นักวิจัยในสหรัฐฯและสหราชอาณาจักรชี้ ชุด PPE ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันโควิด-19 ได้

01 สิงหาคม 2563, 12:37น.


          นักวิจัยจากคิงส์ คอลเลจ ลอนดอน เผยแพร่ผลงานวิจัย ระบุว่า การสวมชุดป้องกันส่วนบุคคล หรือชุด PPE ขณะดูแลผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่เพียงพอที่จะป้องกันบุคลากรในกลุ่มแนวหน้าได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งพบว่าบุคลากรที่มีเชื้อสายแอฟริกา-อเมริกัน, ละติน หรือชนกลุ่มน้อยอื่น ๆ ยังมีอัตราการติดเชื้อจากบุคลากรผิวขาว



          นักวิจัยได้ใช้แอปฯติดตามอาการกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 2,000,000 คน รวมถึงบุคลากรในกลุ่มแนวหน้าเกือบ 100,000 คน ในสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 24 มีนาคมถึง 23 เมษายน พบว่า บุคลากรในกลุ่มแนวหน้ามากกว่า 2,700 คนเป็นผู้ติดเชื้อ โดยจะมีอาการป่วยโควิด-19 อย่างน้อย 1 อาการ



          ศจ.เซบาสเตียน อูเซลิน หัวหน้าคณะผู้วิจัย เปิดเผยว่า ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า แม้จะสวมชุด PPE แต่บุคลากรในกลุ่มแนวหน้าก็ยังมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด-19 (SARS-Co-V-2) ดังนั้นการที่บุคลากรแนวหน้าจำนวนมากไม่มีชุด PPE จึงยิ่งทำให้การติดเชื้อของบุคลากรเพิ่มสูงขึ้นไปอีก



          ด้าน ดร.แอนดรูว์ จาง ผู้อำนวยการระบาดวิทยา จากโรงพยาบาลแมสซาชูเซตส์ เปิดเผยว่า หลายประเทศรวมถึงสหรัฐฯยังคงเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนชุด PPE ทั้งยังมีการเหยียดเชื้อชาติในระบบที่เกี่ยวข้องกับความไม่เท่าเทียมในการเข้าถึงชุด PPE ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ คณะผู้วิจัยจึงขอให้มีการจัดหาชุดPPE ที่เพียงพอต่อความต้องการใช้ และปกป้องบุคลากรในกลุ่มแนวหน้าไม่เลือกปฏิบัติจากเหตุเชื้อชาติที่มีความแตกต่างกัน



...

ข่าวทั้งหมด