ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 08.30 น.วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2563

27 พฤศจิกายน 2563, 08:51น.



ไทย จับมือ อินโดฯ-มาเลย์ หาทางฟื้นเศรษฐกิจหลังวิกฤตโควิด-19



          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ในฐานะรัฐมนตรีประจำแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย IMT-GT ของไทย เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 26 ผ่านระบบประชุมทางไกล โดยประเทศไทยได้ใช้โอกาสนี้นำเสนอผลการดำเนินงานเพื่อบรรเทาและฟื้นฟูผลกระทบจากโควิด-19 ของรัฐบาลไทยในปัจจุบัน ทั้ง โครงการเราเที่ยวด้วยกันและโครงการคนละครึ่ง ซึ่งต่างมีส่วนสำคัญในการช่วยบรรเทาผลกระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน



          รวมทั้งเน้นย้ำในเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยที่จะสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย เพื่อช่วยกันรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 และช่วยกันหาแนวทางฟื้นฟูเศรษฐกิจร่วมกัน นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำการปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินงานทุกสาขาความร่วมมือ การให้ความสำคัญกับการลงทุนสีเขียวและเศรษฐกิจสีเขียว และการปรับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวโดยมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ



          ผลการประชุมระดับรัฐมนตรีแผนงาน IMT-GT ในครั้งนี้จะนำไปรายงานต่อที่ประชุมระดับผู้นำ ครั้งที่ 13 แผนงาน IMT-GT ในปี 2564 ซึ่งจะจัดขึ้นในโอกาสเดียวกับการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 38 ที่ประเทศกัมพูชา



          ส่วนการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 27 แผนงาน IMT-GT มาเลเซียรับเป็นเจ้าภาพในการประชุมที่รัฐกลันตัน ช่วงปลายปี 2564



คึกคัก! การค้าขายชายแดนกาญจนบุรี ผู้ว่าฯผ่อนปรนบรรเทาความเดือดร้อนโควิด-19



         หลังจากที่นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ประกาศผ่อนปรนให้มีการนำเข้า-ส่งออกสินค้า อุปโภค-บริโภค และปศุสัตว์ สัตว์น้ำ สัตว์บก และสัตว์ปีกทุกชนิด รวมทั้งสินค้าทางการเกษตรและสิ่งของจำเป็นที่ใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันทุกประเภทให้นำเข้าส่งออกบริเวณจุดผ่อนปรนชั่วคราวทางการค้าด่านพระเจดีย์สามองค์หมู่ 9 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ได้ทุกวันพุธและวันพฤหัสบดี ในสัปดาห์ที่2และ4ของเดือน



          เมื่อวันที่ 26 พ.ย.2563 ตรงกับสัปดาห์ที่ 4 ของเดือน ที่ได้รับการผ่อนปรนเป็นวันสุดท้ายของเดือน พ.ย.2563 การนำเข้าและส่งออกสินค้าการเกษตรที่บริเวณซอยพาณิชย์1 เป็นไปอย่างคึกคัก เนื่องจากผู้ประกอบการได้นำรถบรรทุกมาจอดรอขนถ่ายสินค้ากันเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะสินค้าการเกษตรที่นำเข้า ประเภทหัวหอมและไม้ไผ่ที่ใช้ทำเป็นกระบอกข้าวหลาม รวมทั้งสินค้าส่งออกประเภทอุปโภคและบริโภค



          รถบรรทุกสินค้า จะต้องผ่านการพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อก่อนที่จะอนุญาตให้ผ่านเข้า-ออก ระหว่างประเทศทุกคัน



          ส่วนบรรยากาศการนำเข้าส่งออกสินค้าประเภทสัตว์บกและสัตว์น้ำที่บริเวณช่องทางซอยเกษตร11มีความคึกคักไม่แพ้กัน เนื่องจากมีการนำเข้าสินค้าประเภทโค-กระบือ และส่งออกสินค้าประเภทสัตว์น้ำที่เป็นอาหาร รวมทั้งสัตว์บกและสัตว์ปีก เป็นจำนวนมาก



          สำหรับสินค้าที่ห้ามนำเข้าและส่งออก ประกอบด้วย ยาสูบและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทุกชนิด ประกาศเมื่อวันที่16พ.ย.2563



หอการค้าไทย ชู 'แฮปปี้โมเดล' ฟื้นท่องเที่ยว-กระจายรายได้

          การสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 38 หัวข้อ "ไทยช่วยไทย คือ ไทยเท่" ในการประชุมใหญ่ประจำปี 2563 หอการค้าไทย โดยมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นเชิงปฏิบัติการ "ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย Happy model : โมเดลอารมณ์ดีมีความสุข" นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึง แบบแผนของ "ไทยเท่" คือการเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการให้แก่พื้นที่แต่ละจังหวัด ด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์จากวัฒนธรรมท้องถิ่นของไทย เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 รายได้ที่เคยได้รับจากต่างประเทศก็หายไปทั้งหมด หอการค้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงนำเรื่องนี้มาหาทางออกว่า จะทำอย่างไรเพื่อฟื้นเศรษฐกิจในส่วนนี้



          สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจ คือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ปี 2562 มีนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ เข้ามาท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ประมาณ 3,600,000 คนครั้ง รายได้ประมาณ 41,000 ล้านบาท จ้างงานกว่า 90,000 คน



          ที่มาของการจัดทำแฮปปี้โมเดล หรือโมเดลอารมณ์ดีมีความสุข ที่จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่น ประกอบด้วย 4 ข้อสำคัญ คือ



1.กินดี อาหาร อร่อย สะอาด มีประโยชน์ อาหารของท้องถิ่นและสมุนไพร มีประโยชน์ ปลอดสารพิษ คือ การกระจายรายได้สู่คนในชุมชน ไม่ว่าจะเป็นการนำสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) มาขายทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์



2.อยู่ดี ที่พักได้มาตรฐาน ดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงขยะน้ำเสียและสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมไวไฟ กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพกายและใจ เช่น นวด/สปา ของท้องถิ่น และนั่งสมาธิ เป็นต้น ในอนาคตจะมีคนสูงอายุเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น สถานที่ท่องเที่ยวหรือที่พักต่างๆ ต้องสร้าง ราวจับ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้ด้วย และไม่ลืมที่จะดูแลสิ่งแวดล้อมด้วย โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกเรื่องอินเตอร์เน็ต ไวไฟ สำหรับกลุ่มคนที่ต้องการเปลี่ยนสถานที่การทำงาน หากผู้ประกอบการหรือชุมชนสามารถสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ จะยิ่งสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวอยากเดินทางเข้าไปยังสถานที่ นั้นๆ เพิ่มมากขึ้น



3.ออกกำลังกายดี เล่นกีฬา และร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น ปั่นจักรยาน วิ่ง เดิน ว่ายน้ำ ดำน้ำ ปีนเขา และมวยไทย เป็นต้น แต่ละจังหวัดอาจหาพื้นที่เด่นๆ ของแต่ละจังหวัด ในการจัดอีเวนต์เพื่อสุขภาพระดับโลกได้ รวมถึงต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย



4.แบ่งปันสิ่งดีๆ แบ่งปันความรู้ทั้ง 2 ทาง ท้องถิ่นแนะนำสินค้าและสถานที่อันซีน ทำกิจกรรมกับชุมชน อาสาสมัครเรียนรู้ จากปราชญ์ชาวบ้าน เช่น ปลูกป่า สอนหนังสือเด็ก และอาบน้ำช้าง เป็นต้น ที่สำคัญแต่ละจังหวัดต้องมีเรื่องราว เพื่อสร้างให้ประชาชนอยากมาท่องเที่ยว อีกเรื่องสำคัญ คือ การรักษามาตรฐานที่ดี เป็นหน้าที่ของคนท้องถิ่นที่จะเป็นไกด์ทัวร์ให้กับนักท่องเที่ยว ไปเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ ที่สวยไม่แพ้สถานที่ท่องเที่ยวหลักแต่ยังไม่มีนักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวมากนัก



          อย่างไรก็ตาม ทั้ง 4 ข้อดังกล่าว มีกลุ่มเป้าหมาย คือ นักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่รักสุขภาพ ซึ่งสามารถท่องเที่ยวได้ทุกจังหวัดในประเทศไทย แต่ถ้าเป็นกลุ่มท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ หรือผู้ป่วยจะเที่ยวได้เฉพาะหัวเมืองใหญ่เท่านั้น เช่น กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา เป็นต้น



CR:สัมมนาหอการค้าทั่วประเทศ



ตร.สอบปากคำพนักงาน-แท็กซี่  เตรียมออกหมายจับ คนร้าย ชิงเงิน ธ.ก.ส.บางบอน



          พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น.และ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 เรียกประชุมพนักงานสอบสวนและตำรวจชุดคลี่คลายคดีทั้งจาก สน.บางขุนเทียน และ กก.สส.บก.น.9 เพื่อวางแนวทางในการติดตามล่าตัวคนร้ายชายผมบาง ที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนเข้าชิงทรัพย์พนักงานธนาคาร ธ.ก.ส.สาขาบางบอน ใช้เวลา 2 นาที กวาดเงินในเคาน์เตอร์ไป 4.9 แสนบาทเศษ เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 พ.ย.2563 มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่เตรียมออกหมายจับคนร้าย  



          หลังประชุมนาน 1 ชม. พล.ต.ต.จิรพัฒน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบลายนิ้วมือของคนร้ายชัดเจน เนื่องจากคนร้ายไม่ได้ใส่ถุงมือขณะก่อเหตุ จึงเก็บรอยนิ้วมือไปตรวจสอบเปรียบเทียบกับทะเบียนราษฎร และประวัติอาชญากร พบเป็นลายนิ้วมือของชายวัยประมาณ 40-50 ปี



          ส่วนกล้องวงจรปิดพบว่าหลังเกิดเหตุคนร้ายได้วิ่งข้ามสะพานลอยหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. แล้ววิ่งหนีไปทางถนนกาญจนาภิเษก ผ่านโรงพยาบาลบางปะกอก 8 แล้ววิ่งขึ้นไปยังสะพานลอยมุ่งหน้าไปทางฝั่งถนนกาญจนาภิเษกขาออก ก่อนจะโยนอาวุธปืนทิ้งลงบริเวณสวนหย่อมที่อยู่ด้านล่าง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 800 เมตร เมื่อเก็บมาตรวจสอบพบว่า เป็นปืนเด็กเล่นทำจากพลาสติกพันเทปกาวสีดำพรางตาให้เหมือนปืนจริง จึงตรวจยึดไว้นำส่งพนักงานสอบสวน



          จากนั้นคนร้ายได้โบกขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีมุ่งหน้าไปยังถนนบางบัวทอง ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดและติดตามรถแท็กซี่คันดังกล่าวมาให้ปากคำแล้ว โดยเบื้องต้นเจ้าของรถแท็กซี่ให้การเป็นประโยชน์ถึงเส้นทางที่ไปส่งคนร้ายในพื้นที่ปริมณฑล



           ในเบื้องต้น สอบปากคำพนักงานของธนาคาร ธ.ก.ส. แล้ว 4 ปาก ทุกคนให้การเป็นประโยชน์ หลังจากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล และผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อมัดตัวคนร้ายก่อนจับกุมมาดำเนินคดี



          มีรายงานด้วยว่า พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 เรียกเจ้าหน้าที่ธนาคารที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาสอบปากคำเพิ่มเติม จำนวน 2 คน ได้แก่ 1.ผู้จัดการธนาคารประจำสาขา 2.พนักงานเคาน์เตอร์ และ รปภ. 1 ราย ที่ตอนเกิดเหตุปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณชั้นล่างลานจอดรถ




 

ข่าวทั้งหมด