ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564

17 กุมภาพันธ์ 2564, 21:05น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564



ปทุมธานีพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 50 คน



          สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) จังหวัดปทุมธานี ประจำวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2564   พบผู้ป่วยรายใหม่ 50 คน แบ่งเป็น



-ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 8 คน เป็นคนไทยทั้งหมด



-ผู้ติดเชื้อรายใหม่จากการดำเนินงานเชิงรุก 42 คนแบ่งเป็นคนไทย 23 คน ต่างด้าว 19 คน จากยอดค้นหาเชิงรุกในวันนี้ 3,356 คน ทำให้มีผู้ติดเชื้อสะสมจากการค้นหาเชิงรุก 293 คน



        ขณะนี้ พบผู้ติดเชื้อ ในอ.เมืองปทุมธานี อ.ธัญบุรี  อ.สามโคก อ.ลาดหลุมแก้ว อ.ลำลูกกา



นครราชสีมา ยืนยัน พ่อ-1ในพี่สาวฝาแฝด เด็ก 7 ขวบติดเชื้อโควิดจากไปร่วมงานศพที่อ.เสิงสาง



          หลังจากที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่รายที่ 11 เป็นเด็กชายวัย 7 ขวบ ซึ่งเดินทางจากอำเภอธัญบุรี จ.ปทุมธานี ไปร่วมงานศพที่บ้านหนองบัวแดง หมู่ที่ 14 ต.กุดโบสถ์ อ.เสิงสาง เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ร่วมกับพ่อและพี่สาวฝาแฝดอีก 3 คน โดยก่อนหน้านี้มีผู้มีความเสี่ยงสูงต้องเฝ้าระวังการติดเชื้อจำนวน 14 คน โดยกักตัวตามขั้นตอนมาตรการป้องกันและควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด



          ล่าสุดนายแพทย์วิญญู จันทร์เนตร รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา  ยืนยันว่า ตรวจพบผู้ติดเชื้อจากไทม์ไลน์ผู้ที่สัมผัสและใกล้ชิดกับเด็กชายวัย 7 ขวบ เพิ่มเติมอีก 2 คน โดยเป็นพ่อของเด็กอายุ 47 ปี อีกรายเป็น 1 ในพี่สาวฝาแฝดของเด็ก  อายุ 15ปี โดยผู้ป่วยทั้ง2คน รักษาอาการป่วยที่รพ.เสิงสาง และรพ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี



          รวมขณะนี้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกใหม่แล้ว 13 คน ซึ่งขณะนี้จังหวัดนครราชสีมา ยกระดับมาตรการการป้องกันควบคุมโรคสูงสุด โดยการปิดหมู่บ้านหนองบัวแดงหมู่ที่ 14 ที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อ และหมู่บ้านหนองแดง หมู่ที่ 7 ซึ่งอยู่ติดกัน ห้ามไม่ให้บุคคลภายในหมู่บ้านออกจากพื้นที่ รวมถึงไม่ให้บุคคลภายนอกเข้าพื้นที่อย่างเด็ดขาด และได้มีการส่งเจ้าหน้าที่สวบสวนโรคเข้าสอบสวนบุคคลที่มีความเสี่ยงทั้งหมดเป็นการเร่งด่วนแล้ว



'สมุทรสาคร'สั่งปิด'ตลาดกลางกุ้ง'ต่อถึง 28 ก.พ.นี้



          นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ลงนามประกาศคำสั่ง ฉบับที่ 46 เรื่องมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 บริเวณตลาดกลางกุ้ง โดยประกาศคำสั่งดังกล่าวมีผลบังคับถึงวันที่ 28 ก.พ.64 และมีสาระสำคัญคือ

          ห้ามเปิดดำเนินกิจการใดๆ โดยให้หยุดการซื้อ การขาย การค้า และการทำการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูปกุ้งและสัตว์น้ำประเภทอื่นในพื้นที่ตลาดกลางกุ้ง เป็นการชั่วคราว จนกว่าจะมีการแก้ไขปรับปรุงการสุขาภิบาลให้ถูกสุขลักษณะ เพื่อการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค ให้ปรับปรุงอาคารหรืออาคารที่พักอาศัยในตลาดกลางกุ้ง โดยจะต้องทำการตรวจสอบความแข็งแรงของอาคาร อุปกรณ์ส่วนควบ กำหนดจำนวนผู้พักอาศัยให้สอดคล้องกับขนาดพื้นที่

          ทั้งนี้ เมื่อดำเนินการแล้ว ให้เสนอแนวทางปรับปรุงตลาด ให้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร พิจารณา และเมื่อดำเนินการปรับปรุงตามที่เสนอเสร็จ จึงสามารถดำเนินการซื้อขาย คัดแยก แปรรูปกุ้งและสัตว์น้ำประเภทอื่นได้ หรือเปิดดำเนินการในอาคารหรืออาคารที่พักอาศัยได้ กรณีผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งฉบับนี้ มีโทษตามนัยมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ



เริ่ม 22 ก.พ. ออมสิน-ธกส.-ศาลาจังหวัด-อำเภอ รับลงทะเบียน ‘เราชนะ’ช่วยกลุ่มสูงอายุ พิการ ไม่มีสมาร์ทโฟน



          ปัญหาการลงทะเบียนโครงการ "เราชนะ" ในกลุ่มผู้ไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษที่เข้ามารับบริการลงทะเบียนที่สาขาธนาคารกรุงไทย (KTB) อย่างหนาแน่นตั้งแต่การเปิดให้ลงทะเบียนวันแรกเมื่อ 15 ก.พ.นั้น  นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ตั้งแต่สัปดาห์หน้า คือ วันที่ 22 ก.พ.เป็นต้นไป ทางการจะปรับปรุงให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ตลอดจนเจ้าหน้าที่ของกระทรวงการคลังในพื้นที่เช่น สรรพากรจังหวัด สรรพสามิตจังหวัด เข้าไปร่วมกับธนาคารกรุงไทยในการช่วยรับลงทะเบียนให้แก่กลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟน พร้อมทั้งขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเปิดจุดรับลงทะเบียน เราชนะ ณ ศาลากลางจังหวัด หรือที่ว่าการอำเภอต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนด้วย



          ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตในกรณีที่ไม่มีสมาร์ทโฟนแล้ว จะสามารถนำเงินจากแอป "เป๋าตัง" ไปใช้จ่ายซื้อสินค้าได้อย่างไรนั้น รมว.คลัง ชี้แจงว่า ขอให้ผู้ไม่มีสมาร์ทโฟนและได้รับสิทธิยืนยันแล้ว นำเพียงบัตรประชาชนไปแสดงกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการได้เลย เพื่อยืนยันตัวตนว่าเป็นเจ้าของบัตรและผู้มีสิทธิคนเดียวกัน



รอรับได้เลย พรุ่งนี้! คลังกดปุ่มโอนเงิน "เราชนะ" เพิ่ม 2 หมื่นล้านบาท



          น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง พร้อมจะโอนวงเงินเราชนะงวดแรก 2,000 บาท ให้ผู้ผ่านคัดกรองสิทธิ ในกลุ่มผู้ที่ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตังอยู่แล้ว และกลุ่มที่ลงทะเบียนเพิ่มผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ในวันที่ 18 ก.พ.นี้ โดยปัจจุบันทั้ง 2 กลุ่มดังกล่าว มีผู้ผ่านการคัดกรองเข้าร่วมโครงการแล้วทั้งสิ้น 16.3 ล้านคน แบ่งเป็นกลุ่มผู้ที่ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง และเราเที่ยวด้วยกัน 8.4 ล้านคน และกลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราชนะ.com 7.9 ล้านคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณรวมกว่า 20,000 ล้านบาท แต่หลังจากนี้ หากมีผู้ผ่านสิทธิและมีการยืนยันตัวตนเพื่อรับสิทธิเพิ่มเติมในแอปฯเป๋าตัง กระทรวงการคลังก็พร้อมโอนวงเงินเราชนะให้ทันทีภายในวันเดียวกัน และหลังจากนั้นจะโอนให้ต่อเนื่องทุกวันพฤหัสบดี งวดละ 1,000 บาท จนครบ 7,000 บาท

          ขณะที่การโอนวงเงินสิทธิให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.69 ล้านคน ได้โอนไปแล้ว 2 ครั้ง โดยยอดล่าสุดกลุ่มผู้ถือบัตรฯ มียอดการใช้จ่ายวงเงินสิทธิหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไทยไปแล้วมากกว่า 14,000 ล้านบาท



          ส่วนยอดกดสละสิทธิเราชนะ ล่าสุดมีจำนวน 8.8 หมื่นคน โดยกระทรวงการคลัง ขอให้กลุ่มข้าราชการการเมือง ข้าราชการ พนักงานราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐที่รับค่าตอบแทนโดยตรงจากหน่วยงานของรัฐ และไม่เป็นอาสาสมัครหรือเป็นการจ้างรายวัน รวมถึงผู้รับบำนาญปกติ ให้แจ้งสละสิทธิทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะหากตรวจสอบพบภายหลัง จะมีการเรียกเงินคืนทันที โดยสามารถกดสละสิทธิทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ได้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 25 มี.ค. 64

          ส่วนการเปิดรับลงทะเบียนเราชนะ สำหรับกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ผู้อยู่ในภาวะพึ่งพิง ผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยและจุดบริการทั่วประเทศในช่วง 3 วัน ตั้งแต่ 15-17 ก.พ. มียอดสะสมรวมกว่า 3.27 แสนคน ทั้งนี้ยังสามารถไปลงทะเบียนยังสาขาธนาคารกรุงไทยและจุดรับลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 5 มี.ค. 64



รมว.ดีอีเอส เตือน ใช้แอปฯ "Clubhouse" ด้วยความระมัดระวัง อย่าละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น พร้อมตรวจสอบและดำเนินคดีทันที เหมือนทุกแพลตฟอร์ม



         หลังจากที่พบว่ามีผู้ใช้โซเชียลมีเดียได้เริ่มเข้าไปใช้งาน แอปพลิเคชัน "Clubhouse" กันอย่างแพร่หลาย โดยในแอปพลิเคชันดังกล่าว มีลักษณะการใช้งานที่ผู้ใช้จะตั้งกลุ่มพูดคุยแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ เป็นรูปแบบการใช้เสียง ไม่มีภาพ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) เปิดเผยว่า จากการสังเกตการณ์และติดตามและสื่อมวลชนรายงาน พบว่า มีกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมือง และกลุ่มต่าง ๆ ได้ใช้แอปพลิเคชันนี้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลที่เข้าข่ายบิดเบือน สร้างความเสียหาย และอาจนำไปสู่การกระทำความผิดกฎหมายได้นั้น



          กระทรวงดิจิทัลฯ และเจ้าหน้าที่รัฐได้ติดตาม การใช้งานของ แอปพลิเคชัน Clubhouse ตั้งแต่แรกที่มีผู้เริ่มใช้งาน ซึ่งแม้ว่าการใช้งานเป็นลักษณะกลุ่มปิดที่ต้องมีเพื่อนเชิญเข้าร่วมกลุ่มก็ตาม แต่การใช้โซเชียลมีเดียทุกรูปแบบ หากใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะส่งผลดีต่อการใช้งาน เกิดผลดีต่อสังคม



          ดังนั้น จึงฝากเตือนไปยังผู้ใช้แอปพลิเคชันดังกล่าว ว่า หากไม่ระมัดระวัง ใช้ในทางที่ผิด เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอื่น สร้างความเสียหาย ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ทั้งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พ.ศ.2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมถึงกฎหมายอื่น ๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที เช่นเดียวกับที่ได้ติดตามตรวจสอบการใช้งานโซเชียลมีเดียในแพลตฟอร์มอื่น ๆ ด้วย



          แต่อีกด้านหนึ่ง กลายเป็นปัญหาปวดหัวที่สร้างความเข้าใจผิดให้กับบรรดานักลงทุนไปแล้ว เมื่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่เน้นการสนทนาผ่านเสียงอย่าง Clubhouse ดันไปมีชื่อพ้องกับบริษัทผู้ผลิตสื่อและคอนเทนต์อย่าง ClubHouse Media Group Inc. (CMGR) เพิ่งจะเปลี่ยนชื่อมาจาก Tongji Healthcare Group Inc. และเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจมาเน้นการโปรโมตอินฟลูอินเซอร์และช่องทางโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนที่แล้วได้สร้างความสับสนให้เหล่านักลงทุนเป็นอย่างมาก หลังจากคนส่วนใหญ่เข้าใจผิดว่าพวกเขาเป็นบริษัทเดียวกันกับผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน Clubhouseจนทำให้หุ้นของ ClubHouse Media Group พลอยได้รับอานิสงส์จากความเข้าใจผิดที่เกิดขึ้นไปด้วย จนหุ้นของพวกเขาในปีนี้ทะยานขึ้นแรงแล้วกว่า 1,026%  ย้ำอีกครั้ง Clubhouse ยังคงเป็นเพียงสตาร์ทอัพที่ได้รับการสนับสนุนโดย VC อย่างบริษัท Andreessen Horowitz และยังไม่ได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยซ้ำ



แรงขายทำกำไร  หุ้นไทยปิดลด 8.20 จุด

          ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดวันนี้ที่ระดับ ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,514.91 จุด ลดลง 8.20 จุด มูลค่าการซื้อขาย 96,456.06 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยวันนี้เผชิญแรงขายทำกำไรในหุ้นที่ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว แต่ตลาดบ้านเรายังได้แรงหนุนจากหุ้นในกลุ่มแบงก์ที่วันนี้ดูจะแข็งแกร่งกว่าหุ้นใน Sector อื่น ซึ่งกลุ่มแบงก์ได้แรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond yield) ที่สูงขึ้นด้วย และยังได้รับผลดีจากมาตรการที่จะออกมาช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยว



          ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวลงในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาเพื่อทำกำไร หลังจากดัชนีนิกเกอิพุ่งขึ้นเมื่อวานนี้ปิดตลาดที่ระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบ 30 ปี แต่ตลาดปรับตัวลงไม่มากนัก เนื่องจากนักลงทุนขานรับการที่ญี่ปุ่นเริ่มฉีดวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ในวันนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดที่ระดับ 30,292.19 จุด ลดลง 175.56 จุด



          ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเพิ่มขึ้นในวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อคืนนี้ โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า สภาคองเกรสสหรัฐฯจะอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ที่นำเสนอโดยประธานาธิบดีโจ ไบเดน ดัชนีฮั่งเส็งปิดที่ 31,084.94 จุด เพิ่มขึ้น 338.28 จุด



ถูกหลอก! จ.ชัยภูมิ พบ2 สามีภรรยาตาบอด -ผู้ป่วยจิตเวช ถูกมิจฉาชีพหลอกเอาบัตรประชาชนสวมสิทธิ “คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน”



          จากตรวจสอบชุมชนขี้เหล็กใหญ่ อ.เมือง โดยได้พบกับสองแม่ลูกพิการที่อาศัยอยู่กับลูกชายคนเล็กป่วยจิตเวชมีอาการทางประสาท อาชีพเก็บขยะหาของเก่าไปขายโดยทั้งสองคนไม่เคยได้ลงทะเบียนรับสิทธิใดๆ ตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐ เพราะอ่านหนังสือไม่ออก ไม่เคยใช้โทรศัพท์มือถือ ได้เพียงแต่เบี้ยยังชีพคนพิการและผู้สูงอายุ แต่ปรากฏว่า มีหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนให้มาสอบปากคำกรณีนำบัตรประชาชนไปใช้สมัครเข้าร่วมโครงการสิทธิ “คนละครึ่ง-เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งมีการเบิกจ่ายเงินไปดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งเชื่อว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพคงไปจดเอาเลขบัตรประชาชนของผู้เสียหายไป แล้วนำไปสมัครเข้าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการคนละครึ่งและได้ไปใช้สิทธิตามร้านค้า โรงแรมต่างๆ ที่ขึ้นทะเบียนเข้าร่วมขบวนการกับกลุ่มมิจฉาชีพไว้และได้เบิกเงินดังกล่าวไป



          ส่วนอีกราย คือ นายคำมูล สีวิชัย และนางประยูร ปลอดสูงเนิน สองสามีภรรยาผู้พิการตาบอด อ.หนองบัวระเหว จ.ชัยภูมิ ถูกสวมสิทธิเราเที่ยวด้วยกัน และคนละครึ่ง โดยเล่าว่ามีผู้นำหมู่บ้าน มาบอกว่า บิณฑ์ บันลือฤทธิ์ จะมาแจกเงินช่วยเหลือจากโควิด-19 คนละ 300 บาท ตนจึงฝากบัตรประชาชนให้เพื่อนบ้านไปช่วยลงทะเบียน และได้เงินมา 300 บาท แต่ถูกหักเป็นค่าดำเนินการไป 20 บาท ได้รับเงินเหลือเพียง 280 บาทเท่านั้น เบื้องต้นชาวบ้านส่วนหนึ่ง ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีขบวนการที่หลอกชาวบ้านว่าจะเงินสนับสนุนจากรัฐบาล และอยากให้ภาครัฐเข้ามาตรวจสอบ เพื่อยืนยันว่าชาวบ้านไม่มีเจตนาร่วมกับกลุ่มขบวนการนี้ทุจริตสวมสิทธิโครงการของรัฐ



กัมพูชา ยึดหลักอาเซียน ไม่แทรกแซงกิจการภายในเมียนมา



          โฆษกกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา เปิดเผยว่า กัมพูชาจะไม่แทรกแซงกิจการภายในของเมียนมา และรัฐบาลกัมพูชาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประท้วงใดๆ ในกัมพูชาที่แสดงการต่อต้านรัฐประหารในเมียนมา ซึ่งรัฐบาลกัมพูชายึดมั่นในหลักการของอาเซียน เกี่ยวกับการไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศเพื่อนบ้าน



          นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา ยังเรียกร้องให้บรรดากลุ่มเอ็นจีโอในกัมพูชางดการเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ที่เป็นการต่อต้านรัฐประหารเมียนมาที่จัดบนแผ่นดินกัมพูชา พร้อมทั้งกล่าวว่า จะเป็นเรื่องดีกว่ามาก หากกลุ่มเอ็นจีโอในกัมพูชาเดินทางไปเมียนมา เพื่อเข้าร่วมการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารที่นั่น แทนการร่วมกิจกรรมที่จัดในกัมพูชา



           นายทอม แอนดรูส์ ผู้ประสานงานพิเศษของสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ในเรื่องสิทธิมนุษยชนในเมียนมา แสดงความเป็นกังวลเรื่องสถานการณ์ในเมียนมา ระบุว่าอาจจะเกิดเหตุปะทะที่รุนแรงกว่าทุกครั้งในวันนี้ หลังประชาชนในหลายเมือง โดยเฉพาะนครย่างกุ้ง ชุมนุมต่อต้านคณะรัฐประหาร ขณะเดียวกันกองทัพเมียนมาได้เคลื่อนกำลังทหารจากพื้นที่อื่นๆ รวมถึงจากกองพันทหารราบที่ 77 จากรัฐยะไข่ ซึ่งปฏิบัติการดูแลความมั่นคงในพื้นที่ภาคตะวันตกของประเทศ ให้เข้ามาควบคุมสถานการณ์ในนครย่างกุ้งร่วมกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงในท้องถิ่นในสัปดาห์นี้

ข่าวทั้งหมด