ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 08.30 น.วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563

28 กันยายน 2563, 09:14น.


29 ก.ย.สปสช.จะยกเลิกสัญญาคลินิกที่ทุจริตอีก 106 แห่ง



          ความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาทุจริตคลินิกชุมชนอบอุ่น หรือคลินิกบัตรทอง ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) กล่าวว่า ในวันอังคารที่ 29 ก.ย. สปสช.เตรียมแถลงชี้แจง ยกเลิกสัญญาในคลินิก 106 แห่ง ที่พบการกระทำผิดหรืออาจเข้าข่ายทุจริต ส่วนข้อมูลประวัติของผู้ป่วยที่ใช้บริการกับสถานพยาบาลที่ถูกยกเลิกสัญญา จะต้องนำข้อมูลทั้งหมดเก็บไว้ที่ข้อมูลฐานกลางของ สปสช. ยืนยันจะไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยเหมือนการยกเลิกคลินิกและสถานพยาบาลก่อนหน้านี้



          นอกจากนี้ กำลังเร่งหาคลินิกเอกชนมาเป็นคู่สัญญาเพื่อให้บริการรองรับประชาชนที่ถูกยกเลิกสถานพยาบาล ยืนยันว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องไปติดต่อที่สำนักงานเขต เพื่อหาสถานพยาบาลรองรับ สปสช.จัดให้กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบสามารถรับการรักษาได้ทุกที่ของหน่วยบริการที่ร่วมกับ สปสช.ทั้งภาครัฐและเอกชน ขณะนี้มีคลินิกเอกชน สนใจติดต่อ สปสช. เพื่อร่วมมาเป็นคู่สัญญาประมาณ 20-30 คลินิกแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างการพูดคุยประสานงาน คาด 1-2 เดือน จะแก้ไขปัญหาได้แล้วเสร็จ



กรมควบคุมโรค ทำแผนควบคุมโควิด-19 ให้ได้ใน 21 วัน ลดจำนวนผู้ป่วย-ผู้เสียชีวิต



          นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค(คร.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เสนอการจัดทำแผนรองรับนโยบายโรคโควิด-19 ว่าการเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการโรคโควิด-19 ผลลัพธ์ที่ต้องการคือประเทศไทยมีระบบความมั่นคงทางสุขภาพและจัดการภาวะฉุกเฉินทางสุขภาพที่ครบวงจร เพื่อยกระดับความมั่นคงแห่งชาติด้านสุขภาพ สามารถตอบโต้ภาวะฉุกเฉินได้ทุกภัยอย่างรวดเร็ว เป็นระบบ มีความเป็นเอกภาพ มีประสิทธิภาพและปลอดภัย



ในส่วนของโรคโควิด-19 เป้าหมายในการป้องกัน ควบคุมโรคจะมีตัวชี้วัด 2 ข้อหลัก ได้แก่



1.จำนวนผู้ป่วยของโรคโควิด-19 ทุกจังหวัดมีผู้ป่วยรายใหม่ไม่เกิน 5 คนต่อประชากร 1,000,000 คนต่อวัน อาจจะมีผู้ติดเชื้ออยู่ เพียงแต่ไม่สามารถตรวจพบได้ตลอดเวลา และถ้าพบผู้ป่วยในพื้นที่ให้มีการควบคุมโรคให้ได้ภายใน 21 วัน



2.อัตราการป่วยเสียชีวิตของผู้ป่วยของทั้งประเทศต่ำกว่าร้อยละ 1.4  ปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ 1.7 เชื่อว่าประเทศไทยสามารถรักษาได้ดีกว่าเดิมและป่วยเสียชีวิตน้อยลง ขณะที่ ตัวเลขระดับนานาชาติอยู่ที่ประมาณร้อยละ 3.1



การบรรลุเป้าหมายมี 4  ส่วนหลัก ประกอบด้วย



1.การเตรียมความพร้อม จะต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในระดับพื้นที่มีความสำคัญสูง ต้องมีการจัดระดับความสำคัญของกลุ่มเสี่ยง การติดตามข้อมูลทรัพยากร มีการปรับปรุงข้อมูลที่สำคัญ ห้องปฏิบัติการ เวชภัณฑ์ต่างๆ การจัดทำแผนประคองกิจการ มีการพัฒนาคนหน่วยควบคุมโรคติดต่อซึ่งปกติมีอยู่ทุกอำเภอให้เพิ่มขึ้น



2.ระบบเฝ้าระวัง การตรวจจับผู้ติดเชื้อให้ได้เร็ว มีระบบเฝ้าระวังพื้นฐานแต่จะเสริมด้วยระบบเฝ้าระวังเพิ่มเติมในกลุ่มเสี่ยง เช่น แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย สถานประกอบการที่มีแรงงานอยู่ และสถานบันเทิง และการจัดระบบกักกันตัว เนื่องจากเป็นกลยุทธ์สำคัญในการป้องกันการแพร่เชื้อทั้งที่มาจากต่างประเทศและพบในประเทศไทยที่อาจจะมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง



3.การสอบสวน ควบคุมโรค เช่น การดูแลผู้ป่วยลดการติดเชื้อในโรงพยาบาลและลดโอกาสการแพร่เชื้อต่อ ซึ่งในหลายประเทศเกิดการติดเชื้อในโรงพยาบาล ทำให้ควบคุมโรคได้ยาก



4.การฟื้นฟู เป็นเรื่องการจัดให้มีการฟื้นฟูคนที่ได้รับผลกระทบทั้งในเรื่องสุขภาพจิตหรือสุขภาพกาย โดยมีภาคีเครือข่ายเป็นทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากโควิด-19เป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน

          ผลการทำงานใน 4 ส่วน วางเป้าหมายว่าจะต้องทำให้สำเร็จ 3 เดือน เป็นเรื่องระบบคนและการเตรียมความพร้อม ซึ่งหลายพื้นที่มีความพร้อมอยู่แล้ว โดยทุกจังหวัดมีแผนและซ้อมแผนรับมือ รวมถึงให้มีหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ อยากให้ประชาชนมีความตระหนักในการใช้หน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้ามากกว่าร้อยละ 90 ขณะนี้ถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อ



ยังปิดร้านค้ารอบด่านเจดีย์สามองค์ เข้มชายแดนป้องกันเมียนมา




           บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เข้าสู่วันที่ 6 ของการปิดด่าน ส่งผลให้บรรยากาศบริเวณด่านเจดีย์สามองค์ ค่อนข้างเงียบเหงา เนื่องจากผู้ประกอบการร้านค้าที่ตั้งอยู่โดยรอบเจดีย์สามองค์ ปิดร้านตามคำสั่ง ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวไทยก็เลี่ยงที่จะเดินทางไปเที่ยวที่ด่านพระเจดีย์สามองค์ ซึ่งอยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยงในช่วงนี้แต่นักท่องเที่ยวจำนวนมากยังคงเลือกเดินทางมาเที่ยวที่ อ.สังขละบุรี โดยเฉพาะที่สะพานไม้อุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ที่ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากด่านเจดีย์สามองค์กว่า 20 กม. เหมือนเช่นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา



          ภายหลังจากธนาคาร งดให้บริการตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่บริเวณด่านเจดีย์สามองค์ ก็ไม่มีชาวเมียนมาเดินทางข้ามแดนเข้ามา ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ ดูแลพื้นที่อย่างเข้มงวด แม้จะมีการนำลวดหนามหีบเพลงมากั้น ปิดช่องทางตลอดแนวบริเวณด้านหลังเจดีย์สามองค์ไว้แล้วก็ตาม เพื่อสกัดกั้นการลักลอบข้ามแดนเข้ามาของชาวเมียนมาอย่างเข้มข้น



          สำหรับมาตรการฝั่งเมียนมาที่ได้ดำเนินการคือ 1.ล็อกดาวน์ เมืองพญาตองซู เป็นเวลา 14 วัน บริเวณชานเมืองก่อนถึงบ้านยัวติ๊ด ยกเว้นมีเหตุจำเป็นรถสินค้าและคนในรถไม่เกิน 2 คน และต้องผ่านการพ่นยาฆ่าเชื้อ ตรวจคัดกรอง 2.กักตัวผู้สัมผัสเชื้อกับผู้ป่วยเป็นเวลา 14 วัน จำนวน 60 คน แบ่งเป็น เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพญาตองซู จำนวน 12 คน (กักตัวที่โรงพยาบาลพญาตองซู) เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมียนมาเรสคูว จำนวน 15 คน (กักตัวมูลนิธิเมียนมา เรสคูว) และกักตัวที่โรงเรียนมัธยมในเขตหมู่ที่ 1 พญาตองซู 33 คน (โรงพยาบาลพญาตองซู แจ้งผลการตรวจเชื้อผู้ถูกกักตัว จะทราบภายใน 2-3 วัน)



CR:แฟ้มภาพ สำนักงานประชาสัมพันธ์จ.กาญจนบุรี



รัฐบาล มั่นใจการลงนาม RCEP ช่วยฟื้นศก.หลังโควิด-19



          น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลในฐานะประเทศสมาชิกอาเซียนได้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันความร่วมมือระหว่างภูมิภาค โดยเฉพาะเรื่องการค้าการลงทุน เพราะเป็นกลไกสำคัญที่จะส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว ซึ่งในเดือน พ.ย.นี้ จะมีการลงนามความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งเป็นความตกลงการค้าเสรีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบด้วยสมาชิก 16 ประเทศ คือ สมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ และคู่เจรจาอีก 6 ประเทศ ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย (ยังไม่ร่วมลงนาม) มีประชากรรวมกัน 3.6 พันล้านคน คิดเป็นร้อยละ 48.1 ของประชากรโลก



          การลงนาม RCEP จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจและส่งเสริมระบบกฎเกณฑ์การค้าแบบพหุภาคี และมั่นใจว่าจะทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคฟื้นตัว หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจโลกและภูมิภาคเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ



          นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการฟื้นการเจรจาการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป (อียู) 27 ประเทศ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศ เป็นการขยายโอกาสการส่งออกสินค้าไทย กระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาอย่างรอบคอบ รับฟังทุกด้าน เตรียมความพร้อมเพื่อการเจรจาอย่างรัดกุม ผลการศึกษาและการฟื้นการเจรจาค้าเสรี กระทรวงพาณิชย์จะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา




 

ข่าวทั้งหมด