ทันสถานการณ์โลก 06.30 น.วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563

28 กันยายน 2563, 06:23น.



ผู้นำเกาหลีใต้ ถูกวิจารณ์อย่างหนักไม่ช่วยชีวิตเจ้าหน้าที่ประมงทำให้ถูกยิงตาย



           ความขัดแย้งครั้งใหม่ระหว่างสองเกาหลี หลังจากที่เมื่อวันศุกร์ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ออกแถลงการณ์ขออภัยกรณีที่เกาหลีเหนือยิงเจ้าหน้าที่ประมงเกาหลีใต้เสียชีวิตบริเวณเกาะยอนพย็อง (Yeonpyeong)ในทะเลเหลืองใกล้พรมแดนทางทะเลของเกาหลีใต้ และห่างจากชายฝั่งจังหวัดฮวังแฮใต้ของเกาหลีเหนือไปทางใต้เป็นระยะทาง 12 กิโลเมตร ล่าสุด สำนักข่าวกลางเกาหลี หรือ เคซีเอ็นเอ ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานว่า เจ้าหน้าที่เกาหลีเหนือกำลังค้นหาศพและถ้าพบจะส่งมอบศพให้เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ จะใช้มาตรการด้านความมั่นคงที่จำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ทำให้เกิดเหตุการณ์ที่กระทบกับความไว้วางใจและความเคารพระหว่างกันขึ้นมาอีก



          เกาหลีเหนือ ร้องขอให้เกาหลีใต้ ยุติการบุกรุกข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทางทหารในทะเลตะวันตกที่อาจทำให้เกิดความตึงเครียดระหว่างสองเกาหลีรุนแรงมากขึ้น



          กองทัพเกาหลีใต้ กล่าวหาว่าทหารเกาหลีเหนือเป็นผู้สังหารเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้คนดังกล่าวแล้วราดด้วยน้ำมันก่อนจะจุดไฟเผาร่างของเขาบริเวณใกล้พรมแดนทางทะเลของทั้งสองประเทศ เกาหลีใต้ ส่งเรือจำนวน 39 ลำ รวมถึงเรือรบกองทัพเรือเกาหลีใต้ 16 ลำและเครื่องบินอีก 6 ลำเพื่อค้นหาร่างเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้อย่างต่อเนื่อง



          รอยเตอร์ รายงานว่า การเสียชีวิตของเจ้าหน้าที่กระทรวงประมงครั้งนี้ทำให้รัฐบาลของประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ของเกาหลีใต้ ถูกตำหนิอย่างรุนแรงว่าเหตุใดกองทัพเกาหลีใต้จึงไม่พยายามช่วยชีวิตเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ไว้ทั้งๆที่พบตัวเขา 6 ชั่วโมงก่อนที่จะถูกฝ่ายเกาหลีเหนือยิงเสียชีวิต

คนงานเหมืองถ่านหินจีน เสียชีวิตหมู่ 16 ราย สาหัสอีก 1 คน  



          หลังจากเกิดเหตุไฟไหม้สายพานลำเลียงภายในเหมืองถ่านหินซ่งจ้าว ซึ่งเป็นของบริษัทพลังงานของรัฐ ฉงชิ่งเอเนอยี่ ตั้งอยู่นอกเมืองฉงชิ่ง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ ในระดับอันตราย ทำให้กลุ่มคนงานที่ติดอยู่ใต้ดินต้องสูดดมก๊าซจนหมดสติและเสียชีวิต16 ราย สาหัส 1 คน หน่วยแพทย์พยาบาลฉุกเฉินพยายามช่วยชีวิตคนงานที่บาดเจ็บอย่างสุดความสามารถ ขณะที่ เจ้าหน้าที่เมืองฉีเจียง กำลังสอบสวนเพื่อหาสาเหตุ



          อุบัติเหตุเหมืองแร่เกิดขึ้นทั่วไปในจีน สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากมาตรฐานความปลอดภัยต่ำ และไม่ปฎิบัติตามกฎระเบียบ 





          เมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว เกิดเหตุก๊าซระเบิดใต้เหมืองถ่านหิน ในมณฑลกุ้ยโจว ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ ทำให้คนงานเสียชีวิต 14 ราย



          ย้อนไปเดือน ธ.ค. 2561 เกิดเหตุกระเช้าลำเลียงคนงานขาดหล่นในปล่องเหมืองที่เทศบาลนครฉงชิ่ง ทำให้คนงานเสียชีวิต 7 ราย และเดือน ต.ค.ปีเดียวกัน เหมืองถ่านหินพังถล่มในมณฑลชานตง ทางภาคตะวันออก มีคนงานเสียชีวิต 21 ราย ได้รับความช่วยเหลือรอดชีวิตเพียงแค่คนเดียว




เท็กซัสแห่ซื้อน้ำ! ผวาเชื้ออะมีบากินสมอง



          ที่รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ เกิดกระแสวิตกแห่ซื้อน้ำบรรจุขวดในเมืองเลกแจ๊กสัน หลังจากทางการเตือนประชากรกว่า 27,000 คนให้หลีกเลี่ยงการใช้และบริโภคน้ำประปา เนื่องจากมีคำยืนยันว่าพบเชื้อ อะมีบาสายพันธุ์เนกลีเรีย ฟาวเลอรี่ (Naegleria fowleri) หรืออะมีบากินสมอง ที่ทำให้เกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากอะมีบา หลังจากที่เด็กชายวัย 6 ขวบติดเชื้อและเสียชีวิตเมื่อต้นเดือนก.ย.



         ทางการเมืองเลกแจ๊กสัน เริ่มตรวจสอบการปนเปื้อนน้ำประปาหลังพบว่าเด็กชายที่เสียชีวิตมีเชื้ออะมีบาเนกลีเรีย ฟาวเลอรี่ และได้ฆ่าเชื้อในกระบวนการผลิตน้ำประปาแล้ว แต่ต้องใช้เวลา ทำให้รัฐเท็กซัส ประกาศเตือนการใช้น้ำในพื้นที่เสี่ยง 8 แห่ง ต่อมายกเลิกคำเตือน ยกเว้นเขตเลกแจ๊กสัน โดยระบุว่าสามารถใช้และบริโภคได้แต่ต้องต้มน้ำประปาก่อน ระมัดระวังน้ำเข้าจมูกหรือสำลักน้ำ ขณะว่ายน้ำหรืออาบน้ำ และเตือนให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษในกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุและคนที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ



          อะมีบาสายพันธุ์เนกลีเรีย ฟาวเลอรี่ เกิดขึ้นตามธรรมชาติในน้ำจืดและพบได้ทั่วโลก เมื่อร่างกายรับเชื้อจะเข้าสู่สมองทำให้เกิดการติดเชื้อและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เมื่อช่วงระหว่างปี 2552-2561 พบผู้ป่วยในสหรัฐฯ 34 คน



          ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือซีดีซี เพิ่มเติมว่าการติดเชื้อมักเกิดขึ้นเมื่อผู้คนไปว่ายน้ำหรือดำน้ำในแหล่งน้ำจืดที่อบอุ่น ไม่สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้ คนที่ติดเชื้อ เนกลีเรีย ฟาวเลอรี่ จะมีอาการไข้ คลื่นไส้อาเจียน ปวดคอ และปวดศีรษะส่วนใหญ่เสียชีวิตภายในหนึ่งสัปดาห์



จีน ออกค่าใช้จ่ายให้ฮ่องกง สร้างรพ.เพิ่ม เตรียมรับโควิด-19 ระลอกใหม่



          ฮ่องกง อยู่ระหว่างการก่อสร้างโรงพยาบาลและศูนย์การรักษาเพิ่มเติม บริเวณเอเชียเวิลด์เอ็กซ์โปเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในช่วงฤดูหนาว นายไมเคิล หว่อง เลขาธิการฝ่ายการพัฒนาของเขตปกครองพิเศษฮ่องกง คาดว่า การก่อสร้างน่าจะแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ ทำให้มีเตียงรองรับเกือบถึง 1,000 เตียง รวมทั้งเตียงจำนวน 160 เตียง ในห้องความดันลบ ขณะที่โรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ติดกับศูนย์การรักษาในเอเชียเวิลด์เอ็กซ์โป จะสร้างแล้วเสร็จภายในระยะเวลา 4 เดือน โดยมีห้องความดันลบที่มีเตียงรองรับได้กว่า 800 เตียง



          ด้านนายโทนี่ โก ผู้บริหารของหน่วยงานด้านสาธารณสุขของฮ่องกง กล่าวว่า การก่อสร้างโครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากมณฑลกวางตุ้ง และเซินเจิ้น โดยค่าใช้จ่ายต่างๆ รัฐบาลจีนเป็นผู้รับผิดชอบ




แค่อาทิตย์เดียว!เมียนมา จับคนที่ไม่สวมหน้ากากอนามัย-ฝ่าเคอร์ฟิว กว่า 500 คน




          สำนักงานตำรวจแห่งชาติเมียนมา ระบุว่า ระหว่างวันที่ 19-25 ก.ย. เจ้าหน้าที่จับประชาชนที่ละเมิดกฎระเบียบเกี่ยวกับโควิด-19 ในประเทศรวม 525 คน ตำรวจตั้งข้อหากับผู้ละเมิดกฎระเบียบเกี่ยวกับโควิด-19 ทั้งหมด 26 คน และยื่นฟ้องดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนเคอร์ฟิว 149 คนทั่วประเทศ ไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะถูกจับทั้งหมด 350 คน ตามกฎหมายป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ



         สถานการณ์ล่าสุดที่พบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ทำให้บางเมืองของเขตย่างกุ้ง เขตมัณฑะเลย์ เขตพะโค เขตอิรวดี และรัฐมอญ ประกาศใช้มาตรการให้ประชาชนอยู่บ้าน หลังพบว่าพื้นที่เหล่านี้มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สถาบันจอห์น ฮอบกิ้น รายงานเมื่อเวลา 05.51 น. ผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อสะสม 10,734 คน และผู้เสียชีวิต 226 ราย



ช่วยวาฬตัวสุดท้าย ไม่ให้เกยตื้นตายในออสเตรเลีย



         วาฬตัวสุดท้ายได้รับความช่วยเหลือ ออกจากกลุ่มซากวาฬหลายร้อยตัวที่มาเกยตื้นตายในออสเตรเลีย ถือเป็นวาฬตัวที่ 110 ที่รอดชีวิตจากการเกยตี้นหมู่บริเวณทางใต้ของออสเตรเลีย เหตุการณ์วาฬเกยตื้นหมู่ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของออสเตรเลีย ทำให้มีวาฬตายไปประมาณ 470 ตัว โดยวาฬเหล่านี้ว่ายเข้ามาติดอยู่ในอ่าวที่อยู่ห่างไกลบริเวณชายฝั่งทางตะวันตกของรัฐแทสเมเนียเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้มีความพยายามครั้งใหญ่ในการช่วยชีวิตวาฬเหล่านี้ไว้





         โฆษกหญิงของสำนักงานสิ่งแวดล้อมรัฐแทสเมเนีย กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่มีวาฬ 1 ตัว ที่ยังไม่ตายและปล่อยในท้องทะเลแล้ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยมากกว่า 100 คน ต้องทำงานหนักเป็นเวลาหลายวันในน้ำทะเลที่เย็นจัดในการช่วยเหลือวาฬ ขณะที่อาสาสมัครและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอีกหลายคนยังคงร่วมมือกันในการกำจัดซากวาฬที่ตายแล้วเป็นจำนวนมาก ซากวาฬกว่า 300 ตัวกระจายกันอยู่เป็นพื้นที่ 10 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่หันมาเน้นเรื่องการจัดการกับซากวาฬโดยเรือหลายลำลากซากวาฬออกไปยังมหาสมุทร เจ้าหน้าที่เตือนว่า อาจจะมีวาฬเข้ามาเกยตื้นอีก เพราะมีบางตัวว่ายมาที่ชายหาดเป็นรอบที่ 2 ขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญยังไม่ทราบสาเหตุที่วาฬว่ายเกยตื้นเป็นจำนวนมาก



 

ข่าวทั้งหมด