ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563

20 พฤศจิกายน 2563, 18:35น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563



ยังไม่เอาผิดม็อบตาม'ม.112' รอหารือ 23 พ.ย.



         การดำเนินคดีผู้ชุมนุมกลุ่มคณะราษฎรและกลุ่มนักเรียนเลว จะถูกแจ้งข้อหาเพิ่มตามในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. ยืนยันว่า ยังไม่มีการแจ้งข้อหาความผิดตามมาตรา 112 เนื่องจากต้องรอการพิจารณากำหนดขอบเขตการแจ้งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดีอย่างชัดเจนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) โดยในวันที่ 23 พ.ย.นี้ พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. จะมีการเรียกประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอบเขตให้ชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการบังคับใช้ ส่วนกรณีที่สมาชิกกลุ่มนักเรียนเลว โพสต์ภาพหมายเรียกไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 30 พ.ย.ที่ สน.ลุมพินี นั้น ยืนยันว่าไม่ได้เรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาตามมาตรา 112 แต่เป็นการเรียกไปเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุม



          ส่วนการนัดชุมนุมของกลุ่มนักเรียนเลวในวันพรุ่งนี้ (21 พ.ย.) จากการตรวจสอบยังไม่ได้แจ้งขอชุมนุมมายังตำรวจ หากยังไม่แจ้งขอชุมนุม จะถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การชุมนุม ส่วนการเตรียมกำลังดูแลการชุมนุมในวันพรุ่งนี้ จะมีการประชุมเพื่อจัดเตรียมกำลังและวางแนวทางการป้องกันอีกครั้งในคืนนี้กับหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง แต่เบื้องต้นจะมีการเพิ่มกำลังของกองร้อยควบคุมฝูงชนที่เป็นตำรวจหญิงมากขึ้น เนื่องจากผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ที่มาร่วมชุมนุมเป็นเด็กนักเรียนและเยาวชน เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงกับผู้ชุมนุมน้อยที่สุด นอกจากนี้จะมีผู้พิพากษาสมทบของศาลเยาวชน เจ้าหน้าที่สงเคราะห์เด็กและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชนมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย



นายกฯร่วมประชุมเอเปค วันนี้ หนุนการค้าพหุภาคี



          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ครั้งที่ 27 ผ่านระบบการประชุมทางไกล ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 น. โดยประเทศมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ สิ่งที่ไทยเน้นย้ำการผลักดันในครั้งนี้จะมีทั้งการสนับสนุนระบบการค้าพหุภาคีที่มีกฎเกณฑ์ทางการค้าเป็นพื้นฐานสำคัญ การส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี การเสริมสร้างความรู้และทักษะแรงงานในภาคบริการ สตรี และเยาวชน ให้สอดรับกับยุคปกติใหม่ (นิว นอร์มอล) และการทำธุรกิจทางดิจิทัล การเน้นย้ำให้สมาชิกเอเปคร่วมกันส่งเสริมการเข้าถึงยาและวัคซีนโควิด-19 อย่างเป็นธรรมและมีราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้

          ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีของไทยพร้อมด้วยผู้นำจาก 20 เขตเศรษฐกิจ จะร่วมถ่ายภาพหมู่ผ่านระบบ การประชุมทางไกลในเวลา 18.55 น. ก่อนจะเข้าสู่พิธีเปิดการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 27 ในเวลา 19.00 น. จากนั้นในเวลา 21.00 น. จะเป็นพิธีปิดการประชุม ซึ่งผู้นำจาก 21 เขตเศรษฐกิจจะร่วมกันประกาศรับรองปฏิญญาผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 27 (ปฏิญญากัวลาลัมเปอร์) ปฏิญญาผู้นำว่าด้วยวิสัยทัศน์เอเปคภายหลังปี ค.ศ.2020 เพื่อใช้เป็นแนวทางกำกับความร่วมมือของเอเปคในระยะ 20 ปีต่อไป



          สำหรับเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำเอเปค ครั้งที่ 28 ในปี 2564 คือประเทศนิวซีแลนด์



ค่าเงินบาทปิดตลาดผันผวน หลัง ธปท.ออกมาตรการดูแล คาดสัปดาห์หน้า 30.20-30.35 จับตาชุมนุม



          เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ 30.32 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าจากเปิดตลาดเมื่อเช้าที่ระดับ 30.38 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 30.27-30.41 บาท/ดอลลาร์ โดยวันนี้บาทค่อนข้างผันผวน โดยหลัง ธปท.ประกาศมาตรการดูแลค่าเงินออกมา เงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่า ก่อนจะอ่อนค่าลงมาเล็กน้อย เนื่องจากมีแรงซื้อคืนดอลลาร์

          โดยสัปดาห์หน้า ปัจจัยที่ตลาดจับตาดูเป็นเรื่องทิศทางของเงินทุนต่างประเทศ เนื่องจากมาตรการของ ธปท.ที่ประกาศออกมาจะมีขั้นตอนดำเนินการ โดยจะทยอยมีผลบังคับใช้ นอกจากนี้ ยังจับตาสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง หากมีความตึงเครียดหรือเกิดเหตุรุนแรงจะส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าได้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในต้นสัปดาห์หน้าไว้ที่ 30.20-30.35 บาท/ดอลลาร์



          สำหรับมาตรการดูแลค่าเงินบาท ประกอบด้วย



1.เปิดให้คนไทยฝากเงินตราต่างประเทศได้เสรี (Foreign Currency Deposit : FCD) และโอนเงินระหว่างบัญชี FCD ของคนไทยได้เสรี จะช่วยให้ผู้ส่งออกบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศและบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้คล่องตัวมากขึ้น สามารถทำธุรกรรมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยลดต้นทุนการโอนเงินและชำระเงิน ตลอดจนทำให้คนไทยสามารถกระจายความเสี่ยงการลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินตราต่างประเทศได้สะดวกขึ้น เช่น การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ และการซื้อขายทองคำเป็นสกุลเงินดอลลาร์ สรอ.

2. ปรับกฎเกณฑ์และกระบวนการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ทั้งในมิติของวงเงินและผลิตภัณฑ์ที่ลงทุนได้ เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนให้กับคนไทยและสนับสนุนให้มีการกระจายความเสี่ยงการลงทุนได้มากขึ้น เช่น เพิ่มวงเงินลงทุนให้นักลงทุนรายย่อยลงทุนโดยตรงได้เป็น 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี จากเดิม 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี และไม่จำกัดวงเงินลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ลงทุนผ่านตัวกลางในประเทศ เช่น บริษัทหลักทรัพย์ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน



3.การลงทะเบียนแสดงตัวตนเพื่อซื้อขายตราสารหนี้ (Bond Pre-trade Registration) ผู้ลงทุนในตราสารหนี้ไทยต้องลงทะเบียนแสดงตัวตนก่อนการซื้อขาย ทำให้ ธปท. ระบุตัวตนและติดตามพฤติกรรมของนักลงทุนได้อย่างใกล้ชิด เป็นการยกระดับการติดตามข้อมูลและเอื้อให้ ธปท. สามารถดำเนินนโยบายได้อย่างตรงจุดและทันการณ์



          สำหรับแนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับการดำเนินการของหลายประเทศ อาทิ เกาเหลีใต้ มาเลเซีย ไต้หวัน



หุ้นไทยปิดพุ่ง 19.92 จุด นักลงทุนเริ่มชินการชุมนุม



          ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วันนี้ ( 20 พ.ย.) ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,389.34 จุด เพิ่มขึ้น 19.92 จุด มูลค่าการซื้อขาย 90,575.97 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าตลาดต่างประเทศ ปัจจัยบวกจากเงินลงทุนไหลเข้ามาอยู่ และมาตรการดูแลค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ออกมาไม่ได้แรงมาก และไม่ได้สกัดเงินไหลเข้ามากนัก



          แต่นักลงทุนก็เริ่มชินกับการชุมนุมทางการเมืองเพราะไม่ได้รุนแรงถึงขั้นแตกหักอะไร อย่างไรก็ดียังต้องติดตามการชุมนุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 25 พ.ย.นี้ รวมถึงยังต้องติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 และพัฒนาการวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ด้วย นอกจากนี้สิ้นเดือนก็ให้ติดตามการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัสด้วย



          ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดวันนี้ลดลงเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน เพราะนักลงทุนวิตกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลกจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและธุรกิจ ดัชนีนิกเกอิปิดที่ระดับ 25,527.37 จุด ลดลง 106.97 จุด



          ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ ขานรับรายงานข่าวที่ว่า แกนนำพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันได้ตกลงที่จะกลับมาเจรจาเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 อีกครั้ง ดัชนีฮั่งเส็งปิดวันนี้ที่ 26,451.54 จุด เพิ่มขึ้น 94.57 จุด



เปิดเงื่อนไขโครงการ”รถแลก แจกแถม”  รถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน



          หลังที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ จากผลกระทบของการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบศ.เห็นชอบในหลักการข้อเสนอโครงการบริหารเศรษฐกิจระยะปานกลางและระยะยาว ชุดที่ 2 หนึ่งในนั้นคือ "โครงการรถแลกแจกแถม" หรือ "รถเก่าแลกรถใหม่ 100,000 คัน" ที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาข้อเสนอสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ภายใต้โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ โดยการนำรถเก่าที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี ขึ้นไปมาเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อเป็นการส่งเสริมมาตรการกระตุ้นการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าและเป็นการบริหารจัดการซากยานยนต์



เงื่อนไขหรือรายละเอียดของ โครงการรถเก่าแลกรถใหม่นั้น เบื้องต้นได้ระบุไว้ว่า 



1. ประชาชนที่นำรถเก่ามากำจัดจะได้รับส่วนลดภาษีไม่เกิน 100,000 บาท 



2. คูปองส่วนลดในการซื้อรถยนต์ใหม่ ที่จะได้รับการสนับสนุนจากค่ายรถยนต์ต่างๆ 



3. รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนนำรถยนต์เก่าที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป นำมาแลกสิทธิประโยชน์จากรัฐบาล



4. จะยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่เกิน 100,000 บาทต่อคัน



กิลเลียด แถลงการณ์ ผิดหวัง หลัง WHO แถลงไม่ให้ใช้รักษาโควิด-19



          บริษัทกิลเลียด ไซแอนเซส (Gilead Sciences) ผู้ผลิตยารายใหญ่ของสหรัฐฯได้ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เตือนไม่ให้แพทย์ใช้ยา remdesivir ของบริษัทในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทั้งที่ ยา remdesivir ได้รับการยอมรับจากหลายองค์กรที่น่าเชื่อถือ ซึ่งรวมถึงสถาบันสาธารณสุขและโรคติดเชื้อของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น อังกฤษ และเยอรมนี ว่าเป็นยาที่มีมาตรฐานในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล



          นายคริส ริดลีย์ โฆษกของกิลเลียดระบุในแถลงการณ์ ผิดหวังกับคำแนะนำของ WHO ที่ดูเหมือนจะเพิกเฉยต่อหลักฐานนี้ในช่วงเวลาที่จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกพุ่งขึ้นอย่างมาก และบรรดาแพทย์ก็ต้องพึ่งพายา remdesivirของกิลเลียด หลังจากที่ยาของเราได้รับอนุมัติเป็นตัวแรกและตัวเดียวให้ใช้ในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 กว่า 50 ประเทศ



ฮ่องกงเตรียมใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม หลังเกิดการระบาดรอบ 4



          ฮ่องกงเตรียมใช้มาตรการจำกัดทางสังคมรอบใหม่ และขอให้นักเรียนอยู่บ้านเพิ่มขึ้น หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 พุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 3 เดือน ส่งสัญญาณถึงการระบาดรอบใหม่เป็นรอบที่ 4 ฮ่องกงรายงานการพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวน 26 คนในวันนี้ โดยในจำนวนนี้มี 21 คนที่เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ นอกจากนี้ รัฐบาลยังตรวจพบผู้ต้องสงสัยว่าจะติดเชื้ออีก 30 คนซึ่งอยู่ระหว่างรอยืนยันผลตรวจ



          นางโซเฟีย ชาน รัฐมนตรีอาหารและสุขภาพของฮ่องกงกล่าวในการแถลงข่าววันนี้ว่า การแพร่ระบาดในฮ่องกงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว และผู้เชี่ยวชาญระบุด้วยว่า การระบาดระลอกที่ 4 เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้จะได้ออกมาตรการมากมายเพื่อยกระดับการควบคุม แต่สถานการณ์กลับเลวร้ายลง



          ส่วนโรงเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 จะเลื่อนเปิดภาคเรียนออกไปอีก 2 สัปดาห์จากเดิมที่มีกำหนดเปิดในวันที่ 23 พ.ย. ส่วนระดับชั้นอนุบาลและก่อนวัยเรียนถูกเลื่อนออกไปตั้งแต่สัปดาห์ก่อน เนื่องจากพบการระบาดของโรคติดเชื้อเฉียบพลันของระบบหายใจส่วนบนและความเสี่ยงจากการระบาดของโรคโควิด-19 อย่างไรก็ดี จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานการพบนักเรียนหรือบุคลากรของโรงเรียนติดเชื้อแต่อย่างใด ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในฮ่องกงนั้นกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในเอเชีย รวมทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดที่กลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้งเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว การระบาดรอบใหม่นี้เกิดขึ้นเพียงแค่ 2 วันก่อนที่ฮ่องกงจะเริ่มโครงการเดินทางระหว่างกันแบบไม่ต้องกักตัว (Travel Bubble) กับสิงคโปร์ในวันที่ 22 พ.ย.นี้



ผอ.องค์การอนามัยโลก ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกลุ่มกบฏเอธิโอเปีย



          นายแพทย์ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก (WHO) โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์นายแพทย์ทีโดรสยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มกบฏเอธิโอเปียตามที่มีข่าว พร้อมยังบอกด้วยว่าผมเลือกข้างเพียงข้างเดียว นั่นคือข้างของสันติภาพ เป็นเพราะเคยเห็นความเสียหายที่เกิดจากสงครามนับตั้งแต่เป็นเด็ก จึงใช้ประสบการณ์เหล่านี้ในการทำงานเพื่อสันติภาพมาโดยตลอด  



          ด้านนายสเตเฟน ดูจาร์ริค โฆษกสหประชาชาติ กล่าวว่า นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ยังเชื่อมั่นในตัวผอ.องค์การอนามัยโลก



          สำหรับ นายแพทย์ทีโดรสเป็นชาวเอธิโอเปียเชื้อสายไทเกรย์ และเคยเป็นอดีตรัฐมนตรีสาธารณสุขในรัฐบาลผสมของเอธิโอเปียที่นำโดยกลุ่มแนวร่วมปลดปล่อยประชาชนไทเกรย์ (TPLF)



ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคุก 20 ปี 'อดีต ผอ.พศ.' ชดใช้ 12 ล้านบาท คดีเงินทอนวัด



          ศาลอุทธรณ์แผนกคดีอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ในคดีทุจริตจัดสรรเงินงบประมาณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สำนวนแรก คดีหมายเลขดำ อท.253/2561 ที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายพนม ศรศิลป์ อดีต ผอ.พศ.,นายวสวัสตติ์ กิตติธีระสิทธิ์ อดีต ผอ.ส่วนบูรณะพัฒนาวัดและการศาสนสงเคราะห์ กองพุทธศาสนสถาน พศ., นายเจษฎา วงศ์เมฆ ฆราวาส ทำหน้าที่ติดต่อหาวัด, นายชรินทร์ มิ่งขวัญ ฆราวาส ทำหน้าที่ติดต่อหาวัด เป็นจำเลยที่ 1 - 4 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีเบียดบังเอาเงินของ พศ. ไปเป็นประโยชน์ของตน โดยใช้วัดเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิดรับโอนเงินงบประมาณที่มีการเบียดบังไป

          คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 3 เป็นเวลา 6 ปี 8 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 4 เป็นเวลา 1 ปี 8 เดือน และให้จำเลยที่ 1-3 ร่วมกันคืนเงินจำนวน 12,000,000 บาท โดยให้จำเลยที่ 4 ร่วมคืนเงินจำนวน 3 ล้านบาท แก่ผู้เสียหาย ต่อมามีการยื่นอุทธรณ์คดี



          ปัจจุบันจำเลยทั้งสี่ ยังคงถูกคุมขังรับโทษในเรือนจำ หากจำเลยจะยื่นฎีกาก็จะต้องเป็นการยื่นฎีกาในลักษณะขออนุญาตฎีกาตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ซึ่งมาตรา 42 กำหนดว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบให้เป็นที่สุด หากคู่ความประสงค์จะฎีกาต้องปฏิบัติตามมาตรา 44 ที่กำหนดให้การฎีกา ผู้ฎีกาต้องยื่นคำร้องแสดงเหตุที่ศาลฎีกาควรรับฎีกาไว้พิจารณาพร้อมกับคำฟ้องฎีกาด้วย

ข่าวทั้งหมด