อังกฤษย้ำ ต้องตรวจประสิทธิภาพวัคซีนแอสตราเซเนกา ก่อนใช้ฉีดป้องกันโควิด-19

27 พฤศจิกายน 2563, 20:43น.


          หลังบริษัทแอสตราเซเนกา ผู้ผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ซึ่งวิจัยวัคซีนร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เสนอเรื่องให้องค์การควบคุมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพ หน่วยงานดูแลกฎระเบียบของอังกฤษทำการตรวจสอบประสิทธิภาพของวัคซีนของบริษัทแอสตราเซเนกา ในวันนี้ พ.ญ.จูน เรน (June Raine) ประธานหัวหน้าคณะบริหารขององค์การควบคุมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพของอังกฤษ เปิดเผยว่า องค์การควบคุมยาฯจะตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานต่างๆตามที่บริษัทแอสตราเซเนกาเสนอมาโดยละเอียด และจะประเมินวัคซีน ทั้งในเรื่องความปลอดภัย คุณภาพและประสิทธิภาพการป้องกันโรค โดยเฉพาะความปลอดภัยของสาธารณชนเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่สุด



          หากผ่านการอนุมัติจากองค์การควบคุมยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างเป็นทางการแล้ว อังกฤษจะเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆในโลกที่จะมีวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ด้านกรมสุขภาพและดูแลสังคมของอังกฤษเปิดเผยว่า หากผ่านการอนุมัติแล้ว บริษัทแอสตราเซเนกาตกลงจะส่งมอบวัคซีน 4 ล้านโดสให้กับรัฐบาลอังกฤษภายในปลายปีนี้และจะส่งมอบวัคซีนอีก 40 ล้านโดส ภายในปลายเดือนมีนาคมปีหน้า



          ก่อนหน้านี้ บริษัทแอสตราเซเนกาเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า วัคซีนของแอสตราเซเนกามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ร้อยละ 70 หรืออัตราเฉลี่ยจากการแบ่งการทดลองเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ใช้อาสาสมัคร 2,741 คน ในครั้งแรกอาสาสมัครได้รับวัคซีนคนละครึ่งโดส และอีกหนึ่งเดือนต่อมา ได้รับวัคซีนคนละหนึ่งโดส พบว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ร้อยละ 90 ส่วนกลุ่มที่ 2 ทีมวิจัยใช้อาสาสมัคร 8,895 คน ได้รับวัคซีนรวม 2 โดส แต่ละโดสห่างกันหนึ่งเดือน ทีมวิจัยพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคโควิด-19 ร้อยละ 62



          ปัญหานี้ทำให้นักวิทยาศาสตร์บางคนตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดทีมวิจัยของแอสตราเซเนกา-มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด จึงนำผลวิจัยทั้งสองชุดมาปนกัน ซึ่งไม่สอดคล้องกับการรายงานผลทดลองทางคลินิกเกี่ยวกับวัคซีนตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป กล่าวหาบริษัทแอสตราเซเนกาว่าไม่มีความโปร่งใสในเรื่องการวิจัยวัคซีนเท่าที่ควร



Cr: CNN

ข่าวทั้งหมด