ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 12.30 น. วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

30 พฤศจิกายน 2563, 12:55น.



ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้อีก 21 คน รวมคนไทยที่มาจากเมียนมา



          สถานการณ์พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โควิด-19 ในวันนี้ เวลา 13.00 น. กระทรวงสาธารณสุข จะแถลงข่าวความคืบหน้ากรณีพบผู้ติดเชื้อโควิด–19 ที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดเชียงราย โดยนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค หลังพบคนไทยที่ลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฎหมาย จากเมียนมาเข้ามาในประเทศไทยและตรวจพบการติดเชื้อไปก่อนหน้านี้



          ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานสถานการณ์ผู้ป่วยในประเทศไทยวันที่ 29 พฤศจิกายน พบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 21 คน แบ่งเป็น




- ชาวต่างชาติเดินทางมาจากญี่ปุ่น, ฝรั่งเศส, รัสเซีย และโอมาน ประเทศละ 1 คน



- ชาวไทยเดินทางมาจากอินเดีย, อิตาลี, สหราชอาณาจักร, รัสเซีย, เดนมาร์ก, สหรัฐอเมริกา และเนเธอร์แลนด์ ประเทศละ 1 คน เดินทางจากเยอรมนี และเมียนมา ประเทศละ 2 คน เดินทางมาจากญี่ปุ่นและสวิตเซอร์แลนด์ประเทศละ 3 คน



- อยู่ในสถานที่กักกัน/ โรงพยาบาลในกรุงเทพ 7 คน, ชลบุรี 8 คน, นนทบุรี 1 คน, เชียงราย 2 คน และสมุทรปราการ 3 คน พบมีอาการป่วย 2 คน



-ยอดผู้ป่วยสะสม 3,998 คน



-เดินทางกลับบ้านได้ 3 คน รวมหายกลับบ้านแล้ว 3,803 คน



-ยังรักษาในโรงพยาบาล 135 คน



-ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม ยอดรวมเป็น 60 ราย



CR:กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข  




ไทย-เมียนมา ประสานข้อมูล ดำเนินคดีนายหน้าลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้าเมือง



          เช้านี้ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นพ.ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย นพ.ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ แถลงว่า พบผู้ติดเชื้ออีกสองคนเป็นเพื่อนกับหญิงวัย 29 ปี ที่ จ.เชียงใหม่



-คนแรกเป็นหญิงอายุ 29 ปี ชาว อ.ขุนตาล จ.เชียงราย



-คนที่สองเป็นหญิงอายุ 23 ปี ชาว จ.พะเยา



          ทั้งสองคน เดินทางข้ามพรมแดนไทย เมียนมา ตามช่องทางธรรมชาติ จากนั้นได้เข้าพักที่โรงแรมแม่สายอินน์ จนกระทั่งทราบว่าเพื่อนที่เดินทางมาด้วยกันติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เชียงใหม่ รู้สึกไม่สบายใจและได้เดินทางมาตรวจที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เชียงราย จากนั้นได้ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลศูนย์เชียงรายประชานุเคราะห์เพื่อตรวจหาเชื้อและพบว่าทั้ง 2 คนติดเชื้อ และรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ซึ่งทั้ง 2 คนอาการไม่รุนแรง



          นพ.ทศเทพ กล่าวว่า ติดตามผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง 21 คน ได้ทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจหาเชื้อไวรัส และหญิงสาวทั้ง 2 คน ที่พบเชื้อในจังหวัดเชียงราย ได้สั่งอาหารจากฟู้ดดิลิเวอรี่ จึงจะต้องติดตามพนักงานส่งอาหารมาตรวจโรคด้วย คาดว่า จะต้องติดตามตัวอีกรวมกันกับกลุ่มแรกแล้วประมาณ 30 คน ซึ่งในกลุ่มเคสนี้ไม่น่าเป็นห่วงเพราะว่าไม่ได้เดินทางไปในแหล่งชุมชนที่ใด ต่างจากกรณีในจังหวัดเชียงใหม่ที่เดินทางไปตามสถานที่ท่องเที่ยวและสถานบันเทิงหลายแห่ง



          นายประจญ กล่าวถึง กรณีที่มีการลักลอบเดินทางเข้ามาตามแนวชายแดนส่วนใหญ่พบว่าเป็นคนไทยที่ได้ข้ามไปทำงานตามสถานบันเทิงในพื้นที่ จ.ท่าขี้เหล็ก แต่เมื่อมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้สถานบันเทิงปิดตัว ทำให้ไม่มีงานทำ ประกอบกับกลัวว่าจะติดเชื้อ จึงได้พยายามลักลอบกลับเข้ามาที่ในประเทศไทย แต่เนื่องจากเดินทางไปประเทศเมียนมา ผิดกฎหมายจึงไม่สามารถกลับมาตามช่องทางปกติได้ ซึ่งตามกฎหมายของประเทศเมียนมามีโทษถึงจำคุก ทำให้บุคคลกลุ่มดังกล่าวต้องหลบหนีกลับประเทศไทยตามเส้นทางธรรมชาติ หรือติดต่อกับนายหน้าเพื่อพาข้ามพรมแดน เบื้องต้น ฝ่ายไทยก็ได้มีการติดต่อประสานงานกับประเทศเมียนมา ศูนย์ประสานงานชายแดนส่วนท้องถิ่นไทย-เมียนมา เพื่อหาทางให้กลุ่มบุคคลดังกล่าวกลับเข้ามาตามช่องทางที่ถูกต้องเพื่อจะได้มีการคัดกรองโรคตามขั้นต้องเพื่อป้องกันการแพร่ระบาด



          ส่วนมาตรการของจังหวัดก็ได้มีการเข้มงวด และจะได้สั่งการให้นายอำเภอแต่ละอำเภอแจ้งให้ผู้นำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตรวจสอบบุคคลแปลกหน้า และประชาสัมพันธ์ให้บุคคลที่เดินทางกลับมาจากประเทศเมียนมาโดยไม่ผ่านการคัดกรอง ให้มารายงานตัวเพื่อจะได้เข้าสู่ระบบการตรวจหาเชื้อและคัดกรองโรค เพื่อความปลอดภัยของชุมชน หากปกปิดหรือหลบซ่อนอาจจะเป็นอันตรายต่อครอบคัวของตนเอง และชุมชนได้



          ขบวนการลักลอบข้ามแดน ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ติดตามขบวนการลักลอบข้ามแดน พบว่าส่วนใหญ่จะเป็นการติดต่อผ่านชาวเมียนมาที่หลบซ่อนอยู่ในฝั่งประเทศไทย เพื่อนัดจุดที่จะนำผู้หลบหนีมาส่งให้และพาไปยังจุดต่างๆ โดยจะมีการนัดแนะเป็นครั้งไป ไม่ได้เป็นขบวนการ โดยที่ผ่านมาพบว่ามีการโพสต์ในโซเชียลว่าสามารถนำพาข้ามพรมแดนได้ ครั้งละ 3,000 -5,000 บาท เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและโทรฯไปตามหมายเลขดังกล่าวแล้วแต่ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ก็ได้มีการติดตามพฤติกรรมของกลุ่มคนดังกล่าวอยู่ และมีข้อมูลบ้างแล้ว ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการติดตามจับกุม



          ด้าน นพ.ไชยเวช กล่าวว่า โรงพยาบาลเชียงรายศูนย์ประชานุเคราะห์ได้มีการซ้อมแผนเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 หลายครั้ง ตามนโยบายของท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ทำให้มีความพร้อมในการรับมือกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส จึงไม่มีความกังวลหากมีผู้ป่วยเข้ามารักษาในโรงพยาบาล



คนญี่ปุ่น อยากให้นายกฯ เพิ่มประสิทธิภาพการแก้โควิด-19



          หนังสือพิมพ์นิกเคอิ สำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างชาวญี่ปุ่น 993 คน เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว เกี่ยวกับคะแนนการยอมรับที่มีต่อผลงานของนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ สึกะ ซึ่งรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 16 ก.ย.2563



          ผลปรากฏว่าร้อยละ 61 เห็นด้วยกับการที่รัฐบาลระงับเเคมเปญการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งใช้ชื่อ "โก ทู" ( Go To ) ที่ดำเนินการตั้งแต่กลางเดือนก.ค.2563 ในพื้นที่ซึ่งมีอัตราการติดต่อของโรคโควิด-19 ในระดับสูง



          ทั้งนี้ เมืองโอซากาและเมืองซัปโปโร เป็นเมืองใหญ่สองแห่งแรกในญี่ปุ่น ซึ่งนายสึกะ สั่งระงับการเข้าถึงสิทธิ์จากแคมเปญดังกล่าว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะที่ กรุงโตเกียว ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ในญี่ปุ่น ไม่มีชื่ออยู่ในแคมเปญนี้ตั้งแต่ต้น



          อย่างไรก็ตาม ร้อยละ 25 ของผู้ตอบแบบสอบถาม มองว่า รัฐบาล ต้องดำเนินการให้มากกว่านี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมาตรการควบคุมวิกฤตด้านสาธารณสุขครั้งนี้ ทำให้คะแนนของนายสึกะ เรื่องการแก้ไขวิกฤตโรคระบาดเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนต.ค.2563 อีกร้อยละ 13 เป็นร้อยละ 48 มากกว่าคะแนนการยอมรับที่อยู่ที่ร้อยละ 44



          ขณะที่ คะแนนการทำงานของนายสึกะในภาพรวม อยู่ที่ร้อยละ 58 ลดลง 5 จุด จากการสำรวจเมื่อเดือนต.ค.2563 ที่อยู่ที่ร้อยละ 63




 

ข่าวทั้งหมด