ทันสถานการณ์โลกเวลา 06.30น.วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ 2564

23 กุมภาพันธ์ 2564, 06:56น.


ทำเนียบขาว จัดพิธีจุดเทียนไว้อาลัยชาวอเมริกันเสียชีวิตจากโควิด-19 เกิน 500,000 ราย



          เช้านี้ ตามเวลาในประเทศไทย ประธานาธิบดีโจ ไบเดน และนางจิล ไบเดล สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ พร้อมรองประธานาธิบดีกมลา แฮร์ริส และนายดักลาส เอ็มฮอฟฟ์ สามี เข้าร่วมพิธีสงบนิ่งจุดเทียนในทำเนียบขาว เพื่อไว้อาลัยแสดงความเสียใจในช่วงเวลาที่สหรัฐฯสูญเสียชาวอเมริกันมากกว่า 500,000 ราย จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19



          ข้อมูลจากจากการรวบรวมของศูนย์วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมเชิงระบบ (CSSE) แห่งมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ระบุว่า เมื่อเวลา 06.19 น.ตามเวลาในประเทศไทย สหรัฐฯมีผู้ป่วยสะสม 28,181,128 คน เสียชีวิต 500,159 ราย



          ยอดผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้น เกิดขึ้นในขณะที่สหรัฐฯ กำลังมีความหวัง หลังจากที่ประชาชนหลายล้านคนได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และพบยอดผู้ป่วยติดเชื้อในช่วงฤดูหนาวลดลง อย่างไรก็ดี ประธานาธิบดีไบเดน ของสหรัฐฯ เตือนเมื่อเดือนก่อนว่า สหรัฐฯอาจมียอดผู้เสียชีวิตสูงกว่า 600,000 ราย



          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯหรือซีดีซี รายงานว่า มีชาวอเมริกันกว่า 61,000,000 คนที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดสแรก และมีราว 18,000,000 คน ได้รับวัคซีนครบทั้งสองโดสแล้ว



          นพ.แอนโทนี เฟาชี หัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของประธานาธิบดีไบเดน กล่าวว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ เป็นเรื่องน่ากลัวและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ไม่เคยมีชาวอเมริกันเสียชีวิตมากเท่าระดับนี้มาก่อนในรอบกว่าร้อยปีนับตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในปี 2461 ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดเป็นเรื่องที่น่าตกใจและแทบไม่น่าเชื่อ แต่มันก็เป็นความจริง เขายังตั้งข้อสังเกตว่า สหรัฐฯพบยอดผู้ป่วยติดเชื้อลดลงอย่างมากหลังจากมีตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อพุ่งสูงในเดือนที่แล้ว แต่การกลับไปใช้ชีวิตปกติอาจจะต้องใช้ระยะเวลาอีกนาน 



อังกฤษ ประกาศแผน 4 ขั้น หวังว่า 21 มิ.ย. ยกเลิกล็อกดาวน์ทั้งประเทศ



          นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ประกาศแผน 4 ขั้น ออกจากมาตรการล็อกดาวน์ควบคุมโควิด-19 โดยจะเริ่มขั้นตอนแรกใน 2 สัปดาห์ นายจอห์นสัน ระบุว่า แผนการดังกล่าวจะดำเนินการอย่างระมัดระวัง หลังจากมีการกระจายวัคซีนอย่างรวดเร็ว วางเป้าหมายให้ผู้ใหญ่ทุกคนได้รับวัคซีนภายในสิ้นเดือนก.ค.64 และหวังว่าอังกฤษจะกลับสู่ภาวะใกล้เคียงปกติภายในเดือนมิ.ย. 64





1.แผนการขั้นที่ 1 จะแบ่งเป็น 2 ช่วง เริ่มจากวันที่ 8 มี.ค. 64



-คงคำสั่งให้อยู่แต่ในบ้าน



-เด็กๆทุกคนจะสามารถกลับไปเรียนในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยได้ พร้อมทั้งทำกิจกรรมในชมรมได้อีกครั้ง



-นักเรียนในโรงเรียนระดับชั้นมัธยม ต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันเวลาอยู่ในชั้นเรียนและที่สาธารณะ



-ประชาชนสามารถจัดกิจกรรมสันทนาการ พบปะกันนอกเคหะสถานได้ ไม่ใช่เพียงแค่การออกกำลังกาย



-อนุญาตให้เยี่ยมคนที่อาศัยในบ้านพักคนชราได้ แต่กำหนดให้เยี่ยมได้ 1 คน  



2.แผนการขั้นที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 64  



-ยกเลิกคำสั่งให้อยู่แต่ในบ้าน แต่รัฐบาลยังแนะนำให้อยู่แต่ในบ้านให้มากที่สุด



-อนุญาตให้ทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกันได้แล้ว แต่ต้องรวมตัวกันไม่เกิน 6 คนและ 2 ครอบครัว



-สามารถเปิดศูนย์กีฬากลางแจ้งประเภท โรงยิม สนามเทนนิส ลานบาสเก็ตบอล สระว่ายน้ำในร่ม  และจุดตั้งแคมป์



-อนุญาตให้จัดการแข่งขันกีฬากลางแจ้งได้



-เปิดสวนสัตว์และสวนสนุกได้



-อนุญาตให้เปิดร้านค้าที่ไม่ใช่ของใช้จำเป็น ร้านทำผม ร้านทำเล็บ ห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์



-ร้านอาหารและผับ บาร์ อนุญาตให้ลูกค้านั่งในร้านได้ โดยรวมกลุ่มกันไม่เกิน 6 คนและ 2 ครอบครัว



-การจัดงานศพ อนุญาตให้มีผู้ร่วมงานได้ไม่เกิน 30 คน



-งานแต่งงานไม่เกิน 15 คน



-ยังไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ 



3.แผนการขั้นที่ 3 จะเริ่มขึ้นอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 27 พ.ค. 64



-ประชาชนสามารถออกมาพบกันทำกิจกรรมกลางแจ้งได้มากที่สุด 30 คน



-การพบกันในบ้านจะจำกัดไม่ให้เกิน 2 ครอบครัว แต่สถานที่พักอื่นๆ จะจำกัดไม่ให้เกิน 6 คนตามเดิม



-เปิดโรงภาพยนตร์ ศูนย์เด็กเล่น และสถานที่พักอื่นๆ ที่เหลือ เช่นโรงแรม และ คลาสออกกำลังกายในที่ร่มจะกลับมาเปิดได้อีกครั้ง



-จัดการแข่งขันกีฬาและการแสดงได้ แต่ต้องจำกัดจำนวนผู้ชม



-สนามฟุตบอล เปิดให้มีผู้เข้าชมได้ แต่ไม่เกิน 10,000 คน หรือไม่เกิน 1 ใน 4 ของความจุสนาม ขึ้นอยู่กับว่ากรณีใดน้อยที่สุด



-เพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมงานแต่งงานได้เป็น 30 คน



4.แผนการขั้นที่ 4 จะเริ่มขึ้นอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 21 มิ.ย. 64



- รัฐบาลจะยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ทั้งหมดในอังกฤษ



-เปิดร้านค้ากลุ่มสุดท้ายที่ยังถูกปิดอยู่อย่าง เช่น ไนต์คลับ



-หวังว่าจะสามารถยกเลิกข้อจำกัดทุกอย่างเกี่ยวกับการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่



-ยกเลิกข้อจำกัดเกี่ยวกับงานแต่งงาน และพิธีการสำคัญในชีวิตทั้งหมด



          นายจอห์นสัน ย้ำว่า การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าวจะดูจากข้อมูลทางการแพทย์เป็นหลัก ไม่ใช่วันที่กำหนดไว้ และจะมีการทบทวนและผ่อนคลายข้อจำกัดทุกๆ 5 สัปดาห์ โดยจะแจ้งล่วงหน้า 1 สัปดาห์



          นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า มาตรการพักงานโดยไม่จ่ายค่าจ้างอาจจะดำเนินต่อไปอีกสักพัก แต่เขาจะทำทุกอย่างเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19 และยังยอมรับด้วยว่า อาจเป็นไปไม่ได้เลยที่สหราชอาณาจักรจะปลอดจากเชื้อโควิด-19 อย่างสมบูรณ์ และมันอาจกลับมาปรากฎในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง



น้ำมันพุ่งไม่หยุด! อากาศหนาวสุดขั้วปกคลุมรัฐเท็กซัส



          กำลังการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ลดลงราวๆ 2,000,000 ถึง 4,000,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากสภาพอากาศหนาวสุดขั้วปกคลุมรัฐเท็กซัสและรัฐอื่นๆที่เป็นแหล่งผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ และมีความกังวลว่าอุณหภูมิเย็นยะเยือกผิดปกติอาจส่งผลกระทบทำให้โรงกลั่นต่างๆต้องหยุดปฏิบัติการนานกว่าที่คาดหมายไว้



-สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด วันสุดท้ายของงวดส่งมอบเดือนมี.ค.64  เพิ่มขึ้น 2.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดที่ 61.49 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่วนงวดส่งมอบเดือนเม.ย.64 เพิ่มขึ้น 2.44 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดที่ 61.70 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล



-เบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเม.ย.64 เพิ่มขึ้น 2.33 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดที่ 65.24 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล



คนเท็กซัส อ่วม ! เจอบิลเก็บค่าไฟแพงนับแสนบาท  

          นายเกร็ก แอบบ็อตต์ ผู้ว่าการรัฐเท็กซัส เรียกประชุมฉุกเฉินกับสมาชิกรัฐสภาท้องถิ่นของรัฐ เนื่องจาก ชาวเท็กซัสจำนวนมากได้รับบิลค่าไฟฟ้าเรียกเก็บเป็นเงินจำนวนหลายพันดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่วันระหว่างที่ต้องผจญกับสภาพอากาศภัยหนาวและอยู่ในช่วงที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ด้วยประมาณ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 150,000 บาท เนื่องจาก มองว่า ชาวเท็กซัส ไม่ควรที่ต้องเสียค่าไฟแพงมากเช่นนี้ ขณะนี้ กำลังหาแนวทางช่วยเหลือประชาชน ให้คณะกรรมการกำกับสาธารณูปโภค ออกคำสั่งให้บริษัทไฟฟ้าหยุดส่งบิลค่าไฟฟ้าไปให้ผู้บริโภคชั่วคราว และจะออกคำสั่งให้คนที่ถูกตัดไฟยังไม่ต้องจ่ายค่าไฟด้วย 



          บีบีซี สื่ออังกฤษ รายงานว่า นายสกอตต์ วิลเลาจ์บี ชาวดัลลัส ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นบิลค่าไฟของตัวเองถึง 16,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 480,000 บาท ส่วนซูซาน ฮอสฟอร์( Susan Hosfor) เมืองเดนิสัน (Denison) ได้เปิดเผยกับเอพีว่า เธอถูกเก็บค่าไฟฟ้าใน 2 สัปดาห์แรกของเดือน ก.พ. 64 ราว 1,346 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 40,427 บาท

ปธ.เฟด เข้าให้ปากคำต่อสภาคองเกรส ย้ำยังไม่ขึ้นดอกเบี้ย  



          การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดตลาดวันที่ 22 ก.พ.64  ปิดผสมผสาน ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการดีดตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ



-ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 27.37 จุด หรือร้อยละ 0.09 ปิดที่ 31,521.69 จุด



-เอสแอนด์พี ลดลง 30.21 จุด หรือร้อยละ 0.77 ปิดที่ 3,876.50 จุด



-แนสแดค ลดลง 341.42 จุด หรือร้อยละ 2.46 ปิดที่ 13,533.05 จุด



          ขณะเดียวกัน สภาคองเกรส กำลังหาทางหาข้อยุติเห็นชอบแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจเยียวยาผลกระทบโควิด-19 มูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่กระทรวงการคลังสหรัฐฯสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับดอกเบี้ยเงินกู้ที่อาจปรับขึ้นเร็วกว่าที่คาดหมาย แม้มีคำรับประกันมาจากธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ก็ตาม



          ตลาดจับตา นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เข้าให้ปากคำต่อสภาคองเกรส 2 วัน ในวันอังคาร23 ก.พ.64 และวันพุธ 24 ก.พ.64 มีความเป็นไปได้ว่าเขาจะย้ำว่ายังไม่มีแผนขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโนบายจนกว่าการจ้างงานฟื้นตัว และอัตราเงินเฟ้อ เริ่มปรับตัวขึ้น

          ตลาดทุนมีความเคลื่อนไหวผันผวน ทำให้นักลงทุน ถือครองสินทรัพย์เสี่ยงต่ำ ทำให้ราคาทองคำกลับมาขยับขึ้นเหนือ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐฯ อีกครั้ง



-ราคาทองคำตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนเม.ย.64 เพิ่มขึ้น 31 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดที่ 1,808.40 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์



หุ้นโบอิ้ง ร่วง 1.1% หลังเครื่องยนต์ขัดข้อง เกิดไฟลุกไหม้



          หุ้นของบริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ ปรับลดลงร้อยละ 1.1 หลังจากเครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่น แพรตต์แอนด์วิทนีย์ 4000 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันกับที่สายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลน์ใช้เกิดเหตุเครื่องยนต์ด้านขวาขัดข้อง ทำให้ไฟลุกไหม้ ทำให้ต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินนานาชาติเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด หลังขึ้นบินได้ไม่นาน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ตกกระจายใส่ชุมชนด้านล่างเป็นจำนวนมาก แต่โชคยังดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต



          จากเหตุการณ์ล่าสุด บริษัทโบอิ้ง ประกาศให้ระงับการใช้เครื่องบินโบอิ้ง 777 ทั้งหมด 24 ลำ เป็นการชั่วคราว โดยขณะนี้เครื่องบินโบอิ้ง 777 ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวให้บริการอยู่ 69 ลำทั่วโลก และจอดทิ้งไว้อยู่ถึง 59 ลำ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19



          องค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ (FAA) สั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม โดย FAA สรุปว่า ควรที่จะตรวจสอบระยะเวลาในการใช้งานใบพัด ซึ่งใช้ในเครื่องยนต์รุ่นนี้เท่านั้น และขณะนี้ FAA ประชุมกับตัวแทนของบริษัทเครื่องยนต์และตัวแทนของโบอิ้ง



          ด้านกระทรวงการคมนาคมของญี่ปุ่น ขอให้สายการบินเจแปนแอร์ไลน์ และสายการบินเอเอ็นเอระงับการใช้งานเครื่องโบอิ้ง777ที่ใช้เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าวไว้ก่อนแล้ว ขณะที่กำลังพิจารณาออกมาตรการเพิ่มเติม โดยสายการบินเอเอ็นเอ ใช้เครื่องรุ่นนี้อยู่ 19 ลำ ส่วนเจแปนแอร์ไลน์ใช้อยู่ 13 ลำ และเจแปนแอร์ไลน์ระบุว่าจะเลิกใช้เครื่องรุ่นดังกล่าวอยู่แล้วในเดือนมี.ค.ปี 2022



          ส่วนกระทรวงคมนาคมของเกาหลีใต้ ยังรอมาตรการอย่างเป็นทางการจากทาง FAA ก่อนที่จะมีคำสั่งกับสายการบินโคเรียนแอร์ ที่มีเครื่องรุ่นดังกล่าวจำนวน 16 ลำ



 

ข่าวทั้งหมด