ไทย ตั้งเป้าภายในปีนี้เปิดเอฟทีเอกับตุรกี ช่วยลดกำแพงภาษีสินค้าเกษตร

02 มกราคม 2563, 15:56น.


          เป้าหมายของไทยในการขยายความร่วมมือทางการค้า ตามที่นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปหารือกับสามประเทศ เริ่มจากตุรกี น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายในปีนี้ไทยต้องจัดตั้งเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) กับตุรกี เพื่อช่วยลดกำแพงภาษีสินค้าโดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่เป็นสินค้าหลักของไทยที่ส่งไปขายที่ตุรกี การไปเจรจารอบนี้ผู้ประกอบการและนักธุรกิจไทยยังลงนามขายสินค้าให้บริษัทผู้นำเข้าของตุรกีอีก 12 ฉบับ รวมเป็นมูลค่า 15,516 ล้านบาท สินค้าที่ขาย คือ หมอนยางพารากว่า 17 ล้านใบ, มันสำปะหลังอัดเม็ด และข้าว



          ส่วนการเจรจาการค้ากับเยอรมนี ผู้ประกอบการไทยได้ลงนามขายข้าวและเครื่องดื่มให้บริษัทในเยอรมันรวมเป็นเงิน 238 ล้านบาท และไทยยังตั้งเป้าฟื้นความสัมพันธ์เขตการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป(อียู)ให้ได้มากที่สุด



          การเจรจากับสหรัฐฯไม่ได้หารือกรณีที่สหรัฐฯตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(สิทธิจีเอสพี) กับไทย แต่เน้นไปที่การเสนอขายฟิล์มที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมดิจิทัล และการหารือกับผู้ผลิตการ์ตูน ในช่วงต้นเดือนนี้ไทยจะประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้ากับบังคลาเทศ ครั้งที่ 5 เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าจาก 12,000 ล้านเหรียญฯสหรัฐในปัจจุบันเป็น 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯภายในปี 2564 เนื่องจาก บังคลาเทศเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจต่อเนื่องและแรงงานยังมีต้นทุนต่ำประกอบกับเป็นทางเชื่อมไปสู่ประเทศต่างๆใกล้เคียงได้ด้วย นอกจากนี้ ไทยและกลุ่มอาเซียน เตรียมจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2577 ด้วย



 

ข่าวทั้งหมด