ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 08.30 น.วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2563

30 พฤศจิกายน 2563, 08:36น.



มิ.ย.-ต.ค. 63 ต่างชาติ ถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยมากถึง 32 เรื่อง




          หลังจากที่รัฐบาลผ่อนปรนกลุ่มกิจการการถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ภาพยนตร์และวีดิทัศน์ เข้ามาในประเทศไทยได้ ตั้งแต่ช่วงประมาณกลางปี นายอนันต์ วงศ์เบญจรัตน์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ช่วงเดือน มิ.ย.-ต.ค. 2563 มีการถ่ายทำภาพยนตร์ในไทยมากถึง 32 เรื่อง คิดเป็นเงินค่าใช้จ่าย 433 ล้านบาท เป็นการถ่ายทำโดยว่าจ้างคนไทยถ่ายทำแทน ไม่มีคณะถ่ายทำเดินทางมาจากต่างประเทศ 30 เรื่อง ส่วนอีก 2 เรื่อง มีคณะเดินทางมาจากต่างประเทศ คือ ภาพยนตร์โฆษณาจากสหราชอาณาจักร และภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์จากประเทศจีน

          ข้อมูลของกรมการท่องเที่ยว ระบุว่า คณะที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาแล้วจำนวน 42 คน



-อยู่ระหว่างการกักตัว 5 คน



-กักตัวครบกำหนดแล้วไม่พบการติดเชื้อโรค และเริ่มต้นทำงานแล้ว 34 คน



-ที่เหลืออีก 3 คน ได้ทำงานเสร็จสิ้นและเดินทางกลับประเทศไปแล้ว



จากการตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดของทีมงานภาพยนตร์จากต่างประเทศไม่มีใครที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19



          นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่เยี่ยมกองถ่ายทำภาพยนตร์จากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่เข้ามาถ่ายทำหลังจากการเปิดประเทศ บริเวณพื้นที่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยคณะถ่ายทำต่างชาติทุกคนผ่านการกักตัวตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด จากการที่คณะถ่ายทำเลือกจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นสถานที่ถ่ายทำ ทำให้เกิดการจ้างงาน การกระจายรายได้สู่ชุมชน ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการด้านที่พักและโรงแรมบริเวณโดยรอบ คาดการณ์ว่าจะนำรายได้เข้าสู่พื้นที่ ประมาณ 13 ล้านบาท



แฟ้มภาพ



CR:กรมการท่องเที่ยว 



ทีมศก.ขยายรายละเอียดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน-หาข้อสรุปรถเก่าแลกใหม่




          วันนี้หน่วยงานด้านเศรษฐกิจหารือมาตรการกระตุ้นเศรฐกิจก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมศูนย์บริหารเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 (ศบศ.) วันที่ 2 ธ.ค.2563



-นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หารือกับนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เรื่องการปรับเงื่อนไขโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และโครงการกำลังใจ โดยจะเน้นเพิ่มเรื่องการสนับสนุนส่วนต่าง การเพิ่มสิทธิ และการขยายเวลาในการใช้มาตรการ การเสนอเพิ่มจำนวนห้องพักอีก 1-2 ล้านห้องต่อคืน เพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดไว้ 5 ล้านห้องต่อคืน ซึ่งยังอยู่ภายใต้วงเงินเดิมที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาให้ 20,000 ล้านบาท ไม่ได้ขอวงเงินเพิ่มเติม เนื่องจากขณะนี้ในโครงการได้ใช้วงเงินไปประมาณ 4,954 ล้านบาท โดยตั้งราคาการเข้าพักไว้ที่ 3,000 บาทต่อห้อง แต่ขณะนี้ราคาห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ 2,784 บาท จึงยังมีเงินเหลือจากงบประมาณเดิม ช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี้ เชื่อว่า จะมีการออกเดินทางมากขึ้น เพราะมีวันหยุดยาวเป็นปัจจัยสนับสนุน และอากาศเริ่มหนาวเย็นแล้ว รวมถึงใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลปีใหม่



-สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หารือร่วมกับกระทรวงการคลัง และกระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้ค่ายรถยนต์เดินหน้าจัดแคมเปญขายรถยนต์ตามที่ได้วางแผนไว้ได้เลย ไม่ต้องกังวล เพราะนโยบายนี้ยังไม่ออกมาในช่วงนี้แน่นอน จะเกิดขึ้นหลังปีใหม่ไปแล้ว



โควิด-19 ทำให้ชาวอเมริกัน ช้อปปิ้งออนไลน์ในวัน Black Friday



          การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในสหรัฐฯ ทำให้ชาวอเมริกันไปจับจ่ายซื้อของตามห้างสรรพสินค้าและร้านค้าทั่วประเทศ ในวันแบล็คฟรายเดย์ (Black Friday) น้อยลง โดยปกติแล้ววันแบล็คฟรายเดย์ เป็นวันช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดของปี ดึงดูดผู้คนหลายล้านคนให้มาใช้จ่ายกันในช่วงวันหยุด แต่ด้วยเหตุที่มียอดผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนหันไปจับจ่ายซื้อสินค้าบนช่องทางออนไลน์แทน



          ขณะที่ ผู้ค้าปลีกหลายราย เพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่จะเข้ามาซื้อของในวันแบล็คฟรายเดย์ 



          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ ระบุว่า การช้อปปิ้งในร้านค้าที่มีผู้คนหนาแน่นช่วงวันหยุด จะทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดหนัก ร้านค้าต่าง ๆ ควรจำกัดจำนวนลูกค้าที่เข้ามาซื้อของภายในร้านด้วย



ย้ำ! สหรัฐฯควรออกมาตรการเข้มงวดคุมโควิด-19 ช่วงคริสต์มาส-ปีใหม่




          นพ.แอนโทนี ฟาวซี ผู้อำนวยการสถาบันภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯเปิดเผยในรายการ "Meet the Press" ของสถานีโทรทัศน์ NBC ว่า การออกมาตรการเข้มงวดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่เป็นสิ่งจำเป็นมาก เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯเพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุดในวันขอบคุณพระเจ้า และเหลือเวลาอีกไม่นานก็จะเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ หากไม่มีการใช้มาตรการควบคุม เราก็อาจเห็นจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก ในส่วนตัวไม่ต้องการให้ประชาชนหวาดกลัว แต่ต้องการเตือนว่าเราควรมีมาตรการควบคุมเพื่อไม่ให้ทุกอย่างสายเกินแก้



          ข้อมูลของ Worldometer ระบุว่า สหรัฐฯมียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นแตะระดับ 13,608,038 คน และมียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 272,254 ราย สหรัฐฯยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 สูงสุดในโลก



          นพ.ฟาวซี กล่าวว่า แม้ว่าขณะนี้กำลังจะมีวัคซีนซึ่งจะช่วยยุติการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่ประชาชนไม่ควรชะล่าใจ และปล่อยการ์ดตก พร้อมแนะนำว่า ประชาชนที่เดินทางกลับจากการฉลองเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า ควรสวมหน้ากากอนามัยและเว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างเคร่งครัด




 




 

ข่าวทั้งหมด