ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563

02 กรกฎาคม 2563, 19:05น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563



นายกฯ กำชับประชาชน ป้องกันตัวเอง หลังผ่อนคลายระยะที่ 5



          พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคมจะมีวันหยุดยาว แต่ฝากเตือนประชาชนใหัระมัดระวัง ป้องกันตนเอง โดยเฉพาะการรวมกลุ่มและการจราจร ซึ่งรัฐบาลได้อำนวยความสะดวก ยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษในบางแห่ง สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวบุคคลที่สามารถไปท่องเที่ยวได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นและสร้างรายได้ให้ท้องถิ่น ชุมชนและโรงแรม โดยได้รับรายงานว่า โรงแรมหลายแห่งเริ่มฟื้นตัวเพราะคนไทยออกมาเที่ยวมากขึ้น ซึ่งมาจากมาตรการผ่อนคลายระยะที่ 5



          ส่วนของแรงงานที่มีการจ้างงานลดลงนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกสักระยะจะเริ่มมีการกลับมาจ้างงานใหม่ และเมื่อสถานประกอบกิจการต่างๆ เริ่มดีขึ้นก็จะทยอยกลับสู่ภาวะปกติ แต่จะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกคน นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า วันนี้ทั่วโลกมีปัญหา ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย ซึ่งไทยจะมีปัญหาการจ้างงาน การผลิตลดลง จึงต้องหาแนวทางทำให้เกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้น รวมถึงการขับเคลื่อนให้ธุรกิจเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น และจะพยายามหาแนวทางผ่อนคลายให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้



          นอกจากนั้น ยังได้สั่งการให้มีการตรวจสอบ สรุปผล และให้รายงานภายหลังการผ่อนคลายกิจการ/กิจกรรม ระยะ 5 ว่ามีผู้ติดเชื้อภายในประเทศเพิ่มขึ้นหรือไม่ ซึ่งตรวจสอบแล้วยังไม่พบผู้ติดเชื้อในประเทศ เนื่องจากวันนี้เป็นผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศทั้งหมด และอยู่ในสถานที่กักกันของรัฐ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายังสามารถไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง พร้อมย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ ศบค. โดยเฉพาะระดับผู้ปฎิบัติให้ลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบในกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลายในระยะ 5 ให้มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่สาธารณะ โดยต้องติดตามและประเมินผลเป็นรายวัน และต้องเตรียมมาตรการรองรับไว้เพื่อป้องกัน



กรมควบคุมโรค ยืนยัน ผู้ป่วย'โควิด-19'ในเมียนมา พบกลับจากไทยเพียงแค่1 อีก 2 มาจากอินเดีย



          กรณีที่มีรายงานข่าวว่าพบชาวเมียนมาป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพิ่มอีก 3 คน ซึ่งเดินทางกลับมาจากประเทศไทยนั้น นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า จากการประสานข้อมูลกับประเทศเมียนมา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยได้ทำการสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติม พบว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 จำนวน 3 คน มีเพียง 1 คนที่เดินทางกลับจากประเทศไทย ส่วนอีก 2 คน พบว่า เป็นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศอินเดีย ซึ่งผู้ติดเชื้อที่กลับจากไทยรายดังกล่าวนั้น เป็นผู้ติดเชื้อรายเก่าที่เคยตรวจพบ ณ ศูนย์กักผู้ต้องกัก อ.สะเดา จ.สงขลา ตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนและเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่เคยรายงานเป็นผู้ป่วย มีการแถลงข่าวและดูแลรักษาจนหายดี ครบตามมาตรฐานการรักษา และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านไปแล้ว

          อธิบดีกรมควบคุมโรค ย้ำว่า การตรวจพบเชื้อซ้ำ สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งการตรวจเชื้อโดยการหาสารพันธุกรรมอาจ ยังพบพันธุกรรมของไวรัสได้ แต่จะเพาะเชื้อไม่ขึ้นเนื่องจากเป็นไวรัสที่ถูกร่างกายทำลายแล้ว ซึ่งในประเทศไทยและต่างประเทศ ก็มีการรายงานเช่นเดียวกัน



วันแรกผ่าน สถานบันเทิงคลายล็อก กำชับเว้นระยะห่าง อย่ากินแก้วเดียวกัน



          การคลายล็อกสถานอาบอบนวด ผับ บาร์ คาราโอเกะ วันแรก พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลรับผิดชอบงานชุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย ตำรวจ ทหาร และกรุงเทพมหานคร เพื่อให้สถานประกอบกิจการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค สรุปผลการตรวจสอบสถานประกอบการ ประเภทอาบ อบ นวด ผับ บาร์ คาราโอเกะ และร้านเกมส์อินเตอร์เน็ต ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร หลังได้รับการอนุญาตให้กลับมาเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 ก.ค. พบว่า ผู้ประกอบกิจการต่างขานรับและให้ความร่วมมือตามมาตรการของภาครัฐเป็นอย่างดี แต่อาจมีสิ่งที่ต้องปรับปรุงบ้าง เช่น การจัดพื้นที่ตามมาตรการเว้นระยะห่าง การใช้ภาชนะใส่เครื่องดื่มบริการลูกค้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการให้มีการแก้ไขปรับปรุงไปแล้ว



          พร้อมฝากถึงผู้ประกอบการทุกรายว่า มาตรการควบคุมโรคที่ภาครัฐประกาศใช้อย่างเข้มงวดนั้น ได้ผลเป็นอย่างดีและเป็นรูปธรรม สังเกตได้จากสถิติไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศมาเป็นเวลากว่า 1 เดือน  จึงขอให้ผู้ประกอบการทุกรายให้ความร่วมมือ โดยเชื่อมั่นว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะการให้บริการตามปกติในเร็ววัน



ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย กระทบดัชนีความเชื่อมั่นในเดือนมิ.ย.ต่ำสุดในรอบกว่า21 ปี



          ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2563 โดยรวมแทบทุกรายการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินธุรกิจและธุรกรรมต่าง ๆ ได้ในระยะที่ 1-4 ในช่วง 2 เดือน  นอกจากนี้รัฐบาลใช้มาตรการดูแลเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19 ที่ได้เยียวยาทั้งประชาชนและภาคธุรกิจ ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือนมิ.ย.จากระดับ 40.2 ในเดือนที่ผ่านมาสู่ระดับ 41.4

          แม้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม แต่ยังอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ทำการสำรวจในรอบ 21 ปี 9 เดือนดังนั้น คาดว่าผู้บริโภคยังคงชะลอการใช้จ่ายอย่างมากไปอย่างน้อยกว่า 3-6 เดือนนับจากนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 และสถานการณ์ทางการเมืองจะดีขึ้นกว่านี้ พร้อมกับรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาดีขึ้น

          สำหรับสิ่งที่ประชาชนกังวลใจอยู่มาก คือ แม้จะมีมาตรการผ่อนคลายแต่กลัวว่าจะติดการแพร่ระบาดการกลับมาอีกของโควิด-19 รอบ 2 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจอย่างมากและจะส่งผลต่อการจ้างงานในอนาคตหลายแสนคน และอาจทำให้ไทยเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจไทยถดถอยได้



หุ้นเอเชียพุ่งรับข่าวดี บริษัทยาสหรัฐฯ ประกาศผลทดลองวัคซีนโควิด-19 ในคนได้ผลดี



          ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียว ปิดปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในวันนี้ โดยหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตรถยนต์ปรับตัวขึ้นขานรับสหรัฐฯเปิดเผยข้อมูลภาคการผลิตที่แข็งแกร่ง แต่ความวิตกเกี่ยวกับการระบาดรอบสองของโรคโควิด-19 ในกรุงโตเกียวนั้น ได้ถ่วงความเชื่อมั่นของนักลงทุน ดัชนีนิกเกอิ ปิดเพิ่มขึ้น 24.23 จุด ที่ 22,145.96 จุด



          ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนปิดพุ่งขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนขานรับข่าวความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 โดยไฟเซอร์ อิงค์ ซึ่งเป็นบริษัทยาใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผลการทดลองใช้วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในมนุษย์ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยไฟเซอร์ได้ดำเนินการทดลองดังกล่าวร่วมกับ BioNTech ซึ่งเป็นบริษัทยาของเยอรมนี และคาดว่าบริษัทจะสามารถผลิตวัคซีน 100 ล้านโดส ภายในปลายปีนี้ และมากกว่า 1.2 พันล้านโดส ภายในสิ้นปีหน้า ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปรับตัวขึ้น 64.59 จุด ที่ 3,090.57 จุด



          ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น สอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาค เนื่องจากนักลงทุนขานรับการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย. นอกจากนี้ นักลงทุนยังขานรับข่าวความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ดัชนีฮั่งเส็งพุ่งขึ้น 697.00 จุด หรือ ร้อยละ2.85 ปิดวันนี้ที่ 25,124.19 จุด



           ส่วนดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ปิดวันนี้ (2 ก.ค.) ที่ระดับ 1,374.13 จุด เพิ่มขึ้น 24.69 จุด มูลค่าการซื้อขาย 84,485.85 ล้านบาท



อังกฤษเร่งฟื้นการท่องเที่ยว ยกเลิกกักโรคโควิด-19 ต่อผู้เดินทางมาจาก75 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย



           รัฐบาลอังกฤษจะยกเลิกระเบียบการกักโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ต่อผู้ที่เดินทางมาจาก 75 ประเทศ เพื่อให้ผู้คนจากประเทศเหล่านั้น สามารถเข้ามาพักผ่อนได้ในวันหยุด โดยประเทศที่ได้รับสิทธิ์ ประกอบด้วย ประเทศไทย สหภาพยุโรปเกือบทุกประเทศ ตุรกี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และดินแดนของอังกฤษ เช่น เบอร์มิวดา และยิบรอลตาร์



           รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีบอริส จอห์นสันกำลังหาวิธีเปิดการเดินทางระหว่างประเทศ หลังจากกำหนดให้ผู้เดินทางเข้าอังกฤษต้องกักโรคเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมการเดินทางและท่องเที่ยวยิ่งได้รับผลกระทบ จนเมื่อวันศุกร์ที่แล้วอังกฤษจึงได้ยกเลิกการกักโรคเป็นเวลา 14 วัน ให้แก่ผู้ที่เดินทางไปจากบางประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส กรีซ และสเปน



           ขณะที่รัฐมนตรีกระทรวงการเคหะชุมชนและรัฐบาลท้องถิ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังเตรียมประกาศเรื่องการเดินทาง โดยจะมีการหารือเพิ่มเติมในสัปดาห์นี้  และจะประกาศทันทีที่ปลอดภัย เพราะต้องการให้ภาคการท่องเที่ยวกลับมายืนได้โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมั่นใจว่าจะมีข่าวดีในอนาคตอันใกล้นี้



ร้านแมคฯ ในสหรัฐฯ  ขยายเวลา ห้ามลูกค้านั่งกินอาหารในร้านออกไปอีก 21 วัน



          แมคโดนัลด์ สหรัฐฯ ชะลอการเปิดให้ลูกค้านั่งกินอาหารในร้านออกไปอีก 21 วัน หลังจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังร้านแฟรนไชส์ที่กลับมาเปิดให้บริการ สามารถตัดสินใจได้เองว่า จะยอมให้ลูกค้านั่งรับประทานในร้านแล้ว โดยไม่ได้มีคำสั่งห้ามจากหน่วยงานท้องถิ่น  แมคโดนัลด์มียอดขายทั่วโลกร่วงลงร้อยละ 30 ในช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. เนื่องจากคำสั่งล็อกดาวน์ทั่วโลก ขณะที่ร้านแมคโดนัลด์เกือบร้อยละ 99 ในสหรัฐฯยังคงเปิดให้บริการ แต่เหลือเพียงบริการไดร์ฟทรู เดลิเวอรี่ และซื้อกลับบ้าน



ตำรวจเกาหลีใต้ขออภัยที่ใช้เวลาสอบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนานหลายปีทำให้มีแพะติดคุกนาน 20 ปี



          ตำรวจเกาหลีใต้ ออกแถลงการณ์ในวันนี้ (2 ก.ค.) ขออภัยที่ใช้เวลานานหลายปีในการสอบสวนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่โด่งดังที่สุดของเกาหลีใต้เมื่อฆาตกรสังหารผู้หญิง 15 คน ทั้งมีผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกล่าวหาถูกลงโทษจำคุกนานถึง 20 ปี แม้นายยูน จะยืนยันมาตลอดว่า เขาไม่ได้กระทำความผิดใดๆ จนมาถึงปีที่แล้วที่ตำรวจเปลี่ยนมาใช้การตรวจสอบด้วยดีเอ็นเอ จนสามารถเชื่อมโยงไปจับกุมฆาตกรตัวจริง คือนายลี วัย 57 ปี ได้แต่ก็ใช้เวลานานกว่า 30 ปี กว่าจะจับตัวได้ หลังจากก่อเหตุสังหารเหยื่อรายแรก



         นายลี รับสารภาพว่า เขาฆ่าผู้หญิงในเขตฮวาซอง 10 คน และในพื้นที่อื่นอีก 4 คนโดยมีอยู่คนหนึ่งเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ และในกลุ่มผู้เสียชีวิตมีอยู่ 9 คนที่ถูกข่มขืน



         ผู้บังคับการตำรวจเบ ยงจู เปิดเผยว่า นายลีมีอาการทางจิตอย่างชัดเจน เมื่อเขาไม่มีความรู้สึกเห็นใจ ไม่รับรู้ความเจ็บปวดและความทุกข์ทรมานของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อทั้งยังก่ออาชญากรรมนั้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในการแถลงข่าว ผู้บังคับการตำรวจได้โค้งขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บริสุทธิ์ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัย รวมถึงนายยูน ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ที่ถูกจำคุกนาน 20 ปี



        ขณะนี้ นายลี กำลังอยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาข่มขืนและฆ่าผู้เสียชีวิตรายที่ 15 ที่เกิดขึ้นในปี 2537 ซึ่งเป็นน้องสะใภ้ของเขาเอง ส่วนคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น ไม่สามารถดำเนินคดีได้ เพราะหมดอายุแล้ว



        ในการแถลงข่าววันนี้ ตำรวจเกาหลีใต้ ยังประกาศว่า นายยูนที่ถูกตัดสินลงโทษในปี 2532 ฐานฆ่าผู้หญิง 1 ใน 10 รายแรกนั้นเป็นแพะในคดีนี้ และถูกจำคุกโดยมิชอบ แม้จะได้รับการปล่อยตัวในปี 2552 หลังจากรับโทษจำคุก 20 ปีและยื่นฟ้องต่อศาลเมื่อปีที่แล้วหลังจากที่ตำรวจเริ่มการสอบสวนนายลี สื่อในเกาหลีใต้ รายงานด้วยว่า ยังมีบุคคลอีกอย่างน้อย 4 คนที่ฆ่าตัวตายในช่วงปี 2533 หลังจากที่ถูกเจ้าหน้าที่เรียกตัวไปสอบสวน และมีบางคนที่ถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายเพราะตกเป็นผู้ต้องสงสัย

ข่าวทั้งหมด