ศบค.ชุดใหญ่ มีมติต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน อีก 1 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย.นี้

21 สิงหาคม 2563, 11:53น.


          หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค.ชุดใหญ่  มีรายงานว่า ที่ประชุมได้มีมติขยายเวลาการบังคับใช้ประกาศตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่กำลังจะสิ้นสุดการประกาศวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยจะต่อไปอีก 1 เดือน ไปสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2563 สำหรับการต่ออายุพ.ร.ก.ฉุกเฉินครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 6 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด หลังจากประกาศใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มี.ค. 2563



          นอกจากนั้น ที่ประชุมยังได้มีมติการผ่อนคลายมาตรการกิจการและกิจกรรมในการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด ตามที่ได้ทดลองใช้ช่วงเดือน ส.ค. คือ



-การทดลองเปิดเรียน 100%



-การทดลองใช้ระบบขนส่งมวลชนเต็มรูปแบบ



 -และมาตรการเปิดให้มีการเข้าชมกีฬา 



          นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวถึงเหตุผลการขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 1 เดือนตั้งแต่ 1-30 ก.ย. ว่ายังมีความจำเป็น รวมทั้งยังต้องควบคุมชาวต่างชาติที่เดินทางเข้า-ออก ยืนยัน การมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ทำให้การใช้ชีวิตประจำวัน เปลี่ยนไปอย่างใดทุกอย่างปกติ แต่ต้องอยู่ภายใต้นิวนอร์มอล เท่านั้น



          ส่วนกีฬาเปิดให้แข่งขันได้ นั้น ที่ประชุมศบค.ดูเรื่องการแข่งขันกีฬาโยงไปกับเรื่องสุขภาพ แบ่งเป็นแบบกลางแจ้ง และกีฬาในร่ม จะอนุญาตให้คนเข้าไปชมได้มากขึ้น

          ส่วนคำถาม ทำยังให้คนไทยลดความกังวลลงโดยเฉพาะคนต่างประเทศที่จะเข้ามาเพื่อทำให้เศรษฐกิจประเทศเดินหน้า นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า โจทย์นี้ยากมาก เราวิเคราะห์กันแล้วมี 2 กลุ่ม คือ  



-กลุ่มที่ยังกังวลอยู่ เช่น คนป่วย ผู้สูงอายุ ก็จะกังวลมาก  



-อีกกลุ่มคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ตั้งแต่ธุรกิจหรูอย่างโรงแรม 5 ดาว  จนถึงคนขายของข้างถนนเองก็ลำบาก เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวเข้ามา เราต้องบริหารอารมณ์ คน 2 กลุ่มนี้เอียงไปด้านใดด้านหนึ่งก็ถูกต่อว่า



          ดังนั้นต้องประคองควบคุมโรคให้ สุขภาพ-เศรษฐกิจ ไปด้วยกันให้ได้ นายกฯเน้นย้ำในที่ประชุมศบค.ต้องบริหารอารมณ์ให้ดี ฉะนั้นไม่มีใครถูกผิด หากเกิดติดเชื้อขึ้นมาเราก็ต้องอยู่กับโรคนี้ต่อไป



 

ข่าวทั้งหมด