ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563

13 กุมภาพันธ์ 2563, 20:43น.


ไทย จะยกระดับการคัดกรอง เน้นตรวจผู้โดยสารขาออกด้วย



          นายแพทย์ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุว่า จากข้อมูลสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในทั่วโลก พบว่า จากสถานการณ์ที่หลายประเทศเข้าสู่การระบาดในเฟสที่ 2 โดยเฉพาะตัวเลขผู้ป่วยในประเทศต่างๆ ที่ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้น ทั้งจีน ฮ่องกง และสิงคโปร์ ทำให้ไทยต้องพิจารณาเพิ่มเรื่องการระวัง มีแนวคิดว่าในเร็วๆนี้ เตรียมประกาศยกระดับคัดกรองผู้เดินทางมาจากกลุ่มประเทศเหล่านี้ที่สนามบิน เนื่องจาก พบสถานการณ์การระบาดในประเทศเพิ่มขึ้น การยกระดับการตรวจคัดกรองจะต้องทำอย่างเหมาะสมกับงบประมาณและคุ้มค่า เชื่อว่า มาตรการที่ดีที่สุดจากนี้จะเป็นเรื่องของการตรวจคัดกรอง ผู้โดยสารขาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบ ไม่ทำให้เกิดการเจ็บป่วยแพร่กระจาย ซึ่งมาตรการนี้ปัจจุบันทางการจีนได้นำมาใช้แล้วและร้องขอให้ไทยมีการตรวจผู้โดยสารขาออกด้วย เพื่อช่วยเหลือกันระหว่างประเทศ หากทำได้จำนวนผู้ป่วยก็จะยิ่งลดลง มาตรการนี้จะสำเร็จด้วยความเข้าใจของนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน 



กัมพูชา เข้มคัดกรองไวรัสโคโรนา ยังไม่ให้ผู้โดยสารกลับบ้านจนกว่าผลตรวจจะออก



          เรือเวสเตอร์ดัม เปลี่ยนทิศทางเดินทางไปที่กัมพูชา เทียบท่าเรือกัมปงโสม หรือ สีหนุวิลล์  เรือจะจอดเทียบท่าของกัมพูชาเป็นเวลาหลายวัน มีผู้โดยสาร 1,455 คน ลูกเรือ 805 คน เดินทางถึงท่าเรือเมืองสีหนุวิลล์ เมื่อช่วงเช้านี้ มีผู้โดยสารราว 500 คนที่ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับประเทศเอง ส่วนที่เหลือบริษัทเจ้าของเรือได้เตรียมเครื่องบินเช่าเหมาลำรองรับเพื่อส่งกลับประเทศแล้ว บริษัทเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด พร้อมคืนเงินค่าล่องเรือแก่ผู้โดยสารด้วย บริษัทได้รับการอนุมัติและขอบคุณทางการกัมพูชาที่ให้การสนับสนุน



          สมเด็จฮุนเซน นายกฯของกัมพูชา เปิดเผยว่า เหตุผลที่กัมพูชาเปิดรับเรือสำราญที่หลายประเทศไม่รับ อยู่บนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม กัมพูชา ได้เตรียมผ้าทอมือไว้ให้เป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารบนเรือด้วย สำนักข่าวขแมร์ไทม์ เปิดเผยว่า ทางการกัมพูชา เตรียมมาตรการคัดกรองโรคกับผู้โดยสารบนเรือแล้ว โดยได้เตรียมเก็บตัวอย่างเลือดและสารคัดหลั่งของผู้โดยสารบางส่วนที่เข้าข่ายต้องสงสัยว่าจะติดเชื้อไวรัสประมาณ 20 คน ไปตรวจที่สถาบันปาสเตอร์ในกรุงพนมเปญ เพื่อดูว่าติดเชื้อไวรัสหรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ ก่อนที่ผลในห้องทดลองจะออกมา ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนจำนวน 2,257 จะยังไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางไปสนามบิน หรือออกจากขอบเขตของท่าเรือ



จีน ส่งแพทย์ทหารอีกกว่า 2,600 คนไปที่เมืองอู่ฮั่น



          สถานการณ์การติดเชื้อที่จีน พบว่ามีผู้ติดเชื้อ 6,233 คน เสียชีวิต 1,369 ราย  สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของประเทศจีนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน อนุมัติเรื่องการส่งบุคลากรทางการแพทย์ทหารกว่า 2,600 คน ไปปฏิบัติงาน คือ การรักษาผู้ป่วยที่โรงพยาบาล 2 แห่ง คือโรงพยาบาลไท่คัง ถงจี้ และโรงพยาบาลแม่และเด็กในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ทางภาคกลางของประเทศจีน โรงพยาบาล 2 แห่งมีเตียงผู้ป่วยตามแผน 860 เตียง และ 700 เตียง ตามลำดับ มีทั้งห้องตรวจทางคลินิก แผนกต่างๆเช่น ห้องควบคุมเชื้อโรค ห้องตรวจ ห้องวินิจฉัยพิเศษ วินิจฉัยทางรังสี อุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์ปลอดเชื้อ ข้อมูลและวิศวกรรมการแพทย์ โดยบุคลากรทางการแพทย์ชุดดังกล่าวมาจากหลายหน่วย เช่น สถาบันดูแลสุขภาพในเครือกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กองกำลังสนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์ กองกำลังสนับสนุนโลจิสติกส์ร่วม และสำนักงานตำรวจจีน



          ในวันนี้ แพทย์และพยาบาล ชุดแรก 1,400 คน จะเดินทางไปที่เมืองอู่ฮั่น และจะเริ่มลงมือทำงานทันที ส่วนชุดที่เหลือจะทยอยเดินทางไปสมทบในระยะต่อไป ซึ่งเมื่อรวมกับทีมแพทย์ทหารที่รัฐบาลจีนส่งไปประจำโรงพยาบาลในเมืองอู่ฮั่นก่อนหน้านี้จะทำให้มีทีมแพทย์ทหาร 4,000 คน ร่วมปฏิบัติสกัดเชื้อไวรัส



องค์การอนามัยโลก ส่งอุปกรณ์การแพทย์ให้เกาหลีเหนือ



          นายเอ็ดวิน เซนิซา ซัลวาดอร์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก(WHO)ประจำเกาหลีเหนือ ระบุว่า WHO ได้จัดส่งน้ำยาที่ใช้ในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์, อุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์ป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อโรค เช่น แว่นตานิรภัย ถุงมือ หน้ากากอนามัย และ ชุดสวมใส่เพื่อป้องกันโรคสำหรับแพทย์ ตามคำร้องขอจากกระทรวงสาธารณสุขเกาหลีเหนือ แม้ว่าที่ผ่านมาไม่พบผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส ในเกาหลีเหนือ ซีเอ็นเอ็น ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเกาหลีเหนือไม่มีรายงานว่าพบผู้ป่วย ติดเชื้อไวรัสแม้แต่คนเดียว แม้ว่าที่ผ่านมาทุกประเทศในแถบเอเชียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ล้วนแต่พบผู้ป่วยจากไวรัส



สภาฯ ผ่านร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2563 วาระ2-วาระ3



          การประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท ในวาระ2 และ 3 ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้สภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการลงมติใหม่ โดยมี นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุม  ภายหลังที่ ลงมติในวาระ 2 ผ่านทั้งหมดแล้วโดยกรรมาธิการไม่มีการขอแก้ไข จึงได้มีการลงมติวาระ 3 โดยพิจารณาทั้งร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 2563 โดยมีองค์ประชุมทั้งหมด 261 คน ลงมติเห็นด้วย  257 เสียง ไม่เห็นด้วย 1 เสียง งดออกเสียง 3 เสียง



          ก่อนการปิดประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่า ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลและพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม สัญญาว่าจะบริหารงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดต่อประเทศชาติ และจะใช้จ่ายงบประมาณด้วยความระมัดระวังตามหลักธรรมาภิบาลอย่างเคร่งครัด จะนำเงินทุกบาททุกสตางค์ไปใช้จ่ายในการพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจจะดีขึ้นและเดินหน้าต่อไปได้ และจะดำเนินทุกวิถีทางใช้จ่ายเงินงบประมาณด้วยความซื่อสัตย์สุจริต สามารถตรวจสอบได้



หอการค้าไทย มองศก.ไทยเจอปัจจัยลบหลายอย่าง ไตรมาสแรกขยายตัว 0.5-0.8%



          การคาดการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2563 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า จะขยายตัวได้เพียงร้อยละ 0.5-0.8 เนื่องจาก ได้รับผลกระทบจากทั้งเชื้อไวรัส ฝุ่น PM 2.5 และภัยแล้ง ที่จะทำให้เงินกว่า 200,000 ล้านบาทหายไปจากระบบเศรษฐกิจไทย หวังว่าเชื้อไวรัส จะยุติการระบาดภายในเดือนมี.ค.หรือ เม.ย.จากนั้น รัฐบาลต้องเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวและเบิกจ่ายงบประมาณที่ล่าช้าอยู่ตอนนี้ให้ได้โดยเร็วเพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวร้อยละ 2-3 ต่อหนึ่งไตรมาส หากทำได้ก็จะทำให้เศรษฐกิจไทยทั้งปี 2563 ขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ร้อยละ 2.8 ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลช่วงปลายปีที่แล้วใช้เงินร่วม  200,000 ล้านบาท มองว่าไม่ได้ผล เพราะประชาชนไม่ใช้จ่ายเท่าที่ควร ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้ว ขยายตัวไม่ถึงร้อยละ 2



หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ปิดตลาดลดลง กังวลจำนวนผู้ติดเชื้อ



          ดัชนีหุ้นไทย ดัชนีอยู่ที่ 1,532.77 จุด ปรับลดลง 7.07 จุด มูลค่าการซื้อขาย 46,419.92 ล้านบาท ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ญี่ปุ่น ลดลง 33.48 จุด ปิดที่ 23,827.73 จุด เนื่องจาก นักลงทุนวิตกกังวลจำนวนผู้ติดเชื้อ ในมณฑลหูเป่ยของจีน พุ่งขึ้นอย่างมาก ดัชนีฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 93.66 จุด ปิดที่ 27,730.00 จุด รัฐบาลฮ่องกง ประกาศขยายเวลาการปิดโรงเรียนต่าง ๆ ออกไปจนถึงวันที่ 16 มี.ค.จากกำหนดเดิมในวันที่ 2 มี.ค. พร้อมกับขยายเวลาให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐทำงานจากที่บ้านต่อไปอีก 1 สัปดาห์



ผลสำรวจ พบว่า วาเลนไทน์ ปีนี้ คนมีคู่จ่ายมากกว่าคนโสดถึง 45%



          สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม “สำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายผ่านออนไลน์ของคนไทยในช่วง Valentine’s Day ปี 2563” ผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 30 ม.ค.-9 ก.พ. 2563 รวม 573 คน ผลสำรวจ พบว่า มีประเด็นที่น่าสนใจคือ กว่าครึ่ง หรือร้อยละ 51 ระบุว่า จะซื้อของขวัญหรือใช้บริการออนไลน์ ในช่วงวันวาเลนไทน์ปีนี้ โดยกลุ่มสินค้าที่จะเลือกซื้อมากที่สุด 3 อันดับแรกคือ เครื่องแต่งกาย ได้แก่ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า รองลงมาคือ ดอกไม้ และสุดท้ายคือเครื่องประดับ



          ขณะที่บริการออนไลน์ 3 อันดับแรก ที่คู่รักระบุจะเลือกใช้มากสุด ได้แก่ รับ-ส่งสินค้าหรือพัสดุ รองลงมาคือ บริการสั่งอาหาร และสุดท้ายคือจองที่พัก โรงแรม ตามลำดับ นอกจากนี้ ETDA ยังพบว่า ช่วงวันวาเลนไทน์นี้ คนมีคู่จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงกว่าคนโสดถึงร้อยละ 45 โดยคนมีคู่จะมียอดการใช้จ่ายเฉลี่ย 1,199 บาท ขณะที่คนโสดมียอดใช้จ่ายเฉลี่ยเพียง 828 บาท 



          ส่วนคนรัก Gen ไหนสายเปย์...ตัวจริง จากผลการสำรวจพบว่า คนรักในกลุ่ม Gen X (อายุ 39-54 ปี) ใช้จ่ายหนักสุด มียอดการใช้จ่ายออนไลน์ เฉลี่ย 1,585 บาท โดยของขวัญที่นิยมเลือกซื้อมากที่สุดคือ เสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้า รองลงมาคือ คนรักในกลุ่ม Baby Boomer (อายุ 55-73 ปี) มียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 1,156 บาท ของขวัญที่นิยมเลือกซื้อมากที่สุดคือ ดอกไม้ ส่วนคนรัก Gen Y (อายุ 19-38 ปี) มียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 1,225 บาท ของขวัญที่นิยมเลือกซื้อมากที่สุด คือ เสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้า สุดท้ายคือ คนรักในกลุ่ม Gen Z (อายุต่ำกว่า 19 ปี) มียอดใช้จ่ายเฉลี่ย 387 บาท และของขวัญที่นิยมเลือกซื้อมากที่สุด คือ เสื้อผ้า กระเป๋า และรองเท้า  ส่วนเพศไหนใช้จ่ายมากที่สุด พบว่าคือ เพศหญิง ใช้จ่ายผ่าน Online เพื่อวันแห่งความรัก เฉลี่ย 1,343 บาท รองลงมาคือ เพศชาย ใช้จ่ายเฉลี่ย 916 บาท และท้ายที่สุดคือ เพศทางเลือก ใช้จ่ายเฉลี่ย 700 บาท ตามลำดับ



แฟ้มภาพ 



 

ข่าวทั้งหมด