รมว.คลัง กำหนดพิกัดช่วยเหลือกลุ่มอาชีพนอกระบบ ลงทะเบียน 'เราชนะ' -ต่ออายุ คนละครึ่งขอดูรายไตรมาส

13 มกราคม 2564, 16:19น.


          มาตรการบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือ รมว.คลัง กล่าวว่า มาตรการที่ออกมาเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ในภาพรวมจะช่วยในการประคองเศรษฐกิจ ควบคู่ไปกับการป้องกันการระบาดไม่ให้ขยายวงกว้าง โดยมาตรการ "เราชนะ" จะเป็นการช่วยเหลือในกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการดูแล ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่นอกระบบ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า ผู้ขับแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง คาดว่ามีอยู่ราว 30-35 ล้านคน ที่มีสิทธิจะได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 3,500 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งกระทรวงการคลังจะนำเสนอรายละเอียดต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) อีกครั้งก่อนเปิดให้ลงทะเบียน


          รมว.คลัง ย้ำว่า วิธีการลงทะเบียนจะไม่ยาก ต้องการข้อมูลส่วนตัว และเลขบัตรประชาชนเท่านั้น รอบนี้เราจะพยายามทำให้การลงทะเบียนง่ายขึ้นกว่ารอบแรก (โครงการเราไม่ทิ้งกัน) ส่วนความช่วยเหลือที่รัฐบาลกำหนดไว้เพียง 2 เดือนนั้น รัฐบาลจำเป็นต้องประหยัดการใช้งบประมาณให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดเช่นกัน


         สำหรับโครงการ "คนละครึ่ง" ทั้งเฟส 1 และเฟส 2 นายอาคม กล่าววว่า แม้จะได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากประชาชน ช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยและกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศได้มากขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศที่ต้องการแรงขับเคลื่อนหลักจากการบริโภคในประเทศเป็นหลัก หลังจากที่รายได้ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากโควิด-19  แต่ขณะนี้ รัฐบาลขอพิจารณาสถานการณ์เป็นรายไตรมาสว่า ยังมีความจำเป็นต้องขยายเวลาโครงการในลักษณะนี้ออกไปอีกหรือไม่ เพราะต้องดูว่ากำลังซื้อของประเทศดีขึ้นหรือไม่ และประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือไม่ ถ้าได้ประโยชน์จริง รัฐบาลก็ยินดีจะพิจารณา พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลยังมีเม็ดเงินเพียงพอที่จะนำมาใช้ในการเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยขณะนี้ยังมีเงินเหลือจากในส่วนที่กู้มาตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท


          ส่วนที่มีความกังวลว่าถ้าสถานการณ์โควิด-19 รอบนี้ยาวนานเกินกว่า 2 เดือนที่รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือในเบื้องต้นนั้น รมว.คลัง กล่าวว่า คงไม่มีใครอยากเห็นภาพแบบนั้น ดังนั้นจึงต้องพิจารณาใน 2 ส่วนควบคู่กันไป คือ ทำอย่างไรไม่ให้มีการระบาดมากไปกว่านี้ และจำกัดพื้นที่ให้ได้น้อยที่สุด ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับเรื่องเศรษฐกิจ คือให้เศรษฐกิจยังสามารถเดินต่อได้ด้วย ซึ่งการระบาดในรอบใหม่นี้ ถือว่าดีกว่ารอบก่อน เพราะรอบนี้มีความก้าวหน้าเรื่องวัคซีนที่จะนำมาใช้ ดังนั้นจึงเชื่อว่าจะทำให้เกิดความมั่นใจได้มากขึ้นกว่าการระบาดรอบนี้จะไม่กินเวลายาวนาน และไม่ขยายวงกว้างมาก ซึ่งถ้าทำได้สำเร็จ ไทยจะถือเป็นประเทศแรกๆ ที่สามารถทำให้เศรษฐกิจไม่ได้หยุดชะงักท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังมีการแพร่ระบาด


          รมว.คลัง เชื่อว่า ในการออกมาตรการแต่ละเรื่อง รัฐบาลรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนมาโดยตลอด สำหรับมาตรการชุดแรกที่ออกมานี้ ในระยะต่อไปอาจจะพิจารณาเพิ่มเติม โดยจะพยายามให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้ เช่น อาจจะมีการช่วยเรื่องมาตรการเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา
ข่าวทั้งหมด