ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันพุธที่ 13 มกราคม 2564

13 มกราคม 2564, 19:51น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันพุธที่ 13 มกราคม 2564



พระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเครื่องมือแพทย์ ให้กระทรวงสาธารณสุขรับมือโควิด-19



          นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นเวลา 15 นาที ภายหลังเข้าพบนายอนุทิน กล่าวว่า วันเดียวกันนี้มารายงานนายกฯว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะพระราชทานเครื่องมือแพทย์ให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อมอบให้รัฐบาลใช้ในการดูแลประชาชน ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณ และเราต้องวางแผนการใช้รถตรวจพระราชทาน หากรวมกับที่จะพระราชทานมาใหม่ก็จะมี 20 คัน



          นอกจากนั้น ยังรายงานนายกฯเรื่องการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ในข้อมูลต่างๆว่า มาจากประเทศไหนเป็นอย่างไร เราต้องระมัดระวังอะไรบ้างโดยขณะนี้ยังไม่มีวัคซีนจากที่ไหนที่ปลอดภัยที่สุด เพราะถ้าจะให้ปลอดภัยที่สุดต้องศึกษามาเป็น 10ๆปี แต่เราเพิ่งเผชิญเหตุการณ์มาปีกว่าๆจึงต้องศึกษากันต่อไป แต่ส่วนใหญ่เขาก็ทดลองในระดับที่เชื่อมั่นว่าปลอดภัยในระดับหนึ่ง ซึ่งวัคซีนทั่วโลกตอนนี้ถ้าได้รับการใช้ก็เป็นการใช้ภายใต้เงื่อนไขการขออนุญาตใช้วัคซีนโควิด-19 เป็นการฉุกเฉิน (Emergency Use Authorization) จึงเป็นการฉีดโดยการพิจารณาของรัฐบาลไม่ใช่ฉีดในเชิงพาณิชย์

          โดยการนำเข้ามาจะต้องผ่านกระทรวงสาธารณสุข ผู้ผลิตวัคซีนไม่สามารถไปขายโดยเอเย่นต์หรือเชิงพาณิชย์ได้ ต้องเป็นการขายโดยรัฐต่อรัฐโดยตรง ทั้งนี้แม้สถานการณ์ขณะนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงแล้ว แต่อย่าไปดีใจหรือเสียใจกับตรงนั้น ขอให้เชื่อว่าระบบสาธารณสุขยังทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพอยู่ จำนวนผู้ติดเชื้อแม้จะมีมากขึ้น แต่ก็มากขึ้นในกลุ่มที่เราก็รู้ว่าจะต้องเพิ่มขึ้นจากตรงนี้ แต่สิ่งที่เรากลัวที่สุด คือ ไปไหนมาไหนก็เจอแต่ผู้ติดเชื้อมาจากทุกที่ แต่เราไม่รู้ว่ามาจากไหนและติดจากไหน แต่เรายังไม่อยู่ในเหตุการณ์นั้น ทั้งนี้ที่สำคัญอัตราติดเชื้อจากผู้ที่ป่วยแล้วหาย ติดเชื้อแล้วมีอาการหรือผู้ที่เสียชีวิตยังคงอยู่ในบรรทัดฐานของกรอบที่ยังไม่หลุดออกไป ซึ่งเรายังควบคุมได้อยู่



ไทยรอคำตอบจากจีน ประสิทธิภาพวัคซีน ซิโนแว็กซ์

         ข้อกังวลถึงประสิทธิภาพวัคซีนโควิด-19 ที่จะนำเข้ามาใช้ในประเทศไทย โดยเฉพาะวัคซีนซิโนแว็กซ์ ของประเทศจีน ที่มีผลการทดลองระยะ 3 ในบราซิลมีประสิทธิภาพ เพียงร้อยละ 50.4 น.พ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ อธิบายว่า ข้อมูลแถลงของสถาบันบูตันตัน ยังมีค่อนข้างจำกัด ขณะนี้ไทยได้ขอข้อมูลโดยตรงจากซิโนแว็กซ์แล้ว และรอคำตอบอย่างเป็นทางการว่า ข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าคืออะไร นอกจากนั้น ขั้นตอนการขอขึ้นทะเบียนที่กำลังดำเนินการทางเอกสาร กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ซึ่งเขาต้องเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่จำเป็นให้ทราบ นอกจากนั้น สถาบันบูตันตัน ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกในเรื่องประสิทธิผลร้อยละ78 เมื่อเทียบระหว่างคนที่ฉีด กับคนที่ไม่ได้ฉีด ในเรื่องการป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรงในคนที่ติดเชื้อ ไม่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ



          สำหรับข้อดีของวัคซีนจีน คือ ใช้เทคโนโลยีรูปแบบเชื้อตาย ฉีดเข้าไปในร่างกาย เป็นการทำวัคซีนแบบดั้งเดิม ที่ปกติเคยทำกันในวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี หรือวัคซีนโรคโปลิโอ เป็นเทคนิคที่เราคุ้นชิน ซึ่งประเทศจีนเอง ได้ฉีดให้ทหารและบุคลากรทางการแพทย์ของเขาไปแล้วหลายแสนคน ไม่พบผลข้างเคียงที่น่าวิตก เมื่อเทียบกับบางวัคซีน ที่พบผลข้างเคียง สุดท้ายการที่เราจะเลือกวัคซีนไหน อยู่ที่ราคา จำนวนที่มีให้เรา บางอันคุณภาพดี แต่ให้เราได้ปลายปี เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาประกอบ อีกประการ ถ้าองค์การอนามัยโลก กำหนดว่าถ้าวัคซีนใดมีประสิทธิภาพร้อยละ50  ขึ้นไป ถือว่าใช้ได้และอาการไม่พึงประสงค์ต้องไม่มากก็ถือว่าใช้ได้

          ด้านนพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า การขึ้นทะเบียน อย.ดู 3 เรื่อง คุณภาพ ความปลอดภัย และประสิทธิภาพว่าเพียงพอหรือไม่ ขณะนี้ อย.ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญวัคซีนทุกคนในประเทศมาช่วยประเมินพิจารณาวัคซีนที่มาขอขึ้นทะเบียน เพื่อช่วยให้ขั้นตอนการพิจารณาเร็วขึ้น และเพื่อให้การประเมินเกิดขึ้นทุกด้าน ซึ่งตอนนี้มีวัคซีน 2 ราย ที่มายื่นขึ้นทะเบียน แต่ของซิโนแว็กซ์ ข้อมูลอาจไม่ครบ แต่เนื่องจาก การระบาดของโควิด-19 เป็นสถานการณ์เร่งด่วน เราจึงอนุญาตให้บริษัทมายื่นข้อมูลทีละส่วนได้ และให้ผู้เชี่ยวชาญอ่านประเมินไปเรื่อยๆไปก่อน

          นอกจากนี้ อย.ยังเปิดกว้างให้มีการนำเข้าวัคซีน แต่ผู้นำเข้าที่มายื่นขอขึ้นทะเบียน ต้องได้วัคซีนมาจากผู้ผลิตโดยตรง เพื่อป้องกันวัคซีนปลอม และเพื่อให้ผู้นำเข้ารับผิดชอบถ้ามีปัญหาอะไร



ครบ1ปีพบโควิดระบาดในไทย กราฟผู้ติดเชื้อใหม่หักหัวลง



         สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ในประเทศไทย นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผอ.กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า วันนี้เป็นวันครบรอบ 1 ปี การพบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นหญิงสูงอายุชาวจีนจากเมืองอู่ฮั่น และสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทย ขณะที่ในวันนี้ก็พบว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 157 คน โดยติดเชื้อในประเทศ 90 คน คัดกรองเชิงรุก 42 คน และผู้เดินทางจากต่างประเทศ 25 คน ถือว่า กราฟผู้ป่วยรายใหม่เริ่มหักหัวลง แต่ยังนิ่งนอนใจไม่ได้เพราะวันนี้เพิ่งลดลงวันแรก จึงต้องติดตามต่อเนื่อง และดูที่กราฟการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกในชุมชน เพราะหากตรวจพบเยอะ แสดงว่าอาจมีที่อยู่ในชุมชนแล้วยังไม่ออกมารับการรักษาหรืออาจไม่มีอาการ ดังนั้น กราฟสูงในชุมชนจะมีผู้ป่วยมาก แต่หากตรวจเยอะและเจอน้อย กราฟก็จะไม่สูง ต้องใช้ข้อมูลหลายส่วนประกอบกัน เพื่อดูว่ากราฟเส้นลดแล้วหรือยัง



          ในภาพรวมพบผู้ติดเชื้อสะสมใน 60 จังหวัด และมีประมาณ 20 จังหวัดเริ่มเป็นสีเขียวเพราะไม่พบผู้ป่วยในรอบ 7 วันนับเป็นสัญญาณที่ดี ส่วนในโซนสีแดงจังหวัดที่พบผู้ป่วยมากกว่า 50 คน มี 10 จังหวัด และจำแนกรายจังหวัด พบว่า ในวันนี้ จ.สมุทรสาคร น้อยกว่าเมื่อวันที่ 12 ม.ค. แต่วันที่ 14 ม.ค. อาจจะเพิ่มขึ้นจากการค้นหาเชิงรุกในโรงงานก็ได้



          ส่วน กทม.พบผู้ป่วยลดลงเล็กน้อย และมีบางจังหวัดที่ไม่พบผู้ป่วยมาหลายวันแล้วเพิ่งมาพบ เช่น หนองคาย ไม่พบตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. เป็นการติดเชื้อในครอบครัว ส่วนจังหวัดตรัง มีการพบผู้ป่วยรายใหม่ มีประวัติเดินทางไปหลายที่ และต้องติดตาม ไทม์ไลน์ค้นหาความเสี่ยงรับและแพร่เชื้อ



          ด้าน นพ.วิชาญ ปาวัน ผอ.สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กล่าวว่า การระบาดรอบใหม่ถือว่ากราฟไม่ชันมาก แต่ยังมีรายงานผู้ป่วยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง กลุ่มก้อน (Cluster) ที่สำคัญเชื่อมโยงสมุทรสาคร และสถานบันเทิงย่านปิ่นเกล้า ธนบุรี และบางนา ที่สำคัญคือเริ่มพบผู้ป่วยประปรายในครอบครัว หน่วยงานต่างๆ จึงต้องเฝ้าระวังเหตุการณ์ผิดปกติในสถานประกอบอย่างเข้มข้น ช่วยกันเป็นหูเป็นตา ตรวจจับและยุติการระบาดให้เร็วที่สุด รวมถึงเฝ้าระวังเข้มข้นในทุกจุดต่อไป



        จุดเสี่ยงสำคัญของ กทม. คือตลาด เพราะมีความเชื่อมโยงกับพ่อค้าแม่ค้า นำสินค้าจากสมุทรสาครมา จึงสำรวจไปแล้ว 117 แห่ง โดยตั้งเป้าว่าผู้ค้าทุกรายที่มาจากตลาดที่มีความสี่ยง ต้องได้รับการตรวจหาเชื้อทางน้ำลาย และปัจจุบันได้ตรวจไปแล้วราว 12,000 คน พบผู้ป่วย 14 คน สัปดาห์นี้จะเก็บเพิ่มอีก 18,000 คน ส่วนมาตรการกลุ่มแรงงานข้ามชาติ มีด่านตรวจไม่ให้เคลื่อนย้าย และสำรวจพื้นที่มีแรงงานอาศัยอยู่มาก วางแผนเพื่อเฝ้าระวังสุ่มสำรวจในโรงงานต่างๆ เพื่อจะนำเสนอต่อ ศปค.กทม. พิจารณาต่อไป



กรุงเทพมหานครทำระบบ BKK COVID-19 สำหรับด่านคัดกรองในพื้นที่



          นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กรุงเทพมหานครจัดทำระบบ BKK COVID-19 สำหรับด่านคัดกรองในพื้นที่กรุงเทพมหานครในรูปแบบใหม่ ประชาชนสามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น และใช้เวลาในการกรอกข้อมูลไม่นาน โดยมีขั้นตอนง่ายๆ เพียง 2 ขั้นตอน ได้แก่ การสแกน QR CODE เพื่อกรอกแบบฟอร์มข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน เบอร์โทรศัพท์มือถือ ระบุเพศ และสัญชาติ



          จากนั้นกรอกข้อมูลการเดินทาง อาทิ เดินทางมาจากจังหวัดใด เดินทางเข้ากรุงเทพมหานครหรือผ่านไปจังหวัดอื่น ในกรณีเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร ระบุการเดินทางเที่ยวเดียวหรือไปกลับ ระบุเขตและวันเดินทางกลับ พร้อมเหตุผลความจำเป็น จากนั้นแสดงข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ที่ด่านคัดกรอง เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการ



          กรุงเทพมหานคร จัดทำระบบ BKK COVID-19 รูปแบบใหม่ขึ้น เพื่อบันทึกข้อมูลผู้ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการสืบสวนโรค โดยรวบรวมเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการกรอกข้อมูล รวมทั้งลดเวลาการผ่านด่านของประชาชนที่จะเข้ามาในกรุงเทพมหานคร รวมถึงป้องกันการจราจรติดขัดในพื้นที่  จึงขอให้ผู้ที่ผ่านด่านคัดกรอง ให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ในการรวบรวมข้อมูลดังกล่าว และติดตั้งแอปพลิเคชัน "หมอชนะ" เพื่อควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และเพื่อความปลอดภัยของทุกคน



 



 



รมว.คลัง กำหนดพิกัดช่วยเหลือกลุ่มอาชีพนอกระบบ ลงทะเบียน 'เราชนะ' -ต่ออายุ คนละครึ่งขอดูรายไตรมาส



          มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในภาพรวมจะช่วยในการประคองเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการป้องกันการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้าง โดยมาตรการ "เราชนะ" จะเป็นการช่วยเหลือในกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการดูแล ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่นอกระบบ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า ผู้ขับแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คาดว่ามีอยู่ราว 30-35 ล้านคน ที่มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,500 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำเสนอรายละเอียดต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งก่อนเปิดให้ลงทะเบียน



          รมว.คลัง ย้ำว่า วิธีการลงทะเบียนจะไม่ยาก ต้องการข้อมูลส่วนตัว และเลขบัตรประชาชนเท่านั้น รอบนี้เราจะพยายามทำให้การลงทะเบียนง่ายขึ้นกว่ารอบแรก (โครงการเราไม่ทิ้งกัน) ส่วนความช่วยเหลือที่รัฐบาลกำหนดไว้เพียง 2 เดือนนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องประหยัดการใช้งบประมาณให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่นกัน



         สำหรับโครงการ "คนละครึ่ง" ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 นายอาคม กล่าววว่า แม้จะได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากประชาชน ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศได้มากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศที่ต้องการแรงขับเคลื่อนหลักจากการบริโภคในประเทศเป็นหลัก หลังจากที่รายได้ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากโควิด-19  แต่ขณะนี้ รัฐบาลขอพิจารณาสถานการณ์เป็นรายไตรมาสว่า ยังมีความจำเป็นต้องขยายเวลาโครงการในลักษณะนี้ออกไปอีกหรือไม่ เพราะต้องดูว่ากำลังซื้อของประเทศดีขึ้นหรือไม่ และประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือไม่ ถ้าได้ประโยชน์จริง รัฐบาลก็ยินดีจะพิจารณา พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลยังมีเม็ดเงินเพียงพอที่จะนำมาใช้ในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยขณะนี้ยังมีเงินเหลือจากในส่วนที่กู้มาตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท



          ส่วนที่มีความกังวลว่าถ้าสถานการณ์โควิด-19 รอบนี้ยาวนานเกินกว่า 2 เดือนที่รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้นนั้น รมว.คลัง กล่าวว่า คงไม่มีใครอยากเห็นภาพแบบนั้น ดังนั้นจึงต้องพิจารณาใน 2 ส่วนควบคู่กันไป คือ ทำอย่างไรไม่ให้มีการระบาดมากไปกว่านี้ และจำกัดพื้นที่ให้ได้น้อยที่สุด ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับเรื่องเศรษฐกิจ คือให้เศรษฐกิจยังสามารถเดินต่อได้ด้วย ซึ่งการระบาดในรอบใหม่นี้ ถือว่าดีกว่ารอบก่อน เพราะรอบนี้มีความก้าวหน้าเรื่องวัคซีนที่จะนำมาใช้ ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะทำให้เกิดความมั่นใจได้มากขึ้นกว่าการระบาดรอบนี้จะไม่กินเวลายาวนาน และไม่ขยายวงกว้างมาก ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ ไทยจะถือเป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถทำให้เศรษฐกิจไม่ได้หยุดชะงักท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีการแพร่ระบาด



หุ้นไทยปิดตลาดทำสถิติสูงสุดในรอบ 1 ปี



         หุ้นไทยปิดตลาดที่ระดับ 1,547.31 จุด เพิ่มขึ้น 7.46 จุด มูลค่าการซื้อขาย 106,700.02 ล้านบาท ดัชนีปิดสูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี รับแรงซื้อกลุ่มหลัก นำโดยพลังงาน โรงไฟฟ้า ปิโตรเคมี และแบงก์ จากคาดการณ์งบไตรมาส 4/63 มีทิศทางดีและยังมีแนวโน้มดีขึ้นในปีนี้ตามการฟื้นตัวราคาน้ำมัน ช่วงบ่ายเผชิญแรงขายทำกำไรบ้างหลังขึ้นไปทดสอบ 1,555 จุดแต่ยืนไม่อยู่ ขณะที่นักลงทุนรอการทยอยประกาศงบกลุ่มแบงก์ และทิศทางลงทุนต่างชาติ รวมถึงสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศ พรุ่งนี้คาดตลาดฯแกว่งบวกลบในกรอบ 10 จุด



          ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดปรับตัวขึ้นในวันนี้แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 30 ปี และปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันแล้ว ปิดที่ระดับ 28,456.59 จุด เพิ่มขึ้น 292.25 จุด



          ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลงจากแรงขายทำกำไร ในขณะที่นักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก ซึ่งปัจจัยลบดังกล่าวได้บดบังความหวังที่ว่ารัฐบาลสหรัฐฯชุดใหม่ภายใต้การนำของนายโจ ไบเดน จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ปิดวันนี้ที่ 28,235.60 จุด ลดลง 41.15 จุด



ผู้นำองค์กรคริสต์ที่แพร่โรคโควิด-19 ไม่ผิดกม.ควบคุมโรค แต่ผิดยักยอกทรัพย์



          ผู้พิพากษาคิม มิ-คยุงจากศาลแขวงซูวอน ทางตอนใต้ของกรุงโซล เกาหลีใต้ มีคำตัดสินว่านายลี แมน-ฮี อายุ 89 ปี ผู้นำโบสถ์คริสต์ชินชอนจี (Shincheonji)และผู้บริหารองค์กรอีก 11 คน ไม่มีความผิดฐานละเมิดกฎหมายควบคุมโรคระบาด แต่มีความผิดในข้อหาอื่นๆคือยักยอกทรัพย์จำนวน 5,600 ล้านวอน และไม่ให้ความร่วมมือกับการบริหารกิจการของรัฐ ตัดสินจำคุก 3 ปี แต่รอลงอาญาไว้ก่อน โดยให้คุมประพฤติ 4 ปี ห้ามทำความผิดซ้ำ  โดยสาเหตุที่ไม่มีความผิด เนื่องจากการขอข้อมูล เช่นรายชื่อผู้ไปโบสถ์ เป็นการขอความร่วมมือเพื่อใช้ในการสอบสวนโรคเท่านั้น ไม่ใช่การสำรวจในเชิงระบาดวิทยาอย่างแท้จริง



          ก่อนหน้านี้โบสถ์คริสต์ชินชอนจีของนายลีถูกกล่าวหาว่าเป็นศูนย์กลางการแพร่โรคโควิด-19 ในเกาหลีใต้ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว พบผู้ป่วยจากกลุ่มนี้ 4,000 คน หรือ ร้อยละ 36 ของผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศ ต่อมาเทศบาลกรุงโซลได้ยื่นฟ้องต่อพนักงานอัยการในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ให้ดำเนินคดีกับนายลีและผู้นำองค์กรอีก 11 คน ในหลายข้อหา เช่น ฆ่าคนตายโดยเจตนา ทำให้ผู้อื่นได้รับอันตรายและละเมิดกฎหมายควบคุมโรค



          นายลี ถูกจับกุมในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว หลังการสอบสวน โดยพนักงานสอบสวนกล่าวหานายลีและผู้บริหารองค์กรศาสนาว่า ปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้เข้าโบสถ์และการจัดพิธีทางศาสนา ทำให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขมีปัญหาในการติดตามกลุ่มเสี่ยงเพื่อกักกันเฝ้าระวังและถูกกล่าวหาว่ายักยอกทรัพย์และจัดให้กิจกรรมทางศาสนาโดยไม่ขออนุญาตต่อหน่วยงานท้องถิ่น



CDC ชี้การปราบปรามผู้อพยพ ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตโควิด-19 หลายหมื่นรายในยุโรป



          รายงานการเจ็บป่วยและการเสียชีวิตรายสัปดาห์ (MMWR) ซึ่งรวบรวม ข้อมูลจาก 37 ประเทศในยุโรป ซึ่งจัดทำโดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC)ของสหรัฐฯ ระบุว่า นโยบายปราบปรามผู้อพยพไม่ให้ลักลอบเข้าเมือง ซึ่งหลายประเทศในยุโรปดำเนินการอย่างจริงจัง ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมปีที่แล้ว ช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 หลายหมื่นรายในยุโรป ช่วยลดการแพร่ระบาดให้น้อยลง และทำให้หลายประเทศในยุโรปไม่ต้องใช้วิธีล็อกดาวน์ทั่วประเทศ



          จากการประเมินของทีมวิจัยพบว่า ถ้าสหราชอาณาจักรเข้มงวดนโยบายสกัดผู้อพยพไม่ให้ลักลอบเข้าเมืองตั้งแต่ก่อนฤดูใบไม้ผลิ(ระหว่างมีนาคมถึงพฤษภาคม)ปีที่แล้ว สหราชอาณาจักรจะสามารถลดตัวเลขผู้เสียชีวิตประมาณ 22,776 ราย ฝรั่งเศสจะสามารถลดตัวเลขผู้เสียชีวิตกว่า 13,000 ราย และสเปนจะสามารถลดตัวเลขผู้เสียชีวิต 9,300 ราย แต่ความล่าช้า ทำให้สหราชอาณาจักร เบลารุสและลักเซมเบิร์ก ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดค่อนข้างเร็วกว่าหลายประเทศ 

          ส่วนกรณีสหรัฐฯ แม้ว่า รัฐบาลสหรัฐฯจัดทำข้อเสนอแนะต่างๆเพื่อใช้ควบคุมโรคทั่วประเทศ แต่ให้อำนาจของแต่ละรัฐในการพิจารณารายละเอียดต่างๆเช่น การสวมหน้ากากอนามัย การปิดโรงเรียนและมาตรการอื่นๆ ส่งผลให้เกิดช่องโหว่ ทำให้ยากที่จะประเมินได้ว่ามาตรการปราบปรามผู้ลักลอบเข้าเมืองช่วยลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 หรือไม่



ผบช.น.เผย เข้าใกล้ตัวผู้ค้า เคนมผงให้กับผู้เสียชีวิตแล้ว



          หลังพบวัยรุ่นในกรุงเทพฯ เสพยาเสพติดชนิดใหม่ “เคนมผง” ทำให้ผู้เสียชีวิตหลายรายพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ ผบช.น. กล่าวว่า ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ ขณะนี้ทราบชื่อผู้จำหน่ายเคนมผงให้กับผู้เสียชีวิตเพิ่มแล้ว 1 คน โดยจะตรวจพิสูจน์ทราบตัวบุคคลว่ามีจริงหรือไม่ เพราะตามคำบอกเล่าผู้ซื้อทราบเพียงชื่อเล่น หรือฉายาเท่านั้น 



          ส่วนกรณีการจับกุม ในพื้นที่ สน.สายไหม และ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี ทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไม่เกี่ยวข้องกับกรณีมีผู้เสียชีวิต แต่รับสารภาพว่ารับของกลางมาจาก จ.ปทุมธานี เช่นเดียวกับการจับกุมก่อนหน้านี้ในพื้นที่ สน.สายไหม และ สน.จรเข้น้อย อยู่ระหว่างการตรวจสอบต่อไป



          พ.ต.อ.ธงชัย บัวรังษี ผกก.สน.วัดพระยาไกร เปิดเผยว่า ผู้บาดเจ็บ 3 คน ยังไม่สามารถสอบปากคำได้ เนื่องจากยังพักรักษาตัว และใส่เครื่องช่วยหายใจ ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 รายที่ถูกออกหมายจับ ไปสอบสวนเพิ่มเติมทีละคน คาดว่าจะนำตัวไปฝากขังต่อศาลในวันพรุ่งนี้



          นอกจากนั้น ตำรวจได้นำตัวนายโจ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และ นายนพเก้า หรือตูมตาม อบถม อายุ 26 ปี 2 ใน 4 ผู้ต้องหาตามหมายจับ ไปตรวจร่างกายที่ รพ.ตำรวจ เพื่อหาสารเสพติดในร่างกายว่า เป็นชนิดเดียวกันกับที่พบในจุดเกิดเหตุหรือไม่ เพื่อใช้ในการสรุปสำนวนคดี รวมถึงตรวจดีเอ็นเอเพื่อใช้เปรียบเทียบตัวอย่างจากศพของสาวผู้เสพ เคนมผง จนเสียชีวิตรายหนึ่ง เพราะญาติติดใจในประเด็นการข่มขืนกระทำชำเรา โดยจะเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้สรุปสำนวนคดีต่อไป



          นอกจากนี้ นายโจ กล่าวว่า ยอมรับเป็นผู้เสพกัญชา แต่ไม่เสพเคนมผง หรือรับมาขายตามที่ถูกตั้งข้อกล่าวหายืนยันว่าไม่มียาเสพติดไว้ในครอบครอง แม้ว่าข้อมูลจากตำรวจ จะเชื่อว่า นายโจ เป็นคนรับยาจากนายนพเก้า ก่อนนำมาขายให้กับนายวัชระ กับ นายวิรัฐ

ข่าวทั้งหมด