สธ.แถลงพบบุคลากรทางการแพทย์ของไทย ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรก

15 กุมภาพันธ์ 2563, 13:21น.



          สถานการณ์ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019  (COVID-19) ของไทย พบผู้ป่วยติดเชื้อโรค COVID-19 เพิ่ม 1 คน เป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข หญิง อายุ 35 ปี เข้ารับการรักษาในห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศนราดูร  นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค ชี้แจงว่า อาการทรงตัว จากการตรวจสอบไม่พบการสัมผัสบุคคลในครอบครัว เนื่องจาก อยู่หอพักตามลำพัง ขณะเดียวกัน  ทีมแพทย์ได้ติดตามขยายผลเฝ้าระวังบุคลากรทางการแพทย์อีก 24 คน ที่ทำงานร่วมกัน ผลตรวจยังไม่พบว่าทั้ง 24 คน ติดเชื้อ และ ไม่มีอาการป่วย ขณะเดียวกันทั้ง 24 คนนี้ ไม่มีคนใดสัมผัสบุคคลในครอบครัวเพิ่มเติมเนื่องจากพักอาศัยอยู่หอพักตามลำพังเช่นกัน 



          นพ.สุวรรณชัย ชี้แจงว่า การติดเชื้อในบุคลากรทางการแพทย์ สามารถพบได้ เช่น การรายงานข้อมูลจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีน พบว่า ตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ บุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อโรค COVID-19 จำนวน 1,716 คน คิดเป็นร้อยละ 3.8 ของผู้ป่วยติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันผลทั่วประเทศจีน และมีบุคลากรเสียชีวิต 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.4 ของผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตทั้งหมดของประเทศจีน กระทรวงสาธารณสุขจึงกำชับให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขปฎิบัติตามมาตรการป้องกัน และควบคุมการติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด โดยจะมีการอบรมฟื้นฟูให้กับแพทย์และพยาบาลควบคุมโรคติดเชื้อทั่วประเทศอีกครั้งในวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ซึ่งจะเน้นจังหวัดท่องเที่ยว ที่มีสถานพยาบาลเอกชนอยู่เป็นจำนวนมาก






          ความคืบหน้าอาการของผู้ป่วยติดเชื้อโรค COVID-19 วันนี้ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านเพิ่มอีก 1 คน เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวจีน อายุ 56 ปี รวมแล้วตอนนี้มีผู้ป่วยหายดีกลับบ้านได้แล้ว 14 คน เหลือนอนพักรักษาในห้องแยกโรคของโรงพยาบาลต่างๆ 20 คน ส่วนข่าวลือที่ระบุว่ามีพนักงานในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งติดเชื้อโรค COVID-19  ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง คนที่โพสต์เรื่องนี้ได้ลบเรื่องออกจากระบบไปแล้ว





          สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 2 คน ที่รักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร 1 คนมีภาวะวิกฤตทางระบบทางเดินหายใจ เมื่อวานนี้แพทย์รักษาด้วยเครื่องพยุงปอด หรือ เครื่องเอคโม ร่วมกับเครื่องช่วยหายใจ คนที่ 2 มีภาวะการติดเชื้อวัณโรคปอด ทั้ง 2 คน แพทย์ได้ทำการรักษาเพิ่มเติม ด้วยการให้น้ำเลือดจากผู้ป่วยหายดีมาช่วยในการรักษา ทำให้ทั้ง 2 คน อาการทรงตัว อัตราการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเลือดดีขึ้น วันนี้แพทย์จะทำการให้น้ำเลือดจากผู้ป่วยหายดีอีกเป็นครั้งที่ 2 ส่วนผู้ป่วยรายอื่นๆ อาการดีขึ้นตามลำดับ  อธิบดีกรมควบคุมโรค ย้ำว่า การจะติดเชื้อโรค COVID-19 ได้จะต้องผ่านสารคัดหลั่งเท่านั้น เช่น การไอ จาม หรือน้ำมูก การใส่หน้ากากอนามัย สามารถช่วยลดการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 30 ดังนั้นการล้างมือจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะมีอัตราการติดเชื้อได้ถึงร้อยละ 70 จึงอยากให้มั่นใจว่าไทยยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ โดยในวันนี้ยาทั้ง 4 ชนิด ประกอบด้วย ยาเรม-เด-ซิ-เวียร์ เป็นยาที่ใช้ทดลองรักษาโรคซาร์ส-โรคเมอร์สในสัตว์และเซลล์ ยังอยู่ในห้องทดลอง ,ยาคลอ-โร-ควิน ใช้รักษาโรคมาลาเรีย-โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง ช่วยสกัดกั้นไม่ให้ติดเชื้อไวรัสเพิ่ม เปลี่ยนความเป็นกรด-ด่างในเซลล์ ,ยาต้านไวรัสเอชไอวี  ยับยั้งการขยายตัวของไวรัสในเซลล์ และสุดท้าย ยาอาร์บิดอลและดารูนาเวียร์ เป็นกลุ่มยาต้านไข้หวัดใหญ่ ยับยั้งเชื้อใหม่ไม่ให้เข้าไปในเซลล์ โดยใช้กลไกการออกฤทธิ์ของยาทั้ง 4 ชนิดนี้ เพื่อช่วยรักษาโรค จะมาถึงประเทศไทย






          ส่วนคนไทยที่อยู่บนเรือสำราญเอ็มเอส เวสเตอร์ดัม ที่ได้รับอนุญาตให้เทียบท่าเรือเมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา มีความประสงค์จะเดินทางกลับประเทศไทย นพ.สุวิช ธรรมปาโล ผู้อำนวยการด่านควบคุมโรคระหว่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข จะดำเนินการอย่างเข้มข้นเช่นกัน แต่ทุกอย่างจะอยู่บนพื้นฐานของความพอดี ตามมาตรการการคัดกรอง ทางด่านอากาศ ด่านน้ำ ด่านบก โดยมีอีกหนึ่งช่องทาง คือ ด่านตรวจคนเข้าเมือง ที่สาธารณสุขได้รายงานรายชื่อผู้โดยสารและลูกเรือกว่า 2,200 คน ให้เป็นบุคคลเฝ้าระวัง ซึ่งหากบุคคลทั้งหมดนี้เดินทางเข้าประเทศไทย จะทำให้เจ้าหน้าที่ทราบทันที การรายงานล่าสุด พบว่ามีนักท่องเที่ยวจากเรือสำราญได้เดินทางเข้าประเทศไทยไปที่ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิทั้งหมด 9 คน เป็นชาวต่างชาติ 8 คน และคนไทย 1 คน ซึ่งการตรวจคัดกรองทั้งหมดไม่พบการติดเชื้อหรือป่วย แต่คนไทย 1 คน จะถูกติดตามเฝ้าระวัง ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานป้องกันควบคุมโรค



CR:ภาพจากกระทรวงสาธารณสุข




 

ข่าวทั้งหมด