นายกฯ ยันไม่ผูกขาดวัคซีนเจ้าใดเจ้าหนึ่ง แต่ต้องปลอดภัยมีประสิทธิภาพ

19 มกราคม 2564, 12:28น.


          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี วันนี้ กรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า วิพากษ์วิจารณ์การจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ของรัฐบาล พร้อมตั้งคำถามว่า ทำไมประเทศไทยไม่ได้รับการจัดซื้อวัคซีนที่ครอบคลุมจำนวนประชากรที่เหมาะสม และทำไมประเทศไทยถึงยังไม่เริ่มฉีดวัคซีน  


          พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นวัคซีนที่จะเข้ามา ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องเป็นของแอสตราเซเนกาเพียงเจ้าเดียว แต่วัคซีนที่จะนำมาใช้ จะต้องมีมาตรฐานรับรองมาจากต้นทาง และต้องผ่านการตรวจมาตรฐานด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยจากหน่วยงานของไทยด้วย  ส่วนการฉีดวัคซีนนั้น เมื่อได้วัคซีนมาแล้ว สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย.อนุญาตแล้ว ก็ไม่ใช่ว่าจะฉีดได้ทันที เพราะวัคซีนจะทยอยเข้ามาตามคิวที่จองไว้  ดังนั้นระหว่างที่รอวัคซีนเข้ามา จึงต้องศึกษาผลกระทบให้รอบคอบว่า ฉีดแล้วจะเป็นอย่างไร และเตรียมมาตรการป้องกันให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้  หากในอนาคตมีวัคซีนจากเจ้าอื่นที่ได้ผลกว่า ไทยก็จัดซื้อมาได้ เพราะไม่ได้ผูกขาดกับเจ้าใดเจ้าหนึ่ง 


          นายกรัฐมนตรี บอกว่า แม้วันนี้เราจะยังเลือกวัคซีนไม่ได้มาก แต่ต่อไปเมื่อมีการแข่งขันพัฒนาการผลิต  วัคซีนก็จะมีคุณภาพมากขึ้น ราคาถูกลง ซึ่งวัคซีนเหล่านี้ ต้องฉีดหลายครั้ง ตราบใดที่ยังมีการระบาด เหมือนไข้หวัดใหญ่ ที่ต้องมีการฉีดวัคซีนอย่างสม่ำเสมอ  


          นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า วัคซีนที่นำเข้ามาก่อนนี้ จะถือเป็นสินค้าควบคุมก่อนในระยะแรก  เพราะใช้ในช่วงฉุกเฉินที่มีการระบาดของโรค ดังนั้นไม่ใช่ว่าใครจะนำเข้ามาก็ได้  แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องรับผิดชอบ  ในอนาคตหากสถานการณ์ดีขึ้น การพัฒนาวัคซีนมีประสิทธิภาพ คุณภาพ และความปลอดภัยที่แน่นอนแล้ว ก็อาจจะอนุญาตให้นำเข้ามาในเชิงพาณิชย์  


....
ข่าวทั้งหมด