ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 19.30 น.วันอังคารที่ 28 มกราคม 2563

28 มกราคม 2563, 20:10น.



มาเลย์ คุมเข้มด่านเข้าเมืองทั่วประเทศ



          นายแพทย์นูร์ ฮิชาม อับดุลเลาะห์ อธิบดีกรมสาธารณสุขของมาเลเซีย เปิดเผยทางเฟซบุ๊กว่า มาเลเซียจะเพิ่มมาตรการตรวจสุขภาพคนเข้าเมืองในทุกด่านทั่วประเทศ รวมทั้งติดตั้งเครื่องเทอร์โมสแกนเพื่อตรวจวัดไข้ผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางเข้ามาเลเซีย เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือที่เรียกว่าไวรัสจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เนื่องจาก มีชาวมาเลเซีย ติดเชื้อไวรัสแล้ว 4 ราย



          โดยเฉพาะรัฐยะโฮร์ มีด่านเข้าเมือง รวม 6 แห่ง ในจำนวนนี้มีอยู่ 2 ด่านที่เชื่อมโยงการคมนาคมทางบกสำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าเมืองมาจากสิงคโปร์คือ ด่านบังกูนัน ซุลต่าน อิสกันดาร์ในเมืองยะโฮร์บาห์รู ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถขับรถเข้าเมืองข้ามสะพานคอสเวย์ ซึ่งเป็นสะพานแห่งแรกที่เชื่อมโยงการเดินทางโดยรถยนต์ระหว่างสิงค์โปร์-มาเลเซีย



          ด่านที่ 2 คือ ด่านคอมเพล็กซ์ ซุลต่าน อาบูบาการ์(KSAB)ในเมืองตันจุง กูปัง ซึ่งนักท่องเที่ยวจากสิงคโปร์สามารถขับรถข้ามสะพานชื่อว่าเซคัน ลิงค์ ที่เชื่อมโยงระบบคมนาคมทางบกระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งนายแพทย์นูร์ ฮิชาม ตั้งข้อสังเกตว่าจุดผ่านแดน KSAB จะมีนักท่องเที่ยวจีน 3,000-3,500 คนต่อวัน เดินทางโดยรถยนต์เข้ามาที่รัฐยะโฮร์ ข้ามสะพานเซคัน ลิงค์ จากสิงคโปร์



พยาบาลในเมืองอู่ฮั่น พร้อมฝ่าวิกฤตไวรัสโคโรนา



         สถานการณ์ที่จีน พยาบาลหญิงของโรงพยาบาลวิทยาลัยแพทยศาสตร์อู่ฮั่น จำนวน 31 คน ตัดผมทิ้งก่อนที่จะร่วมรักษาผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โรงพยาบาลวิทยาลัยแพทยศาสตร์อู่ฮั่น เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อการรักษาผู้ป่วยมีไข้แห่งที่ 3 ของอู่ฮั่น เก๋อหลิน หัวหน้าแผนกศัลยกรรมทางเดินอาหารและตับของโรงพยาบาล กล่าวว่า การตัดผมให้สั้นลงสามารถลดความเสี่ยงติดเชื้อไวรัส ลดเหงื่อและแบคทีเรีย สวมใส่ชุดป้องกันได้ง่าย และดูแลผู้ป่วยได้สะดวก ด้านเฉินซาน แพทย์โรคไตของโรงพยาบาล เปิดเผยด้วยความมุ่งมั่นว่านี่คือการต่อสู้เพื่อชีวิต เราต้องชนะ หลังจากที่พยาบาลหญิงอู่ฮั่น แชร์ภาพลงบนโลกออนไลน์ก็ได้รับคำชื่นชมเป็นอย่างมาก ในฐานะผู้เสียสละ และการแสดงความมุ่งมั่นต่องานที่ทำในภาวะวิกฤติ




จีน เร่งพัฒนาวัคซีน mRNA ภายใน 40 วัน



          โรงพยาบาลเซี่ยงไฮ้อีสต์ แห่งมหาวิยาลัยถงจี้ ของจีน เปิดเผยว่า ได้อนุมัติโครงการพัฒนาวัคซีน mRNA อย่างเร่งด่วน ซึ่งวัคซีนดังกล่าวมีเป้าหมายที่จะนำมาใช้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า โรงพยาบาล และบริษัท สเตอร์มีร์นา เทอราพิวติคส์ ร่วมกันพัฒนาวัคซีน หลี่ หังเหวิน ซีอีโอของบริษัท สเตอร์มีร์นา เทอราพิวติคส์ กล่าวว่า การผลิตตัวอย่างวัคซีน จะใช้เวลาไม่เกิน 40 วัน ด้วยการใช้เทคโนโลยี mRNA รุ่นใหม่ และขั้นตอนเบื้องต้นอื่นๆ จะมีการส่งตัวอย่างวัคซีนไปทดสอบและนำมาใช้ที่คลินิกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยปกติแล้ว วงจรการผลิตวัคซีนทั่วไปจะใช้เวลานานถึง 5-6 เดือน ขณะที่วัคซีน mRNA จะมีข้อได้เปรียบจากการพัฒนาและการผลิตที่ใช้เวลาน้อยกว่า



แพทย์ อธิบายการรักษาไวรัสโคโรนา เหมือนไวรัสทั่วไป ตามอาการป่วย



          ผศ.นพ.โอภาส พุทธเจริญ หัวหน้าศูนย์โรคอุบัติใหม่ด้านคลินิก โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า สิ่งที่ทางการแพทย์บ้านเราต้องทำและเฝ้าระวังมากที่สุด คือพยายามหากลุ่มเสี่ยงเข้ามาตรวจสอบ วินิจฉัยให้ได้ว่ามีความเสี่ยงหรือไม่เพื่อนำมารักษา กักโรคไว้ไม่ให้กระจายไปสู่ในวงกว้าง ตอนนี้ทางแพทย์อาศัยความน่าจะเป็นจากกรณีโรคเมอร์สและซาร์ส คือประมาณ 14 วันเนื่องจากเป็นไวรัสที่คล้ายกันจึงยึดเวลานี้ไว้ก่อน อีกอย่างที่พยายามหาคำตอบคือตัวไวรัสมาจากอะไรที่นำไปสู่การแพร่กระจายวงกว้าง ต้องหาตัวกลาง อาจจะมาจากค้างคาวที่เป็นข่าว คนกินมาติดเชื้อแต่เชื่อว่าซับซ้อนกว่านั้น มีตัวกลางอะไรนำไปสู่การกระจายของไวรัสได้กว่าแค่การกินค้างคาว



          สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศไทย ยังคงพบเชื้อมาจากคนจีนที่มาจากเมืองต้นทางเป็นหลัก ยังไม่พบว่ามีการระบาดภายใน ทุกกรณีทั่วโลกเวลานี้พบจากคนจีนที่มาจากพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาด ขณะที่ รพ.จุฬาฯขณะนี้มีผู้มาติดต่อขอรักษาทั้งกลุ่มเสี่ยง และไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง แต่กลัวและกังวล มาขอรักษาเฉลี่ยวันละ 20-30 คน แต่ก็ยังไม่พบว่ามีผู้ติดเชื้อ ล่าสุดมีชาวจีนที่มาจากเมืองอู่ฮั่นมาขอรับการตรวจก็ยังไม่พบเชื้อ รวมถึงทั่วประเทศที่พบว่ามีกลุ่มเสี่ยงก็จะถูกส่งตัวมาตรวจที่ รพ.จุฬาฯ เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีมาขอรับการตรวจมากขึ้น โดยผลการตรวจ ยังมั่นใจจะทราบได้ภายใน 24 ชั่วโมง



          ส่วนการรักษาในขณะนี้เป็นการรักษาเหมือนไวรัสทั่วไป คือรักษาแบบประคับประคองตามอาการ อาจจะมียารักษาโรคเอดส์บางตัวที่อาจมาใช้ช่วยลดอาการได้ แต่ขณะนี้อยู่ในช่วงการทดลอง เพราะทุกอย่างยังใหม่ ส่วนกลุ่มเสี่ยงเมื่อได้รับเชื้อแล้วอาจทำให้ถึงกับเสียชีวิต เป็นกลุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หัวใจ หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เนื่องจากทั้งผู้สูงอายุและเป็นโรค ถ้าดูแลร่างกายไม่ดีภูมิคุ้มกันจะยิ่งต่ำกว่าคนปกติทั่วไปหลายเท่า



          องค์การอนามัยโลก แนะนำและขอให้ประชาชนติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด ภาครัฐต้องเร่งให้ความรู้อย่างเข้มข้น เพราะยังมีอีกมากที่เข้าใจว่าโรคนี้ติดแล้วต้องเสียชีวิต ซึ่งไม่ใช่ความจริง โรคนี้สามารถหายได้ แต่แค่กลุ่มเสี่ยงหากติดจึงมีโอกาสเสียชีวิต แต่เมื่อเทียบกับโรคระบาดก่อนหน้านี้ ทั้งเมอร์สและซาร์ส โคโรนาไวรัส โอกาสเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 3 ประชาชนตื่นตัวเป็นเรื่องที่ดีแต่อย่าถึงกับตื่นตระหนก เนื่องจากขณะนี้ระบบการดูแลที่ภาครัฐและโรงพยาบาลในบ้านเราทำอยู่ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก



หลายปัจจัยฉุดหุ้นไทย-หุ้นภูมิภาค ปรับตัวลดลง



         ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดตลาดที่ 1,513.26 จุด ลดลง 10.89 จุด มูลค่าการซื้อขาย 67,113.51 ล้านบาท ดัชนีเคลื่อนไหวทั้งแดนบวก-ลบ กังวลไวรัสโคโรนาระบาด จับตา พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 และปัจจัยเรื่องการถอดถอนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ



         ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียว ญี่ปุ่น ปิดลบในวันนี้ แตะระดับต่ำสุดครั้งใหม่ในรอบ 3 สัปดาห์ ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาที่เกิดขึ้นในจีน ดัชนีปิดลบ 127.80 จุด ปิดที่ 23,215.71 จุด



         ตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดทำการวันนี้เนื่องในเทศกาลตรุษจีน



คลัง พร้อมกระตุ้นบริโภค รับมือไวรัสโคโรนา



          นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ปัญหาไวรัสโคโรนา ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกหลายประเทศ รวมถึงไทยด้วย  สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คิดหามาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ผ่านการท่องเที่ยวในประเทศ “ชิมช้อปใช้เฟส 4” หวังชดเชยผลกระทบจากการท่องเที่ยวจีนหายไปช่วงเกิดโรคระบาด  คาดว่า ภายในเดือนก.พ.นี้จะสรุปแนวทาง หวังให้สิทธิ์ครอบคลุมทั้งผู้ลงทะเบียนเดิมและเปิดลงทะเบียนใหม่ทั้งประชาชนและร้านค้า จากปัจจุบันประชาชนรับสิทธิ์  12.6 ล้านคน และร้านค้า 170,000 ราย 



สศค.เตรียมประกาศคาดการณ์ศก.ปีนี้ใหม่



          นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวย สศค.ระบุว่า เศรษฐกิจปี 2563 ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2.5 พรุ่งนี้ (29 ม.ค.) เตรียมประกาศตัวเลขเศรษฐกิจปี  2562 และประมาณการณ์ปี  2563 ใหม่อีกครั้ง จากเดิมปี 2562 คาดการณ์เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 2.8  ส่วนปี 2563  ขยายตัวได้ร้อยละ 3.3  ส่วนโครงการชิมช้อปใช้ 4  อาจได้รับสิทธิ์แตกต่างจากปัจจุบัน  เนื่องจากโครงการชิมช้อปใช้เฟส 1-3 เตรียมสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ม.ค. ต้องประเมินผลอีกครั้ง ยอดใช้จ่าย ณ วันที่ 28 มกราคม 2563 ยอดการใช้จ่ายผ่าน G-Wallet กระเป๋าแรก ยอดรวม 11,500 ล้านบาท และยอดใช้จ่ายผ่านกระเป๋า 2 จำนวน 17,000 ล้านบาท นับว่ากระเป๋า 2 สูงน่าพอใจ 



ปรับเพิ่มเบี้ยคนพิการ เป็นคนละ 1,000 บาท ต่อเดือน



          นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติเพิ่มเบี้ยผู้พิการ จากปัจจุบันคนละ 800 บาท ต่อเดือน เป็น 1,000 บาท ต่อคนต่อเดือน ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเสนอ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะค่าครองชีพในปัจจุบัน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของคนพิการ ช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายทางการคลังเพิ่มมากขึ้นจนเกินไป นายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ให้ทุกส่วนราชการสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้คนพิการ เช่น ทางลาดขึ้นลงอาคาร  จัดทำบัญชีคนพิการ แยกประเภทตามความพิการ และคุณวุฒิเฉพาะด้านของคนพิการ เพื่อเป็นข้อมูลในการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานของรัฐ และการทำงานที่บ้าน และเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการขอความร่วมมือจากภาคเอกชน




สทนช.ร่วมกับม.แม่ฟ้าหลวง หาทางแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งในลุ่มน้ำสาย-น้ำรวก



          สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ(MOU) ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อบูรณาการความร่วมมือโครงการวิจัยร่วมกันในการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนด้านอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ลุ่มน้ำสาย-น้ำรวก ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (Joint assessment of Thailand and Myanmar on flood and drought for transboundary water resources management) นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาฯ สทนช. กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้เป็นความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้าง (MLC) ที่ได้รับงบประมาณ 10 ล้านบาทจากประเทศจีนผ่านกองทุนพิเศษ MLC Special Fund พ.ศ. 2561 จะดำเนินการในปีนี้เป็นเวลา 1 ปี สำหรับแม่น้ำสาย-น้ำรวกนี้เป็นแม่น้ำกั้นชายแดนระหว่างไทยและเมียนมา โดยกั้นเขตแดนจากอำเภอท่าขี้เหล็ก แขวงท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กับอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ประเทศไทย สภาพทั่วไปของลำน้ำ มีลักษณะคดเคี้ยวผ่านภูมิประเทศที่มีเขาสูง เมืองที่อยู่อาศัย ที่ราบลุ่มสำหรับทำการเกษตร จนไหลลงสู่แม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำและมีปัญหาการจัดการน้ำ เพราะในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำไหลเข้ามามากจนท่วมชุมชนเมืองโดยรอบและพื้นที่การเกษตรของทั้ง 2 ประเทศ แต่พอฤดูแล้งประสบปัญหาไม่มีน้ำทำการเกษตร ทำให้เกิดเป็นโครงการความร่วมมือด้านทรัพยากรน้ำขึ้นมา



          สำหรับประเทศไทย สทนช.จะทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่เป็นมหาวิทยาลัยในพื้นที่และจะนำเทคโนโลยีของจีนที่เกี่ยวกับมาตรการเชิงโครงสร้างด้านทรัพยากรน้ำ (Water Resources Structural Measure) มาปรับใช้ด้วย หวังว่า โครงการนี้จะช่วยทำให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถเก็บน้ำในฤดูแล้งและระบายน้ำในฤดูฝนได้



แฟ้มภาพ




 

ข่าวทั้งหมด