คุณหมอขอร้อง 'อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ' มิเช่นนั้นอาจมีผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 เพิ่ม

27 มีนาคม 2563, 17:10น.


          บุคลากรทางการแพทย์ขอความร่วมมือประชาชนอยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยนพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์, ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล, ผศ.นพ.กำธร มาลาธรรม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี, ศ.นพ.รื่นเริง ลีลานุกรม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้ร่วมกันขอความร่วมมือพี่น้องชาวไทย อยู่บ้านเพื่อชาติ เพราะหากยังปฏิบัติตัวเหมือนเดิม คือไม่ใส่หน้ากากอนามัย ไม่รักษาระยะห่างทางสังคม จะพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น และอาจทำให้น้ำยาตรวจหาเชื้อที่มีอยู่ไม่เพียงพอ ยา และอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่เพียงพอ โดยเชื่อมั่นว่าชาวไทยในเวลาที่มีวิกฤต จะหันมาสามัคคีกัน


          ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ บอกว่า ถ้าคน 67 ล้านคนให้ความร่วมมือ แต่มีคนเพียงแค่ 10 คน ที่ยังออกไปสังสรรค์ปาร์ตี้ก็อาจจะจะทำให้มีคนติดเชื้อเพิ่มขึ้นได้ ถ้าไม่หยุดการแพร่เชื้อ อุปกรณ์ทางการแพทย์ และแพทย์จะไม่เพียงพอ จะมีคนเสียชีวิตเพิ่มขึ้น และถ้าบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ 1 คน หมายความทั้งทีมแพทย์จำนวนมากกว่า 10 คน จะต้องถูกกักตัว 14 วัน ยอมรับว่าขณะนี้กราฟผู้ติดเชื้อลงมาแล้วก็จริง แต่ก็ลงไม่มาก ภายใน 3-4 วันนี้ อาจมีตัวเลขคงที่ ซึ่งเชื่อว่าใน 2 สัปดาห์นี้จะเห็นตัวเลขก้าวกระโดดขึ้นอีก อาจมีผู้ป่วยสะสมถึง 2,000 คน ตอนนี้ประเทศไทยยังอยู่ในภาวะเสี่ยง มีโอกาสที่ผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้น และมีโอกาสที่ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรงขึ้น แต่ก็ยังยืนยันว่า มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เพียงพอ  ถึงแม้จะเตรียมสถานการณ์รองรับ แต่เป้าหมายของกระทรวงสาธารณสุขคือต้องการที่จะลดตัวเลขผู้ติดเชื้อ


          โดยในสัปดาห์นี้ โรงพยาบาลศิริราชใช้ชุด PPE  200 ชุดต่อวัน เพราะมีคนไข้หนักเพิ่มขึ้น ถ้ากระบวนการจัดหาไม่ทันจะเป็นอันตรายได้ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริง อย่ามองแค่ว่าพอหรือไม่พอ ตอนนี้ทุกประเทศต่างก็ต้องการยาและเวชภัณฑ์เหมือนกัน ดังนั้นเราต้องลดจำนวนผู้ติดเชื้อให้ได้


          ทั้งนี้ ผู้ที่จะไปขอรับการตรวจหาเชื้อจะต้องประเมินว่าเราอยู่ในกลุ่มไหน แบ่งเป็น


-กลุ่มไม่มีอาการหรือไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยง ไม่ต้องมาตรวจ แต่ขอให้ทำตามคำแนะนำของแพทย์ อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ เพราะโรคติดต่อจะไม่ติดต่อ ถ้าเราไม่ติดต่อกัน  หากยังมาที่โรงพยาบาลอาจจะเสียเที่ยวและอาจทำให้สูญเสียน้ำยาตรวจหาเชื้อไปได้


-กลุ่มไม่มีอาการ แต่เป็นกลุ่มเสี่ยง ควรมาตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อทดสอบแบบ RT PCR ผลออกมาเป็นลบ อย่าเพิ่งดีใจ ต้องกักตัว 14 วัน เพื่อดูอาการ แต่หากผลบวกแสดงว่าติดเชื้อแล้ว จากนั้นจะได้รับการตรวจแบบภูมิคุ้มกัน หรือ rapid test ยืนยันอีกครั้งหนึ่ง หากผลยังเป็นบวกอีก จะต้องรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลอาจรองรับได้เพียงสัปดาห์เดียวเพราะผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวัน


-กลุ่มมีอาการและเป็นกลุ่มเสี่ยง ควรไปโรงพยาบาลตรวจทันที  ซึ่งส่วนใหญ่วันแรกที่รับเชื้อ ไวรัสเข้าสู่ตัวเราและจะกระตุ้นภูมิคุ้มกันเราในช่วง5 วัน  อาการจะออกช่วง7-14วัน 


          ส่วนประชาชนทั่วไป สามารถช่วยป้องกันได้ สิ่งแรกคือการอยู่บ้าน เพื่อหยุดเชื้อ เพราะถ้าโชคดีในบ้านเราปลอดเชื้อ แต่ออกจากบ้านไป อาจเจอไวรัส และนำกลับมาแพร่เชื้อที่บ้าน จากนั้นคนในบ้านออกจากบ้านไปก็แพร่เชื้อให้คนอื่นอีก และการทำ Social distancing อยู่ห่างกันเกิน 2 เมตรขึ้นไป เป็นสิ่งสำคัญ เพราะการอยู่ใกล้กว่านั้น เวลาคุยกันละอองออกจากปาก 3,000 ละออง ทางที่ดีควรใส่หน้ากาก ซึ่งไม่จำเป็นต้องหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ แต่สามารถใส่หน้ากากผ้าก็ได้ ถ้าเราไม่มีอาการ ทั้งนี้โควิด-19 อยู่รอบตัวเรา 5 นาทีก็ตาย ถ้าอยู่ในอุณหภูมิ 25 องศาขึ้นไป 


          นพ.โอภาส กล่าวว่า หลังตรวจพบผู้ติดเชื้อรายแรก เราได้พัฒนาผลิตน้ำยาตรวจและห้องปฏิบัติการ ในช่วง 2 เดือน ตรวจไปแล้วกว่า 40,000 ตัวอย่าง ยืนยันว่าไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำยาที่ผลิตได้เอง เนื่องจากมีแผนผลิตให้ได้ 200,000 ตัวอย่างต่อเดือน จะมีเพียงในส่วนของโรงพยาบาลเอกชนที่ต้องสั่งซื้อน้ำยามาจากต่างประเทศ ในส่วนกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้ตรวจรับรองน้ำยาตรวจแล้ว 12 บริษัท ส่วนชุดแรบบิทเทสเป็นเครื่องมือแพทย์อย่างหนึ่ง ขณะนี้อนุญาตการขายใน 3 บริษัทเท่านั้น และต้องอยู่ภายใต้การใช้โดยแพทย์ การขายในออนไลน์ผิดกฎหมายทั้งสิ้น


....
ข่าวทั้งหมด