ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563

27 พฤศจิกายน 2563, 19:42น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563



นายกฯ ย้ำ ตราบใดประเทศชาติยังไม่เรียบร้อยคนไทยไม่มีความสุข 'ผมก็ไม่มีความสุข'



          ในระหว่างให้สัมภาษณ์ ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอให้คนไทยทุกคนได้ช่วยกันตั้งจิตให้ทุกอย่างสำเร็จได้ด้วยดีแล้วกัน เมื่อเช้าได้ไปเยี่ยมประชาชนตามคลองผดุงกรุงเกษมมาแล้ว ทุกคนมีความสุขตามอัตภาพพอสมควร ที่เดือดร้อนรัฐบาลก็จะดูแลเป็นขั้นเป็นตอนไปแล้วกัน ขอให้ทำสิ่งดีๆ เถอะ วันไหนได้ทำอะไรที่ไม่มีปัญหา ตนก็มีความสุข ตราบใดที่ประเทศชาติยังไม่เรียบร้อยอะไรต่างๆ คนเป็นนายกฯ คนเป็นรองนายกฯ และคนเป็นรัฐมนตรี ไม่มีความสุข เพราะเห็นคนไทยไม่มีความสุข แต่ความสุขมันต้องอยู่ในกรอบที่มันควรจะเป็น ตามหน้าที่ สิทธิเสรีภาพ ความรับผิดชอบ กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม



          ส่วนเป็นไปได้หรือไม่จะขยายผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งเป็นเยาวชนต่ำกว่า 18 ปีด้วย นายกฯ กล่าวว่า ทางกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหารือกันอยู่ว่าจะให้ใครได้รับสิทธิบ้าง ทางรัฐบาลต้องการอยากจะให้ทั้งหมด แต่ก็ต้องดูด้วยว่าให้ไหวหรือไม่ทั้ง 70 ล้านคน ก็ต้องขอไปดูก่อน ตอนนี้ให้สำหรับคนที่มีรายได้น้อยอยู่แล้ว อย่างน้อยจะได้มีซื้อของ ซื้ออาหาร ได้ในราคาที่ถูกลงเป็น 2 เท่า ยืนยันว่า รัฐบาลเดินหน้าโครงการนี้ต่อไปในเดือน ม.ค.64 เพื่อให้มีมาตรการนี้ต่อไปอย่างน้อยอีก 3 เดือน เพราะจะต้องพิจารณาเป็นโครงการๆ ไป ครั้งละ 3 เดือน



คนละครึ่ง ยอดจ่ายพุ่ง 2.8 หมื่นล้าน ร้านค้าร่วมโครงการ 8.5 แสนแห่ง



          นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่งว่า ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เวลา 12.00 น. มีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 8.5 แสนร้านค้า และมีผู้ใช้สิทธิแล้วจำนวน 9,493,942 คน

          โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 28,609 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 14,599 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 14,010 ล้านบาท ซึ่งจังหวัดที่มีการใช้จ่ายสะสมมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่



          สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2563 และได้รับ SMS ยืนยันสิทธิแล้ว ขอให้รีบติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมยืนยันตัวตนให้เรียบร้อย โดยขอให้เริ่มใช้สิทธิในการใช้จ่ายโดยเร็วภายใน 14 วัน นับจากวันถัดจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563



หุ้นแกว่งตัวแคบ วันขอบคุณพระเจ้า



          ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปิดวันนี้ที่ระดับ 1,437.78 จุด เพิ่มขึ้น 4.22 จุด มูลค่าการซื้อขาย 77,321.67 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งแคบ เนื่องจากขาดปัจจัยใหม่หนุน และตลาดสหรัฐฯ ก็ปิดทำการเมื่อวานนี้ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า และคืนนี้ก็จะเปิดทำการแค่ครึ่งวัน สัปดาห์หน้าวันพุธที่ 2 ธ.ค.ให้ติดตามศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม และติดตามความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.)



          ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้เป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน โดยเข้าทดสอบระดับสูงสุดในรอบ 29 ปีครั้งใหม่ เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ และกลุ่มเทคโนโลยี ดัชนีนิกเกอิ ปิดที่ระดับ 26,644.71 จุด เพิ่มขึ้น 107.40 จุด



          ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้รับแรงซื้อหุ้นคืนจากนักลงทุนหลังจากที่ฮั่งเส็งปิดในแดนลบช่วงเช้า ดัชนีฮั่งเส็งปิดวันนี้ที่ 26,894.68 จุด เพิ่มขึ้น 75.23 จุด



กักตัว14วันลูกเรือยอร์ชทอดสมอกลางทะเลภูเก็ต หลังศบค.อนุญาตให้เดินทางเข้ามาได้



          หลังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ในคราวประชุม ครั้งที่ 13/2563 เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2563 อนุญาตให้เรือยอร์ชเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ เช่น ซุปเปอร์ยอร์ช เป็นเรือสำราญความยาว 30 เมตรขึ้นไป มีผู้โดยสารไม่เกิน 12 คน และเรือครุยเซอร์ที่เป็นเรือสำราญขนาดเล็ก เป็นต้น โดยลูกเรือจะต้องทำการกักตัวบนเรือเป็นเวลา 14 วัน และจะต้องตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR จำนวน 3 ครั้ง



          ล่าสุดวันนี้ (27 พ.ย.63) ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 หรือ ศรชล.ภาค 3 ภายใต้การสั่งการของพลเรือโทเชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3 ) ได้ประสานการปฏิบัติกับกำลังจากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต อาทิ เจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต, ด่านควบคุมโรคทางน้ำ จ.ภูเก็ต, ตำรวจน้ำ, แพทย์จากโรงพยาบาล เป็นต้น เพื่อสนับสนุนภารกิจการควบคุมและดูแลเรือยอร์ชที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 3 ลำ ซึ่งมีการทอดสมอตามประกาศของกรมเจ้าท่า คือ บริเวณกลางทะเลอ่าวปอ ห่างจากชายฝั่งประมาณ 6.20 กิโลเมตร

          สำหรับเรือยอร์ชต่างประเทศที่เดินทางเข้ามายังน่านน้ำจังหวัดภูเก็ตในวันนี้ (27 พ.ย.63) จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย เรือ Crabby เรือสัญชาติออสเตรเลีย ออกมาจากท่าเรือในประเทศไทย, เรือ Investigator 2 สัญชาติมาเลเชีย ออกจากท่าเรือในประเทศไทย และ เรือ Cayenne สัญชาติมาเลเซีย ออกจากท่าเรือในประเทศมาเลเซีย พร้อมกัปตันเรือลำละ 1 คน และผู้ช่วยกัปตันอีก 1 คน รวมเป็น 4 คน อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวด้วยว่า เรือทั้ง 3 ลำนี้ เป็นเรือที่ได้แจ้งความประสงค์จะเข้าน่านน้ำภูเก็ตเป็นเวลานานแล้วและเมื่อมีมติของ ศบค.อนุญาตให้เรือยอร์ชเดินทางเข้ามาได้ จึงมีการขออนุญาตเข้ามาดังกล่าว และจะต้องปฏิบัติตามมาตรการที่กำหนด คือ มีการตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 3 ครั้ง โดยแพทย์และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลลงไปตรวจคัดกรองและเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากโพรงจมูกกัปตันบนเรือยอร์ช และจะต้องกักตัวอยู่ในเรือเป็นเวลา 14 วัน โดยห้ามขึ้นฝั่งเด็ดขาด เมื่อครบกำหนดกักตัวและไม่พบการติดเชื้อโควิด-19 จึงจะสามารถนำเรือมาจอดเทียบท่าและคนบนเรือสามารถขึ้นฝั่งได้



          นอกจากนั้น ยังมีคำสั่งจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจควบคุมเรือสำราญและกีฬา (เรือยอร์ช) ที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรด้านฝั่งทะเลอันดามันเพื่อการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต



          ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ย.63) จะมีเรือยอร์ชจากต่างประเทศเดินทางเข้ามากักตัวที่จังหวัดภูเก็ตอีกประมาณ 4 ลำ ซึ่งทุกลำจะต้องปฏิบัติเช่นเดียวกัน คือ จอดทอดสมอในจุดที่กำหนด เพื่อกักตัวคนที่อยู่บนเรือเป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19



เตรียมให้นักท่องเที่ยวเช่าเหมาลำกักตัวสถานที่ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่



          นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ ยังได้เสนอแนวทางส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (เดือน ธ.ค. 2563-ม.ค.2564) สำหรับนักท่องเที่ยวประเทศตะวันตก โดยอยู่ระหว่างพิจารณาให้เข้ามาเป็นกลุ่มโดยเครื่องบินเช่าเหมาลำ และให้กักตัวในรีสอร์ทหรือสถานที่ที่จะมาท่องเที่ยว เป็นที่พักที่มีความสะดวกสบาย แต่ทั้งนี้ต้องรอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เป็นผู้พิจารณาแล้วให้ความเห็นชอบและกำหนดรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง



ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น



          รัฐบาลกรุงโตเกียวรายงานยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อยู่ที่ 570 คนในวันนี้  ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อที่ยืนยันในกรุงโตเกียวขณะนี้อยู่ที่ 8,567 คน เพิ่มขึ้นจากระดับ 8,125 คนเมื่อเดือนส.ค. ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสะท้อนถึงความรุนแรงของการระบาดรอบใหม่ในกรุงโตเกียว จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในโตเกียวทำสถิติสูงสุดทะลุ 500 คนติดต่อกัน 3 วันในสัปดาห์ที่แล้ว



         เมื่อวานนี้ (26 พ.ย.) รัฐบาลกรุงโตเกียวได้ยกระดับการเตือนภัยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สู่ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด โดยได้เคยประกาศใช้ก่อนหน้านี้และสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา นอกจากนี้ รัฐบาลกรุงโตเกียวยังสั่งระงับการออกและจำหน่ายคูปองส่วนลดในโครงการ “Go To Eat” เป็นการชั่วคราว ซึ่งโครงการดังกล่าวรัฐบาลญี่ปุ่นได้จัดขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน



          ส่วนที่เกาหลีใต้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของเกาหลีใต้(KDCA) รายงาน พบผู้ป่วยใหม่ 569 คนในวันนี้ แบ่งเป็นการติดโรคโควิด-19 ในท้องถิ่น 525 คน ส่วนใหญ่ในกรุงโซลและเขตปริมณฑล



          จากการสอบสวนโรค เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเกาหลีใต้พบการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อนทั่วประเทศในการระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกที่ 3 ในขณะนี้ เช่น สถาบันสอนเต้นรำแห่งหนึ่งทางตะวันตกของกรุงโซล พบผู้ป่วยใหม่ 63 คน กลุ่มผู้ไปโบสถ์แห่งหนึ่งทางตอนใต้ของกรุงโซล มีผู้ป่วยใหม่ 5 คน และลูกค้าที่ใช้บริการร้านซาวน่าทางตอนใต้ของกรุงโซลติดโรคโควิด-19 จำนวน 10 คน ส่วนการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อนอื่นๆเช่น กลุ่มนักเรียนที่เข้าเรียนหลักสูตรตีกลองแบบดั้งเดิมของเกาหลีใต้ในเมืองปูซานและเมืองอุลซาน (36 คน),กลุ่มผู้เข้าอบรมอีกแห่งหนึ่งในเมืองจินจู(27 คน) กลุ่มผู้ป่วยที่ติดโรคโควิด-19 จากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองคงจู(21 คน)



          เกาหลีใต้จะจัดสอบแข่งขันคัดเลือกนักเรียนชั้นม.6 เข้าศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยทั่วประเทศในวันที่ 3 ธันวาคมนี้ แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร ตัวเลขการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในท้องถิ่นเฉลี่ยตลอด 7 วันอยู่ที่ 382.4 คน



          ในปัจจุบันเกาหลีใต้มีผู้ป่วยสะสม 32,887 คน เสียชีวิต 516 ราย



ผลวิจัยสหรัฐฯ ชี้คนอเมริกันมีโอกาสป่วยซ้ำ โควิด-19



          ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร จามา อินเตอร์นัล เมดิซีน (JAMA Internal Medicine) โดยสมาคมแพทย์อเมริกัน ระบุว่า ยังไม่มีใครรู้แน่ชัดว่า ในปัจจุบันมีประชาชนกี่คนในสหรัฐฯที่มีเชื้อโรคโควิด-19 ในร่างกาย พร้อมนำเสนอผลศึกษาใหม่โดยทีมนักวิจัยจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ร่วมกับนักวิจัยจากเควสท์ ไดแอกนอสติกส์ บริษัทตรวจโรคโควิด-19 รายใหญ่ของสหรัฐฯ, บริษัทไบโอเรเฟอเรนซ์ ลาบอไรทส์และบริษัทไอซีเอฟ อิงค์ พบว่า ชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่มีสารภูมิต้านทาน (แอนติบอดี)ในร่างกาย ทำให้เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการติดโรคโควิด-19



         ทั้งนี้ ผลการตรวจน้ำเหลืองของเลือดจากกลุ่มประชากรตัวอย่าง 178,000 คนจาก 50 รัฐทั่วประเทศสหรัฐฯ รวมทั้งเขตโคลัมเบียในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.และเครือรัฐเปอร์โตริโก ของสหรัฐฯ แบ่งช่วงเวลาการเก็บรวบรวมข้อมูล 4 ระยะ ระยะแรก ระหว่าง 27 ก.ค.-13 ส.ค. ระยะที่ 2 ระหว่างวันที่ 10-27 ส.ค. ระยะที่ 3 ระหว่างวันที่ 24 ส.ค.-10 ก.ย.และระยะที่ 4 ระหว่างวันที่ 7-24 ก.ย.ทีมวิจัยพบสารภูมิต้านทานในร่างกายของชาวอเมริกันในระดับต่ำคือ ระหว่างร้อยละ 0-23.3



          ทีมวิจัยพบว่า ร้อยละ 9 ของชาวอเมริกัน เสี่ยงกลับมาป่วยโควิด-19 อีกครั้ง แม้จะหายป่วยจากโรคโควิด-19 แล้วก็ตาม แต่ทีมนักวิจัยยังเชื่อว่า พลาสมาของผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีสารภูมิต้านทานในร่างกาย ซึ่งช่วยยับยั้งโรคโควิด-19



          นอกจากนี้ ทีมวิจัยพบว่าระดับภูมิคุ้มกันของชาวอเมริกันในแต่ละพื้นที่จะไม่เท่ากัน เช่นระดับภูมิคุ้มกันโรคอยู่ในระดับต่ำที่สุดสำหรับประชาชนในรัฐนิวยอร์กและรัฐนอร์ทดาโกตา แต่ระดับภูมิคุ้มกันโรคโดยเฉลี่ยอยู่ในระดับค่อนข้างสูงสำหรับประชาชนในรัฐจอร์เจียและรัฐมินนิโซตา ในปัจจุบัน สหรัฐฯมีผู้ป่วยสะสม 13,249,447 คน เสียชีวิต 269,597 ราย



กระทรวงต่างประเทศ ย้ำดูแลการชุมนุมตามมาตรฐานสากล  



         หลังกลุ่มองค์กรภาคประชาสังคมระหว่างประเทศ 13 แห่ง อาทิ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล Article 19 กลุ่มสมาชิกรัฐสภาอาเซียนเพื่อสิทธิมนุษยชน (APHR) เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี (ANFREL) ออกแถลงการณ์ร่วม เรียกร้องให้รัฐบาลไทยดำเนินการ 4 ข้อ ให้เคารพ คุ้มครอง และสนับสนุนการใช้สิทธิในเสรีภาพการชุมนุมโดยสงบ หลังเกิดการชุมนุม 17 พฤศจิกายน และ 25 พฤศจิกายน 2563 นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ย้ำว่า ประเทศไทยยึดมั่นในหลักนิติธรรม เคารพในกระบวนการทางกฎหมายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้



          การใช้สิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสงบต้องเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คำนึงถึงความปลอดภัย เคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย ซึ่งเป็นไปตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ซึ่งไทยยึดมั่นในพันธะกรณี



          ในทุกกรณีที่มีการละเมิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ  



          เจ้าหน้าที่มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและความเรียบร้อยของสถานที่ชุมนุมในกรณีวันที่ 17 พฤศจิกายน 63 ที่ผู้ชุมนุมพยายามหรือถอนเครื่องกีดขวางเพื่อเข้าไปในเขตควบคุมเจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ดำเนินการก็ได้เข้าควบคุมสถานการณ์โดยมิได้ดำเนินการเพื่อสลายการชุมนุมและเหมาะสมกับสถานการณ์ไม่เกินกว่าเหตุ



ฝ่ายค้านไต้หวันปาไส้หมูกลางสภาฯ ขัดแย้งผ่อนปรนนำเข้าหมูจากสหรัฐฯ



          สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของไต้หวันได้ปาไส้หมูและต่อยกับส.ส.ของฝ่ายรัฐบาลกลางรัฐสภาในวันนี้ หลังพยายามที่จะขัดขวางนายซู เจิงชาง นายกรัฐมนตรี ไม่ให้ตอบคำถามในประเด็นความขัดแย้งที่เกี่ยวกับการผ่อนปรนการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ เมื่อเดือนส.ค.ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวันประกาศว่า นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป รัฐบาลจะอนุญาตให้นำเข้าเนื้อหมูของสหรัฐฯที่มีสารแรคโตพามีนหรือสารเร่งเนื้อแดงซึ่งถูกห้ามในสหภาพยุโรป (EU) และจีน รวมถึงอนุญาตให้นำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐฯที่มีอายุเกิน 30 เดือน



          การตัดสินใจดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสต่อต้านในประชาชนไต้หวัน รวมถึง ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋งที่โจมตีพรรครัฐบาลว่า เคยออกนโยบายต่อต้านการใช้สารแรคโตพามีน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารเร่งเนื้อแดง สมัยที่ยังเป็นพรรคฝ่ายค้าน แต่กลับไม่ทำตามคำพูดในตอนนี้ ขณะที่สมาชิกพรรครัฐบาลโต้แย้งว่า สารดังกล่าวไม่ได้ส่งผลร้ายแรงในทันที และการอนุมัติการนำเข้าเนื้อหมูจะช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯเพื่อคานอำนาจจีน

ข่าวทั้งหมด