หลังสำนักงานการบินพลเรือนของประเทศจีน หรือ CAAC ได้ระงับการทำการบินของ สายการบิน ไทยแอร์เอเซียเอ็กซ์ เส้นทางบินจาก มาเลเซีย-มะนิลา-ไทย-เทียนจิน และ สายการบิน ไทยไลอ้อนแอร์ เส้นทางจาการ์ตา-ดอนเมือง-กวางโจว รับผู้โดยสารคนจีน จากประเทศอินโดนีเซียไปกวางโจว จีน โดยทั้ง 2 สายการบินทำการบินแบบเช่าเหมาลำ เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ หลังมีผู้โดยสารติดโรคโควิด-19
นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ในวันนี้จะลงนามในคำสั่ง ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง แนวปฏิบัติของสายการบินระหว่างประเทศ ในเนื้อหาของประกาศ กพท. ฉบับใหม่ จะเพิ่มข้อกำหนด กรณีที่สายการบินของประเทศไทย หรือ สายการบินที่ทำการบินผ่านประเทศไทย ลงจอดเติมน้ำมัน แวะพัก แม้ผู้โดยสารจะไม่ได้ออกมานอกเครื่อง แต่ทางสายการบิน จะต้องกำหนดให้ผู้โดยสารทุกคนที่โดยสารมาในเครื่องบินลำดังกล่าว ต้องมีใบรับรองผลการตรวจปลอดเชื้อโรคโควิด-19 ทุกคน ก่อนที่จะซื้อตั๋วโดยสารมากับเครื่องได้
การออกประกาศครั้งนี้ เพื่อป้องกันสายการบินที่มีสัญชาติไทย ที่ทำการบินแบบเช่าเหมาลำ(ชาร์ทเตอร์ไฟล์ท)บินจากประเทศที่1 ไปยังประเทศจุดหมายปลายทาง หรืออาจจะแวะมาจอดเติมน้ำมันที่ประเทศไทย ไปยังจุดหมายปลายทางประเทศจีน แต่เมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้ว กลับตรวจพบว่า มีผู้โดยสารในลำนั้นๆ มีเชื้อโควิด-19 สายการบินดังกล่าวจะถูกขึ้นบัญชีดำทันที
สำหรับสายการบินใดๆ ที่ทำการบินระหว่างประเทศช่วงนี้ ส่วนมากจะเป็นสายการบินที่ถูกว่าจ้างให้ไปรับคนในประเทศนั้นกลับมายังประเทศตัวเองแบบเช่าเหมาลำ และเครื่องบินดังกล่าวจะต้องมีสิทธิในการทำเส้นทางบินนั้นๆอยู่ก่อนแล้วจึงจะสามารถทำการบินได้
ขณะที่จีน มีระเบียบตรวจคัดกรองผู้โดยสารก่อนลงเครื่องและหากพบผู้โดยสารมีเชื้อโควิด-19 ตามข้อบังคับของจีน กำหนดว่า หากเครื่องบิน 1 ลำ หากตรวจผู้โดยสารพบมีติดเชื้อโควิด-19 ต่ำกว่า 10 คน สายการบินนั้นจะถูกระงับการบินเข้าประเทศทันที 1 สัปดาห์ แต่หากในเครื่อง 1 ลำ ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 มากกว่า 10 คน จะถูกระงับการทำการบินเข้าประเทศทันที 4 สัปดาห์