดต่อกฎหมาย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 148, 157, 310



          ในวันที่ 11 ก.พ.64 ศาลอุทธรณ์ แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษายืน ตามศาลชั้นต้นจำคุกคนละ 10ปี จำเลยทั้งสามยังมีสิทธิ์ยื่นฎีกาตามกฎหมายต่อไป



 

ข่าวทั้งหมด