ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 07.30น. วันพุธที่ 29 มกราคม 2563

29 มกราคม 2563, 07:50น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 07.30น. วันพุธที่ 29 มกราคม 2563



โคโรนา พ่นพิษ ไทยประชุมรับมือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว



          การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในขณะนี้ เป็นปัจจัยลบที่เข้ามาซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่มีสัดส่วนต่อ จีดีพีราว ร้อยละ 10  นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คลังพร้อมที่จะใช้มาตรการที่เหมาะสมสำหรับการดูแลเศรษฐกิจในแต่ละสถานการณ์ โดยกรณีผลกระทบที่เกิดจากโรคไข้หวัดอู่ฮั่น ที่จะมีผลต่อการท่องเที่ยวในประเทศนั้น ทางกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา จะต้องมีมาตรการออกมาดูแล ในส่วนของกระทรวงการคลัง จะดำเนินการผ่านการกระตุ้นการใช้จ่ายและการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งแนวทางเบื้องต้น จะเดินหน้ามาตรการชิมช้อปใช้ในเฟสที่ 4 ได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรมสรรพากร กรมบัญชีกลาง ไปร่วมหารือมาตรการที่เหมาะสมเพื่อกระตุ้นการบริโภค ส่วนวิธีการอาจจะแตกต่างให้เกิดประโยชน์เรื่อยๆ ฉะนั้นมาตรการที่จะออกมาจะต้องเป็นยาที่เหมาะสมกับสิ่งที่เราต้องเผชิญ ซึ่งรวมถึงการลงทะเบียนคนจนและการเพิ่มสวัสดิการคนจน นอกจากนั้นจะพิจารณาปรับลดประมาณการจีดีพีปีนี้ลงจากที่คาดการณ์ขยายตัวร้อยละ  3.3 เนื่องจากหลากหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบ



          นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า มาตรการชิมช้อปใช้เฟส4 อยู่ระหว่างพิจารณา ขณะที่วงเงินงบประมาณที่เหลือใช้จากเฟสที่ 3 อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท หากจำเป็นต้องใช้เพิ่ม ก็จะขอจากงบประมาณกลางประจำปี 2563



          ส่วนจีดีพีปีนี้คาดว่าจะสามารถขยายตัวได้มากกว่า ร้อยละ2.5 ซึ่งสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจะแถลงอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายวันนี้ (29ม.ค.)



ท่องเที่ยวชงยาแรงแก้ปัญหา



           การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประชุมหารือเพื่อติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวร่วมกับภาคเอกชน รวบรวมข้อเสนอเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย ทั้งบริษัททัวร์ โรงแรม สายการบิน และอื่นๆ ในกรณีที่ประเทศจีนสามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาภายใน 3 เดือน ให้ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ หรือ ครม.เศรษฐกิจ พิจารณาในวันที่ 31 ม.ค.นี้ จำนวน 2 ชุดมาตรการ



          นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ชุดมาตรการแรก คือ มาตรการลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคฯ อาทิ การขอลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินให้แก่สายการบิน, การปรับลดค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน เช่น การจอดและขึ้นลงเครื่องบินสำหรับเที่ยวบินจากตลาดทดแทนจีน และการจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการในช่วงที่ได้รับผลกระทบ



ขอยืดเว้นวีซ่า"วีโอเอ"ถึงสิ้นปี



          ส่วนอีกชุดมาตรการคือมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวช่วงครึ่งปีหลัง ล่าสุด ททท.ได้ปรับข้อเสนอมาตรการอำนวยความสะดวกด้านวีซ่า จากเดิมจะเสนอให้ฟรีวีซ่าแก่นักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย แต่พอเกิดการแพร่ระบาดของโรคนี้ จึงเปลี่ยนข้อเสนอให้ ครม.เศรษฐกิจ พิจารณาขยายเวลามาตรการยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่า ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง (Visa on Arrival : VoA) แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติ 19 ประเทศ (รวมจีน) จากเดิมจะสิ้นสุดวันที่ 30 เม.ย.นี้ ไปเป็นวันที่ 31 ธ.ค.นี้แทน



ดึงชาติอื่นแทนจีนวูบ2ล้านคน



          ส่วนแผนเร่งหาตลาดทดแทนในพื้นที่ที่มีศักยภาพเพื่อชดเชยนักท่องเที่ยวจีนที่ ททท.จะทำอยู่แล้ว แม้สถานการณ์ท่องเที่ยวไทยตอนนี้ไม่ต่างจากการเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ ททท.ยังยืนยันเป้าหมายผลักดันนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ถึง 40.78 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว สร้างรายได้ 2.03 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ5แม้นักท่องเที่ยวจีนจะหายไป 2 ล้านคน ด้วยการไปดึงนักท่องเที่ยวชาติต่างๆ ซึ่งปกติเดินทางไปจีนปีละ 60 ล้านคนให้ปรับแผนมาเที่ยวไทยแทน



สทท.ชงหยุดส่งหนี้6เดือน



          ด้านนายชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า เสนอให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยบรรเทาความเดือดร้อน เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นหนี้ธนาคารที่ยังต้องผ่อนจ่ายรายเดือน และมีค่าใช้จ่ายต่างๆจึงเสนอให้ผ่อนผันด้วยการหยุดผ่อนส่งหนี้เป็นระยะเวลา6เดือน และขอให้รัฐบาลตั้งกองทุน หรือหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน1หมื่นล้านบาทให้ผู้ประกอบการกู้ไปเสริมสภาพคล่อง



แนะเลื่อนจ่ายภาษีดันสภาพคล่อง



          นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ต้องการให้รัฐบาลพิจารณาเลื่อนระยะเวลาการจ่ายภาษีนิติบุคคล ประจำปี 2562 ที่ต้องจ่ายในช่วงต้นปีนี้ออกไปก่อน เพื่อผู้ประกอบการท่องเที่ยวจะได้มีสภาพคล่องมากขึ้น



          นายสันติสุข คล่องใช้ยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ปัจจุบันไทยแอร์เอเชียให้บริการเส้นทางบินประจำจากไทยไปจีน รวม 14 เมือง 20 เส้นทาง ล่าสุดได้ขยายเวลาการยกเลิกเที่ยวบินทุกเที่ยวบินจากกรุงเทพฯและภูเก็ตสู่เมืองอู่ฮั่น จนถึงวันที่ 29 ก.พ.นี้



นายกฯสั่งแผนสำรองงบ63



          นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้หารือการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี รายงานว่า วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่าจะรับคำร้อง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมายหรือไม่



          ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ขอให้สำนักงบประมาณเตรียมความพร้อมเป็นแผนสำรองไว้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าจะมีงบประมาณรองรับการเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน



           ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการการเงินการคลังเพื่อสนับสนุนการลงทุนในประเทศปี 2563 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ประกอบด้วยมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนในประเทศ ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหักรายจ่ายเพื่อการลงทุนในเครื่องจักรได้ ร้อยละ 250  หรือ 2.5 เท่า ของรายจ่ายตามจำนวนที่จ่ายจริง มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563



           นอกจากนี้ ยังยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร สินเชื่อเพื่อการลงทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการปรับปรุงเครื่องจักรใหม่ หรือซื้อเครื่องจักรใหม่เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ



ส.อ.ท.หวั่นไตรมาสแรกไม่ฟื้น



          นายเกรียงไกร เธียรนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจของประเทศไทยในไตรมาส 1 (มกราคม-มีนาคม 2562) นี้ มีความน่าเป็นห่วงเนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงไม่คาดคิดจากภายนอกว่าด้วยผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ซึ่งหากรัฐบาลจีนไม่สามารถควบคุมให้ยุติได้ภายในไตรมาส 1 จะส่งผลกระทบต่อทั้งภาคการส่งออกและท่องเที่ยวของไทยและหากยืดเยื้อไปถึงไตรมาส 2 จะทำให้กระทบเศรษฐกิจไทยภาพรวมทั้งปี 2563 อาจชะลอตัวกว่าที่คาดการณ์ไว้



           นอกจากนี้ ผลจากปัญหาทำให้จีนปิดประเทศ เศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวลง กระทบท่องเที่ยวไทย เพราะนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยเฉลี่ยเดือนละ 900,000 คน คาดว่าไตรมาส 1 รายได้จากการส่งออกและท่องเที่ยวจากจีน จะทำให้ประเทศไทยสูญเสียรายได้ประมาณ 100,000 ล้านบาท



          คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มองว่าปีนี้เศรษฐกิจจะโตร้อยละ 2.5-3 ส่งออก -2-0% ดีกว่าปี 2562 แต่ขณะนั้นไม่มีปัจจัยเสี่ยงเรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากนี้จึงต้องติดตามใกล้ชิด



            ส่วนปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือ ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 ที่มีการยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าจะเป็นโมฆะหรือไม่นั้น ก็ยังไม่รู้ว่าจะออกมาเป็นรูปแบบใด แต่ต้องยอมรับว่างบประมาณล่าช้าไปมากนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2562 มีผลกระทบต่อเม็ดเงินที่จะอัดฉีดเข้าระบบเศรษฐกิจให้ยิ่งล่าช้าออกไปอีก  รวมถึงปัญหาภัยแล้ง จะรุนแรงหรือไม่ เพราะหากรุนแรงจนเกษตรกรไม่สามารถเพาะปลูกได้จะกระทบต่อแรงซื้อในประเทศ ขณะเดียวกันภาคอุตสาหกรรมเองเริ่มวิตกกังวลว่าน้ำจะเพียงพอหรือไม่ โดยเฉพาะในพื้นที่พิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) 3 จังหวัด ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ล่าสุดเอกชนหารือเบื้องต้นเพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหา ทั้งการนำระบบกลั่นน้ำทะเลมาเป็นน้ำจืดแม้ต้นทุนแพงแต่ดีกว่าขาดน้ำในกระบวนการผลิต การซื้อน้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน และบางรายเตรียมรับมือด้วยการเจาะน้ำบาดาลและขุดบ่อกักน้ำไว้บางส่วนแล้ว



จับตาเงินบาทอ่อนค่าที่สุดในเอเชีย



           กังวลไวรัสฉุดบาทอ่อนสุดในเอเชียส่วนหนึ่งเกิดจากภาพเศรษฐกิจไทยที่ได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศอื่นจากการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันก็มีแรงขายเก็งกำไรของนักลงทุนต่างชาติเข้ามาประกอบ จึงมีโอกาสอ่อนค่าได้อย่างไม่มีแนวต้าน ประเมินว่าจากสถานการณ์นี้ค่าเงินบาทอาจจะอ่อนค่าเดือนละร้อยละ1 ซึ่งในช่วง 1-2 เดือนนี้อาจจะเห็นบาทอ่อนค่าไปถึง 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯได้



          การซื้อขายดัชนีหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 28 มกราคม ว่า หุ้นเคลื่อนไหวในแดนลบ โดยเปิดตลาดภาคเช้ามาที่ระดับ 1,524.15 จุด ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,531.53 จุด ก่อนปิดตลาดภาคบ่ายที่ระดับ 1,513.26 ปรับลดลง 10.89 จุด มูลค่าการซื้อขายที่ 67,113.51 ล้านบาท  ในวันนี้ ปัจจัยกดดันตลาดหุ้นไทยยังเป็นเรื่องเดิมๆ ซึ่งการปรับตัวลงของตลาดในช่วงที่ผ่านมา ก็ทำให้หุ้นขนาดใหญ่ปรับฐานลงมาในระดับใกล้เคียงกัน จึงคิดว่า น่าจะเห็นการฟื้นตัวของดัชนีได้



           ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี) ระยะทางรวม 13.4 กิโลเมตร มี 11 สถานีเป็นสถานีใต้ดินทั้งหมด เริ่มต้นที่บางขุนนนท์ จนถึงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นวงเงินจากภาครัฐ 110,673 ล้านบาท 5 ขณะที่กรอบระยะเวลาในการดำเนินโครงการ จะมีการคัดเลือกเอกชนเพื่อร่วมลงทุนโครงการจนถึงเดือนตุลาคมนี้ และพร้อมเปิดให้บริการในปี 2569 ส่วนฝั่งตะวันออกคาดว่าจะเปิดใช้บริการได้ในปี 2566



ไฟเขียวเบี้ยพิการเดือนละ1พัน



          น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติเพิ่มเบี้ยผู้พิการจากปัจจุบัน 800 บาท ต่อคนต่อเดือน เป็น 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเสนอ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน เพราะจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนพิการได้ และไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการคลังเพิ่มมากขึ้นจนเกินไป สถานะทางการเงินของผู้พิการ ซึ่งจากการสำรวจพบว่าส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทและมีรายได้น้อยมาก เฉลี่ยเดือนละ 4,326 บาท การปรับปรุงเบี้ยผู้พิการให้ตอบสนองความต้องการที่จำเป็นจะช่วยให้ผู้พิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ข้อมูลจากฐานทะเบียนกลาง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ณ วันที่ 2 ธันวาคม 2562 มีจำนวนคนพิการที่ทำบัตรผู้พิการ 2.02 ล้านคน การปรับเบี้ยผู้พิการเพิ่มขึ้นนี้ จะทำให้ต้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพิ่มเติม 4,852 ล้านบาท/ปี โดยจะเริ่มจ่ายตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2563 ให้แก่ผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวผู้พิการและผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ใช้งบประมาณผ่านกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ 2564



ปรับจ่ายค่าทำศพผู้ประกันตน5หมื่นบาท



          นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อปรับปรุงการกำหนดอัตราเงินค่าทำศพ ที่จะจ่ายให้แก่สามี ภรรยา บิดา มารดา หรือบุตรของผู้ประกันตน ซึ่งจากเดิมกำหนดไว้ 40,000 บาท เพิ่มเป็น 50,000 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป คณะกรรมการประกันสังคมและที่ปรึกษาได้มีมติเห็นชอบด้วยแล้ว รวมทั้งกระทรวงการคลังและกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็ได้เห็นชอบในหลักการ และให้ส่งไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาและดำเนินการต่อได้

ข่าวทั้งหมด