ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563

27 ตุลาคม 2563, 19:38น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563



จุรินทร์ เผย ข้อเสนอตั้งกรรมการสมานฉันท์ 7 ฝ่ายมีสัญญาณดี



          ความคืบหน้าในข้อเสนอ 2 เรื่องที่ได้อภิปรายไว้ในการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การเสนอให้ตั้งกรรมการ 7 ฝ่ายขึ้นเพื่อร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศ เท่าที่ได้ติดตามและพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ แล้วถือว่ามีสัญญาณที่ดี มีเสียงตอบรับที่เป็นที่ยอมรับพอสมควร อย่างน้อยที่สุดในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลหากรัฐสภามีความเห็นร่วมกันก็เชื่อว่าประธานรัฐสภาคงดำเนินการออกคำสั่ง เพื่อให้รัฐสภาได้เป็นที่พึ่งและเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ให้ประชาชนได้เห็นว่าสามารถที่จะร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศได้



          ส่วนเรื่องที่ 2 คือเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งได้เสนอไปเมื่อวานว่า วิป 3 ฝ่ายควรจะได้ไปหารือกันว่าจะนำร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ร่างที่ค้างอยู่ในสภามาพิจารณาก่อนหรือจะรอร่างของไอลอว์ ซึ่งเป็นร่างภาคประชาชน แล้วค่อยนำมาพิจารณารวมกันเป็น 6+1 เป็น 7 ร่างนั้น ก็ได้รับแจ้งจากผู้ที่เกี่ยวข้องว่าจะนัดหมายพูดคุยกัน และเหตุผลที่จำเป็นต้องคุยกันก็เพราะว่าจะได้เห็นพ้องไปในทางเดียวกัน  



          ส่วนจะมีผู้แทนจากฝ่ายผู้ชุมนุมมาด้วยหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ควรจะมีฝ่ายผู้ชุมนุมเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย เพื่อให้มีความครบถ้วนทุกฝ่ายและข้อสรุปที่ออกมาจะได้เป็นความเห็นที่ได้รับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายได้ครบถ้วนจริงๆ อะไรที่เห็นพ้องก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบรับไปปฏิบัติ



รัฐบาลชี้แจง การแสดงออกต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย-ต่างประเทศไม่แทรกแซง



          หลังถูกกล่าวหาว่ารัฐบาลใช้กฎหมายปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นและการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงกลางที่ประชุมรัฐสภาระหว่างการอภิปรายเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 165 ว่า ข้อกล่าวหาถึงการใช้กฎหมายปิดกั้นการแสดงออกของประชาชนผ่านสื่อสังคมออนไลน์นั้น ในฐานะที่เป็นภาครัฐมีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายอย่างจริงจัง คนท่องโลกออนไลน์ทุกวันนี้มีความหลากหลาย แต่เนื้อหากับสิ่งที่ออกมานั้นรุนแรงมาก หากเราไม่ใช้กฎหมายบ้างก็จะเกิดการยุยงปลุกปั่นทำลายสถาบันด้วยความหยาบคาย เราดำเนินการกับคนที่มีความผิดเท่านั้น ทั้งสามแสนกว่าURLเป็นตัวเลขที่เราติดตามได้จริงแต่เราก็ดำเนินคดีประมาณ 2,000 ราย ซึ่งเป็นบุคคลที่กระทำความผิดจริงๆ



          ส่วนการปิดกั้นสื่อมวลชนนั้นยืนยันว่าหลายสื่อมีเจตนาเผยแพร่ภาพข่าวทำร้ายจิตใจ จาบจ้วง และไม่ได้เปิดพื้นที่ให้กับใครเลย แบบนี้จะยอมให้เกิดขึ้นได้หรือไม่ ใครทำผิดก็ต้องอยู่ใต้กฎหมาย วันนี้สื่อทุกแขนงยังนำเสนอได้อย่างเต็มที่ เพียงแต่มีการเตือนให้อยู่ในกรอบของกฎหมายเท่านั้น เราต้องการทำให้สังคมการสื่อสารออนไลน์เป็นพื้นที่ปลอดภัยและสะอาดเพื่อให้เกิดประโยชน์โดยรวม



          ด้าน นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะการชุมนุมประท้วงรัฐบาลนั้นหลายประเทศจับตามอง โดยเฉพาะสื่อต่างประเทศและภาคธุรกิจต่างประเทศ องค์กรระหว่างประเทศ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ต.ค.มีการอ้างอิงถึงความคิดเห็นของผู้ชำนาญการอิสระ 3 คนจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (OHCHR)ขอชี้แจงว่าเป็นความคิดเห็นเฉพาะผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น ซึ่งบุคคลเหล่านี้ถูกจ้างมาทำงานเพื่อไปตรวจความเคลื่อนไหวต่างๆด้านสิทธิมนุษยชนในหลายประเทศ แต่เมื่อทูตของเราที่เจนีวาได้พูดคุยกับผู้อำนวยการใหญ่พบว่า เขารับทราบถึงการดำเนินการตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง  (ICCPR) ซึ่งเป็นอีกมุมหนึ่งที่อยากให้รับทราบ



          ขณะเดียวกันมุมของเอ็นจีโอ เช่น แอมเนสตี้ ฮิวแมนไรท์วอช กลุ่มเหล่านี้ออกมาเป็นประจำอยู่แล้ว อะไรที่ผิดปกติจากกิจการประจำวันก็เป็นเรื่องที่เขาไปเขียนเป็นรายงาน ถือว่าเป็นภารกิจหนึ่งของเขา แต่สิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย คือ ภาครัฐของแต่ละประเทศไม่เคยมีรายงานออกมา เพราะเขาถือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยได้รับการคลี่คลายและอยู่ในกรอบสากล ทำให้มีเพียงการติดตามเท่านั้น ยกเว้นกรณีของประเทศออสเตรเลียที่ออกมาเตือนพลเมืองตัวเองให้มีความระมัดระวังในการเดินทาง หลายท่านอาจบอกว่าวันที่ 16 ต.ค.ผิดปกติและรุนแรงหรือไม่ แต่ในสายตาหลายประเทศคิดว่าไม่ใช่ เพราะในบ้านเขามันไปยิ่งกว่านั้นเยอะแยะ ดังนั้น เขาก็รับรู้เรื่องนี้อยู่



รองนายกฯย้ำ การเมืองกระทบดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ



          นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงถึงการบริหารงานของรัฐบาลว่า ต้องการให้ทุกคนนึกย้อนไปยังเดือนเมษายนซึ่งที่เป็นช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19  ซึ่งแตกต่างจากตอนนี้อย่างสิ้นเชิง การกล่าวหาว่ารัฐบาลทำงานไม่สำเร็จ  เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะรัฐบาลพยายามประคับประคองสถานการณ์ ให้ทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และไทยเป็นประเทศที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้เป็นอย่างดี   



          นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ได้ปรับตัวดีขึ้น  แต่เมื่อมีความเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ก็ทำให้หลายอย่างมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่รัฐบาลจะยังเดินหน้าทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจต่อไป  ขณะนี้ดัชนีชี้วัดทุกตัวยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดีอยู่ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าเกษตร ความเชื่อมั่นทางธุรกิจ การลงทุนของภาคเอกชน  และการส่งออก  



          นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า ต่างชาติจับตามองไทยด้วยความชื่นชมและไทยได้รับการประเมินให้เป็นประเทศเดียวในอาเซียน ที่ได้รับการปรับอัตราการฟื้นฟูได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ จึงต้องการให้ทุกคนได้ภาคภูมิใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้เกิดจากรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกฝ่าย ประเทศไทยถือว่าประสบความสำเร็จในการควบคุมเชื้อโควิด-19  ได้เป็นอย่างดี และพยายามจะฟื้นฟูประเทศ แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่กลุ่มผู้ชุมนุมกลับมีความต่าง และแม้จะมีผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจบ้าง  แต่ภารกิจในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลยังไม่จบสิ้น และจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไป รัฐบาลจะพยายามเต็มที่ และพร้อมจะอดทนร่วมกับทุกๆภาคส่วน ในการช่วยกันแก้ไขวิกฤตให้จบให้ได้ และรอให้ผู้ชุมนุมเข้าใจและหันมาเป็นผู้ที่มาร่วมพัฒนาประเทศต่อไป



คลังเตือนระวังมิจฉาชีพ'รับซื้อสิทธิคนละครึ่ง'



          หลังมีการส่งข้อความโฆษณาชวนเชื่อผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยจะเปิดรับซื้อสิทธิผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิ ให้สามารถนำสิทธิมาแลกเป็นเงินสดได้ เพียงส่งเบอร์โทรก่อนเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง รหัสผ่านเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง และชื่อนามสกุลเข้ามา ก็จะได้รับเงินสดไปทันที

          นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังได้รับทราบพฤติกรรมโฆษณาชวนเชื่อดังกล่าวแล้ว และขอ เตือนว่าภาครัฐมีระบบการติดตามตรวจสอบ รวมทั้งมีการตั้งคณะทำงานติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด หากพบพฤติกรรมหรือธุรกรรมที่ผิดปกติหรือมีการใช้จ่ายที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขโครงการ  ภาครัฐจะระงับการจ่ายเงินทั้งฝั่งร้านค้าและประชาชนทันที รวมถึงจะมีการดำเนินการทางกฎหมายที่ เกี่ยวข้องด้วยโครงการคนละครึ่งมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วม



          สำหรับโครงการกว่า 9.4 ล้านคน เหลือสิทธิให้ลงทะเบียนอีก 6 แสนคน และมีร้านค้าลงทะเบียน เข้าร่วมโครงการกว่า 3.8 แสนร้านค้าและมียอดการใช้จ่ายสะสมถึงวันที่ 26 ต.ค.แล้ว 704.5 ล้านบาท  แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 362.5 ล้านบาท และภาครัฐร่วมจ่ายอีก 342 ล้านบาท ยอดใช้จ่ายเฉลี่ย  232 บาทต่อครั้ง โดยใช้จ่ายครบทุกจังหวัด และจังหวัดที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่  กรุงเทพมหานคร สงขลา และนครศรีธรรมราช



หุ้นไทยดีดรับแก้รัฐธรรมนูญ บวกเล็กน้อย



          ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,208.95 จุด เพิ่มขึ้น 0.98 จุด มูลค่าการซื้อขาย 45,732.01 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งแคบ แม้ในช่วงเช้าดัชนีฯจะหลุดระดับ 1,200 จุด แต่ก็สามารถดีดกลับขึ้นมาได้ ระหว่างติดตามการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญว่าจะมีกรอบเวลาการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกมาในรูปแบบใด หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ส่งสัญญาณสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ



          ส่วนตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียก็เคลื่อนไหวในกรอบแคบคล้ายตลาดบ้านเรา ขณะที่ตลาดในยุโรปเทรดบ่ายนี้ยังติดลบรับแรงขายหลังเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่กลับมาอีกระลอกทั้งในสหรัฐฯและยุโรป ส่งผลให้เกิดความวิตกว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัว ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯก็ต้องรอดูว่าจะออกมาได้ก่อนการเลือกตั้งในสหรัฐฯหรือไม่แต่ทุกฝ่ายคาดการณ์ว่าคงจะออกมาไม่ทัน



          ดัชนีนิเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบเล็กน้อยในวันนี้ หลังจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อหุ้นจากความหวังว่า ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจะฟื้นตัวขึ้นจากผลกระทบของโรคโควิด-19 ดัชนีนิกเกอิปิดที่ 23,485.80 จุด ลดลง 8.54 จุด



          ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลก รวมทั้งความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ของสหรัฐฯ ดัชนีฮั่งเส็งปิดวันนี้ที่ 24,787.19 จุด ลดลง 131.59 จุด



กทม.กังวล ปัญหาฝุ่นPM2.5



          การเตรียมความพร้อมรับมือกับฝุ่นละอองขนาดเล็ก หรือฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ กทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ กทม.กังวล โดยเฉพาะในช่วงเวลาตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ปี 64 ที่สภาพอากาศในพื้นที่จะปิด เนื่องจากความกดอากาศสูงจะทำให้สภาพอากาศใน กทม.ปิด ลมนิ่งสงบ ทำให้ฝุ่นไม่สามารถลอยตัวออกไปได้ ขั้นแรก กทม.ได้ติดตั้งสถานีตรวจวัดค่าฝุ่นละอองครบทั้ง 50 เขตแล้ว จะทำให้ทราบข้อมูลฝุ่นขนาดเล็กได้อย่างทันท่วงที เพื่อประชาชนจะได้รับมือเตรียมตัวได้



          ขณะเดียวกัน กทม.ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) จะออกคำสั่งห้ามรถยนต์ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไปวิ่งเข้าพื้นที่ กทม.ในช่วงเวลา 06.00– 21.00 น. ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 63 ถึงสิ้นเดือน ก.พ. 64 เพื่อลดมลพิษจากควันรถที่มีการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ โดยเข้าใจความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ แต่ข้อมูลที่เก็บในปีที่แล้ว การออกมาตรการดังกล่าว ให้รถ 6 ล้อขึ้นไปวิ่งเฉพาะในช่วงเวลา 21.00-05.00 น.ของอีกวัน ช่วยให้ค่าฝุ่นละอองใน กทม.ลดลงได้ อย่างน้อยร้อยละ 39



          ขอความร่วมมือสถานศึกษาให้งดจัดกิจกรรมในที่โล่งแจ้งในช่วงเดือน ธ.ค. 63 ถึง ก.พ. 64 เช่นเดียวกัน หากสถานการณ์วิกฤตและค่าฝุ่นสูงต่อเนื่องเกิน 3 วัน จะพิจารณาให้ปิดโรงเรียนตามความเหมาะสมซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์



เตือนหลายจังหวัดไทยเตรียมรับมือโมลาเบ



         กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน"พายุไต้ฝุ่น “โมลาเบ” (พายุระดับ 5) (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 28 – 30 ตุลาคม 2563)" ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2563 เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (27 ตุลาคม 2563) พายุไต้ฝุ่น “โมลาเบ” (พายุระดับ 5) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ประมาณ 565 กิโลเมตร ที่ละติจูด 13.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 112.7 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 28 ตุลาคม 2563 หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน (พายุระดับ 3) ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในช่วงวันที่ 29-30 ตุลาคม 2563 โดยเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ในขณะที่ลมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลทำให้ภาคใต้ มีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากมีดังนี้



ในวันที่ 28 ตุลาคม 2563



ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี



ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี และตราด



ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล



ส่วน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รอรับฝนได้ 29-30 ตุลาคมนี้



เวียดนาม เตือนไต้ฝุ่นโมลาเบ จะรุนแรงที่สุด

           นายไม วัน เคียม ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาและอุทกศาสตร์แห่งชาติของเวียดนาม เปิดเผยว่า พายุไต้ฝุ่นโมลาเบจะเป็นพายุรุนแรงที่สุดที่จะพัดถล่มเวียดนามในปีนี้ โดยมีความแรงลมเฉลี่ยระหว่าง 135-165 กม.ต่อชม.คาดว่าพายุจะขึ้นฝั่งระหว่างเมืองดานังกับจังหวัดฟู้เอียน ทางภาคกลางของประเทศในเวลา 07.00 น.วันพรุ่งนี้



          ก่อนหน้านี้ พายุโซนร้อน 2 ลูก คือ หลิ่นฟา และนังกา พัดถล่มพื้นที่ภาคกลางของเวียดนามเมื่อต้นเดือนนี้ ต่อมาพายุโซนร้อนโซเดลพัดถล่มเวียดนามเมื่อเช้าวันอาทิตย์ ทำให้น้ำยังคงท่วมภาคกลางของเวียดนามจนถึงวันนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 124 ราย และมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 20 คน น้ำท่วมหนักที่สุดในรอบ 20 ปี



วธ.ชวนประชาชนแต่งชุดไทยท้องถิ่น ไปลอยกระทง



          ในวันลอยกระทง นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (28 ต.ค.)กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จะนำเสนอมาตรการเทศกาลลอยกระทงภายใต้แนวคิด “ลอยกระทงวิถีใหม่ สืบสานวัฒนธรรมไทย” ตามมติของคณะกรรมการบูรณาการการจัดงานเทศกาลลอยกระทง ต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณา และให้นำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติกับสถานที่จัดงานทั่วประเทศ รวมถึงเป็นแนวทางแก่ประชาชนทั่วไป โดยรณรงค์ให้มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม ปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดในการควบคุมการแพร่ระบาดของสถานการณ์ โรคโควิด-19 เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ยังไม่บรรเทาลง และบางสถานที่จัดอย่างยาวนาน 7 วัน ดังนั้นจึงต้องดูแลทุกสถานที่อย่างเข้มงวด พร้อมกันนี้ยังมีการรณรงค์ให้ประชาชนแต่งกายผ้าไทยมาร่วมงานลอยกระทง เพื่อสร้างเอกลักษณ์ท้องถิ่นนั้นๆ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้ฝ่าฝืนแนวทางปฏิบัติดังกล่าวจะมีการใช้กฎหมายมาบังคับใช้อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะในเรื่องการเล่นพลุไฟ และการจำหน่ายสุราในที่สาธารณะ หรือสถานที่ของรัฐซึ่งได้ให้ความสำคัญ พยายามที่จะลดอุบัติเหตุที่เกิดจากพลุไฟให้เป็นศูนย์ในช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้



สตาฟไม่ทัน ชาวประมง แกงส้มปลาอุบแล้ว



          หลังชาวประมงพื้นบ้าน บ้านคลองกรวด ต.เขาทอง อ.เมือง จ.กระบี่ จับปลาหน้าตาประหลาดได้บริเวณเกาะบงบง ต.เขาทอง อ.เมือง  จ.กระบี่  เมื่อวันที่ 26 ต.ค.เบื้องต้นนักวิจัยจาก องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ระบุว่า เป็นปลาอุบยักษ์แต้มขาว หรือปลาอุบยักษ์เอเชียตะวันออก เป็นปลาทะเลชนิดใหม่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศ ปัจจุบันพบได้น้อยมาก  นายอับดลอารีด เล็กกุล  กำนันตำบลไสไทย และเป็นกรรมการสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า หลังทราบข่าวว่าชาวประมงจับปลาอุบยักษ์แต้มขาว ได้ลงพื้นที่ติดต่อขอซื้อปลาจากนายประเสริฐ ชูกูล  ชาวประมงที่จับปลาดังกล่าวได้ แต่ปรากฏว่า ได้นำไปแล่เนื้อประกอบอาหารทำแกงส้มทำบุญเลี้ยงชาวบ้านไปแล้วเมื่อเย็นวานนี้ ซึ่งทราบว่าเนื้อรสชาติคล้ายปลาเก๋า  ทำให้รู้สึกเสียดายมาก  



          หลังจากนี้ สมาคมฯได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวประมงในพื้นที่จ.กระบี่ และใกล้เคียงหากจับปลาชนิดดังกล่าวได้ หรือปลาลักษณะที่แปลกประหลาดหายากไม่ว่าชนิดใด ที่ไม่เคยพบเห็น ให้แจ้งมายังสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ ทันที ทางสมาคมจะขอรับซื้อนำมาสตาฟไว้ ให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ว่า ทะเลกระบี่ มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเลหายากหลายชนิด เป็นการปลุกจิตสำนึกให้อนุรักษ์หวงแหนทรัพยากรสัตว์น้ำในทะเลกระบี่ต่อไป

ข่าวทั้งหมด