ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 07.30 น.วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563

20 พฤศจิกายน 2563, 07:24น.


ไฟไหม้บ้านเช่าชุมชนบ้านสวนน้ำ พระประแดง กลางดึก เสียหายกว่า 10 หลัง



          เช้านี้เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่อีกครั้ง ไปตรวจสอบเหตุไฟไหม้เมื่อช่วง 02.30 น.ทำให้บ้านไม้ที่ปลูกติดกันภายในชุมชนบ้านสวนน้ำเสียหายหลายหลัง บริเวณหน้าวัดบางหัวเสือ ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ร.ต.อ.ธีระพล  ดอนหัวร่อ รองสารวัตรสอบสวน สภ.สำโรงใต้ สมุทรปราการ เปิดเผยว่า จุดที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าชั้นเดียวปลูกติดกันอยู่หลายสิบหลัง เพลิงไหม้ห้องเช่าที่อยู่ด้านหลังและลุกลามออกมาลุกไหม้ห้องเช่าที่อยู่ด้านหน้า ชาวบ้านได้ช่วยกันขนข้าวของหนีตายกันอลหม่าน เจ้าหน้าที่ใช้ระยะเวลาในการควบคุมเพลิงนานกว่า 1 ชั่วโมง จากการตรวจสอบพบว่าบ้านเสียหายกว่า 7 หลังและเสียหายเล็กน้อยอีก 4 หลัง หนึ่งในนั้นเป็นห้องที่ น.ส.นาริน แซ่โค้ว อายุ 54 ปี ซึ่งพิการข้างซ้ายด้วนได้พยายามหนีตายออกจากบ้านเช่า ก่อนที่ชาวบ้านจะเข้ามาช่วยเหลือออกมาได้เหลือเพียงเสื้อผ้าชุดเดียว



          จากการสอบสวน น.ส.นาริน ให้การว่าในช่วงที่นอนหลับอยู่ ได้ยินเสียงไม้ลั่นและเสียงไฟประทุ จึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาและต้องตกใจ เมื่อเห็นเปลวไฟลุกไหม้อยู่ข้างบ้านก่อนที่จะลุกลามมาลุกไหม้บ้านเช่าที่ตนพักอาศัยอยู่ จึงได้รีบหนีตายออกมาจากบ้านพักดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า สาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร



หอการค้า ประเมินหยุดยาว 4 วัน เงินสะพัด4,000-6,000 ล้าน



          การหยุดยาว 4 วันสำหรับราชการเพื่อชดเชยวันสงกรานต์ นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ประเมินการใช้จ่ายและท่องเที่ยว มีเงินสะพัด 4,000-6,000 ล้านบาท โดยเงินที่ใช้จ่ายจะมาจากโครงการคนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกันและโครงการช้อปดีมีคืน เป็นส่วนใหญ่ ช่วยทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักขึ้นแต่ยังน้อยกว่าการหยุดยาวครั้งก่อนที่ตรงกับช่วงวันวิสาขบูชา 26 พ.ค. 2563 ซึ่งมีเงินใช้จ่ายกว่า 9,000 ล้านบาท การหยุดยาว 4-5 วัน จะช่วยให้มีเงินใช้จ่ายสะพัดเป็นหมื่นล้านบาทได้ก็ต่อเมื่อมีการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามารวมด้วยแต่หากจะนับเฉพาะวันหยุดยาว ซึ่งมีหน่วยงานรัฐหยุดเพียงอย่างเดียว แต่ภาคเอกชน สถาบันการเงิน ยังคงทำงานปกติ ทำให้ยอดใช้จ่ายช่วงหยุดยาวรอบนี้อาจไม่คึกคักนัก 



ททท.ชี้เหตุหยุดแค่ราชการ แต่บริษัทเอกชน-แบงก์ไม่หยุด



          นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ระบุว่า ภาคเอกชนในหลายองค์กรที่เป็นกลุ่มตลาดขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูงกว่ายังคงทำงานตามปกติ นอกจากนี้การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในช่วงวันหยุดดังกล่าวค่อนข้างมีน้อยเพราะเพิ่งผ่านวันหยุดยาวเนื่องในวันปิยมหาราชมาไม่นาน ขณะที่อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีวันหยุดยาวอีกเช่นกัน คาดว่านักท่องเที่ยวบางกลุ่มอาจชะลอการเดินทางในช่วงวันหยุดนี้ไว้ก่อนภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ดังนั้นแนวโน้มการใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดนี้อาจจะต่ำกว่าสถานการณ์



          จากข้อมูล พบว่า แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงวันหยุดนี้ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในพื้นที่เมืองหลัก ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพฯ กาญจนบุรี นครราชสีมา ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ ขอนแก่น เชียงใหม่และพระนครศรีอยุธยาเหมือนเช่นทุกวันหยุดที่ผ่านมา ขณะที่ พื้นที่เมืองรอง จ.นครศรีธรรมราชยังคงได้รับความนิยมจากกระแสศรัทธาไอ้ไข่วัดเจดีย์ ทำให้ประชาชนหลั่งไหลเข้าพื้นที่เป็นจำนวนมาก    



          นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์  รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปลอดภัย กระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2563  เป็นวันแรกของช่วงวันหยุด พบว่ามีประชาชนเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ 2.55 ล้านคน-เที่ยว ต่ำกว่าประมาณการร้อยละ 1.12 มีปริมาณการจราจรเดินทางเข้า-ออกกรุงเทพฯ 2.96 ล้านคันสูงกว่าประมาณการร้อยละ 39.76 ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล 2.74 ล้านคัน



          ในช่วงวันหยุด พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 39 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 5 ราย บาดเจ็บ 44 คน บริเวณที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เป็นทางตรงร้อยละ 78.79 สาเหตุสำคัญเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนดร้อยละ 63.89 มีอุบัติเหตุที่มีรถจักรยานยนต์เกี่ยวข้อง 10 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 9 คน จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพฯ 5 ครั้ง รองลงมาจ.ปทุมธานี และจ.สระบุรี จังหวัดละ 3 ครั้ง และจ.ตาก, จ.น่าน, จ.พัทลุง, จ.สุโขทัยและจ. เพชรบูรณ์ จังหวัดละ 2 ครั้ง



ลงทะเบียนคนละครึ่ง เต็มกว่า 700,000 สิทธิ ใน 80 นาที



          นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงรายละเอียดการลงทะเบียนเมื่อวานนี้ 19 พ.ย.2563 พบว่า มีผู้สนใจลงทะเบียนจำนวนมาก ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ที่เปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่ 06.00 น. ปรากฏว่าเวลา 07.20 น. เหลือ 0 สิทธิ หรือลงทะเบียนตามจำนวนภายใน 1 ชม. 20 นาที ผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว ให้รอ SMS ยืนยัน และให้ใช้จ่ายภายใน 14 วัน เพื่อรักษาสิทธิในโครงการ



          การใช้จ่ายผ่านโครงการคนละครึ่ง ในวันที่ 19 พ.ย. 2563 มียอดใช้จ่ายสะสมกว่า 20,190 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนใช้จ่าย 10,300 ล้านบาท และรัฐบาลช่วยจ่ายอีก 9,890 ล้านบาท โดยมีจำนวนร้านค้าที่ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการกว่า 730,000 ร้านค้า



สัปดาห์หน้า เตรียมเสนอ คนละครึ่ง เฟส 2 ให้ ศบศ. พิจารณา



          น.ส.สุภัค ไชยวรรณ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากนี้กระทรวงการคลังจะนำรายชื่อผู้ลงทะเบียนเมื่อวานนี้จำนวน 722,598 สิทธิ ไปตรวจสอบคุณสมบัติก่อน หากพบว่ามีคนไม่ผ่านการตรวจคุณสมบัติหรือใช้สิทธิไม่ทันกำหนด 14 วันจำนวนมาก อาจเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) พิจารณานำสิทธิมาเปิดลงทะเบียนเก็บตกใหม่เป็นรอบต่อไป แต่หากตรวจแล้วพบว่ามีคนไม่ผ่านคุณสมบัติหรือใช้สิทธิไม่ทันอยู่น้อย อาจไม่เปิดเพิ่ม และให้รอไปลงทะเบียนใหม่ในคนละครึ่งเฟส 2 แทน



          การจัดทำโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ในหลักการจะมีความชัดเจนและเสนอให้ ศบศ.พิจารณาได้ในสัปดาห์หน้า



          ส่วนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะเติมเงินให้เช่นกัน จะได้ข้อสรุปในเดือนนี้ เพื่อเปิดให้ลงทะเบียนได้เดือนธ.ค.2563 เพื่อให้ประชาชนมีเงินไปใช้จ่ายทันก่อนเทศกาลปีใหม่



 

ข่าวทั้งหมด