ทันสถานการณ์โลก 06.30 น.วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563

20 พฤศจิกายน 2563, 05:56น.


“ทรัมป์” ถอย ยอมถอนฟ้อง การนับคะแนนใหม่ในรัฐมิชิแกน



          หลังจากทีมกฎหมายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เดินหน้าที่จะให้มีการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในรัฐต่างๆ เนื่องจากมองว่ามีการทุจริตการเลือกตั้ง โดยเฉพาะในรัฐสวิงสเตท ล่าสุด นายรูดี้ จูลิอานี ทนายความของนายทรัมป์ ระบุในทวิตเตอร์ว่า ทีมทนายความของนายทรัมป์ ประกาศถอนเรื่องต่อศาลยอมยุติความพยายามที่จะให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งใหม่ในรัฐมิชิแกน เนื่องจากเขตเวย์นเคาน์ตีจะไม่ประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งก่อนที่ประชาชนจะมีความมั่นใจว่าได้มีการนับบัตรเลือกตั้งทุกใบที่มีการลงคะแนนอย่างถูกต้องและจะไม่นับบัตรที่มีการลงคะแนนอย่างไม่ถูกต้อง



ปธน.จีน กล่าวสุนทรพจน์ในเวทีเอเปก แต่ไม่พูดถึงผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯ



          การประชุมผู้บริหารทางธุรกิจ (APEC CEO Dialogues) ของการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ภายใต้หัวข้อผลกระทบที่ตามมาหลังวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเป็นการประชุมทางไกลโดยมีมาเลเซียเป็นเจ้าภาพ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน กล่าวสุนทรพจน์ชูนโยบาย "แผนยุทธศาสตร์วงจรคู่" หรือการพัฒนาอย่างสมดุลทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ประธานาธิบดีจีน ไม่ได้กล่าวถึงกรณีที่นายโจ ไบเดน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนต่อไปของสหรัฐฯและจะเข้ารับตำแหน่งต้นปีหน้า เนื่องจากมีการมองว่านายไบเดน จะดำเนินนโยบายกับจีนที่แทบไม่แตกต่างจากนโยบายของคณะผู้บริหารปัจจุบัน เพียงแต่รูปแบบอาจจะเน้นการหาความร่วมมือจากชาติพันธมิตรมากขึ้น



          ด้าน นายกฯลี เซียน ลุงของสิงคโปร์ มองในแง่ดีว่า ว่าที่ผู้นำคนใหม่ของสหรัฐฯจะสนับสนุนระบบพหุภาคี เช่น เอเปก และองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) มากกว่านายทรัมป์ที่ชูนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน



          สำหรับวันนี้จะมีการประชุมในระดับผู้นำเอเปก ประกอบไปด้วยสมาชิก 21 ประเทศในแถบแปซิฟิก รวมทั้งจีนและสหรัฐฯ 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลก มีสัดส่วนเศรษฐกิจร้อยละ 60 ของจีดีพีทั่วโลก มีการจับตามองการประชุมในครั้งนี้ เนื่องจาก มีรายงานว่า นายทรัมป์ จะร่วมการประชุมด้วย 



นายกฯ ออสเตรเลีย ประกาศกร้าวไม่ยอมก้มหัวให้จีน



          ความบาดหมางระหว่างจีนกับออสเตรเลีย ดูเหมือนว่าจะไม่มีแนวทางปรับความสัมพันธ์ให้ดีขึ้น หลังจากที่มีรายงานระบุว่า ออสเตรเลีย ได้รับเอกสารที่อ้างว่ามาจากสถานเอกอัครราชทูตจีน ระบุว่าออสเตรเลียร่วมมือกับสหรัฐฯต่อต้านจีน และเจ้าหน้าที่จีนได้ส่งเอกสารให้สื่อดัง 3 แห่งของออสเตรเลีย ซึ่งมีเนื้อหาที่ระบุว่าออสเตรเลียขัดขวางโครงการลงทุนของจีนด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ ออสเตรเลียเรียกร้องให้ตั้งคณะกรรมการอิสระสอบสวนหาต้นตอไวรัสโคโรนาที่ระบุว่ามาจากจีน



          ปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้จีนแบนสินค้าเกษตรกรรมของออสเตรเลีย เช่น เนื้อวัว ข้าวบาร์เลย์ และไม้ ขณะที่รัฐมนตรีออสเตรเลียไม่สามารถโน้มน้าวให้รัฐมนตรีจีนยอมรับโทรศัพท์ได้  



          ล่าสุด นายกฯสก็อตต์ มอร์ริสัน ของออสเตรเลีย ประกาศว่า ออสเตรเลียจะไม่ก้มหัวให้จีนที่กดดันออสเตรเลีย จากปัญหาที่เกิดขึ้น จนทำให้นายกฯมอร์ริสัน บรรลุข้อตกลงในเบื้องต้นยกระดับความสัมพันธ์ทางการทหารกับนายกรัฐมนตรีโยชิฮิเดะ สึกะของญี่ปุ่น ทำให้ถูกมองว่า มีเป้าหมายในการคานอิทธิพลจีนภายในภูมิภาค



ซีอีโอ สายการบินสหรัฐฯ วอนสภาคองเกรส ช่วยเหลือเพิ่มเติม



          ผู้บริหารระดับสูงของสายการบินที่ใหญ่ที่สุด 7 แห่งของสหรัฐฯ ในนาม Airlines for America ส่งจดหมายเรียกร้องให้สภาคองเกรสช่วยเหลือด้านการจ่ายเงินเดือนให้พนักงานก่อนสิ้นปีนี้  สายการบินของสหรัฐฯ ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลาง มูลค่า 25,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อจ่ายเงินเดือนให้พนักงานระหว่างเดือนมี.ค.-ก.ย.2563 และได้ขอให้รัฐบาลสนับสนุนเงินรอบที่ 2 หลังจากปรับลดตำแหน่งงานหลายหมื่นตำแหน่ง แต่อย่างไรก็ตาม กว่าที่สภาคองเกรสจะกลับมาประชุมอีกครั้งก็น่าจะหลังวันที่ 30 พ.ย.2563 เป็นต้นไป



อังกฤษ-EU ระงับเจรจาการค้าชั่วคราว หลังเจ้าหน้าที่ติดเชื้อโควิด-19



          นายเดวิด ฟรอสต์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของอังกฤษ กล่าวว่า อังกฤษและสหภาพยุโรป (EU) เห็นพ้องกันในการระงับการเจรจาข้อตกลงการค้าชั่วคราว หลังจากพบว่าเจ้าหน้าที่คนหนึ่งของ EU ติดเชื้อโควิด-19 นายฟรอสต์ ระบุผ่านทวิตเตอร์ว่ากำลังติดต่อกับนายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้แทนการเจรจาฝ่าย EU เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากให้ความสำคัญกับสุขภาพของคณะเจ้าหน้าที่ก่อน ก่อนหน้านี้ นายบาร์นิเยร์ กล่าวว่า การบรรลุข้อตกลงการค้าระหว่าง EU และอังกฤษยังคงมีความเป็นไปได้





          นักลงทุนจับตาการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างอังกฤษและ EU ก่อนที่ช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านของอังกฤษในการแยกตัวออกจาก EU จะสิ้นสุดลงในปลายปีนี้ ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายเจรจากันไม่สำเร็จ อังกฤษก็จะแยกตัวออกจาก EU โดยไม่มีการทำข้อตกลง (no-deal Brexit)



CR: Reuters ,BBC ,South China Morning Post 



นิวยอร์กซิตี้ สหรัฐฯ สั่งโรงเรียนมากกว่า 1,800 แห่ง เปลี่ยนเป็นเรียนทางไกล



          สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯ มีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้น เอเอฟพี รายงานว่า รัฐและเมืองต่างๆ ของสหรัฐฯ กำลังใช้มาตรการควบคุมครั้งใหม่ เช่น



-การจำกัดให้อยู่บ้าน



-ปิดร้านอาหารแบบรับประทานภายในอาคาร



-จำกัดการชุมนุม    



          เมื่อ 8 เดือนก่อน นิวยอร์กซิตี้ เคยเป็นศูนย์รวมการแพร่ระบาดแห่งแรกในสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการกลับมาระบาดอีกครั้งช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง โรงเรียนต่างๆ ใช้ระบบการเรียนการสอนในชั้นเรียนแบบไม่เต็มเวลามาตั้งแต่เดือนก.ย.โดยนักเรียน 1,100,000 คน แบ่งการเรียนใน 1 สัปดาห์ระหว่างการเข้าชั้นเรียนและเรียนทางออนไลน์



          ตั้งแต่วันพฤหัสบดี 19 พ.ย.2563 นายกเทศมนตรีบิล เดอ บลาซิโอ ของนิวยอร์กซิตี้ มีคำสั่งให้ปิดการเรียนการสอนภายในโรงเรียนของรัฐทั้งหมด 1,800 แห่ง แล้วให้เปลี่ยนเป็นการเรียนทางไกล หลังจากอัตราการตรวจพบผู้ติดเชื้อในนิวยอร์กเฉลี่ย 7 วันเพิ่มสูงเป็นสถิติถึงร้อยละ 3 พร้อมทั้งยืนยันว่าต้องต่อสู้กับโควิด-19 ระลอกที่ 2



          การตัดสินใจดังกล่าว สอดคล้องกับเขตการศึกษาขนาดใหญ่ในหลายเมือง เช่นบอสตันและดีทรอยต์ ที่เรียนออนไลน์  ส่วนบางเขตการศึกษา เช่น ในเขตคลาร์กเคาน์ตี้ ที่รวมถึงลาสเวกัส และระบบโรงเรียนภาครัฐในฟิลาเดลเฟีย เลื่อนแผนที่จะเปิดชั้นเรียนออกไปก่อน



 



 



 

ข่าวทั้งหมด