ป.ป.ช.จัดกิจกรรมวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล ย้ำความมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาทุจริต

03 ธันวาคม 2562, 11:54น.


          วันที่ 9 ธันวาคมนี้ จะเป็นวันต่อต้านคอรัปชั่นสากล ซึ่งประเทศไทยเป็น 1 ในประเทศภาคีสมาชิกสหประชาชาติ จึงจะมีการจัดกิจกรรมต่อต้านการคอร์รัปชั่นในทุก ๆปี


          นางสุวณา สุวรรณจูฑะ กรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช กล่าวว่าในปีนี้จะมีกิจกรรมภายใต้แนวคิด Zero Tolerance คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต ประกอบไปด้วย 2 กิจกรรม คือ วันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากลที่จะถึงนี้ จะมีการประกาศเจตนารมณ์ของประเทศไทยในการแก้ปัญหาการทุจริต ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีตัวแทนจากสหประชาชาติเข้าร่วมงาน เพื่อให้รู้ว่าประเทศไทยมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการทุจริต จะจัดขึ้นที่ศูนย์ประชุมอิมแพคเมืองทองธานี ส่วนอีกหนึ่งกิจกรรมคือกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อรณรงค์ส่งเสริมคุณธรรม ราษฎร์-รัฐ ร่วมใจไม่เอาคอร์รัปชัน Good Guy Run 2019 ซึ่งจัดไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 3,000 คน  นางสุวณาหวังว่า จะทำให้คนไทยตระหนักว่า การทุจริตเป็นเรื่องใกล้ตัวและประเทศเกิดความเสียหาย ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้น มุ่งยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI ให้สูงขึ้นร้อยละ 50 ภายในปี 2564


          ด้านพ.ต.ท.วันนพ สมจิตนากุล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ได้กล่าวถึงคะแนนค่า CPI ล่าสุด ของประเทศไทยว่า ปี 2561 ประเทศไทยได้รับการประเมิน 36 คะแนน อยู่ในลำดับที่ 99 จากประเทศที่เข้าร่วมประเมินทั้งหมด 180 ประเทศ  และอยู่ในลำดับที่ 5 ของประเทศอาเซียน สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตเป็นปัญหาที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ในส่วนของประเทศไทยได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตระยะที่ 3 จำนวน 6 ข้อ ประกอบด้วย สร้างสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต, ยกระดับเจตจำนงทางการเมืองในการต่อต้านทุจริต, สกัดกั้นการทุจริตเชิงนโยบาย, พัฒนาระบบป้องกันการทุจริตเชิงรุก, ปฏิรูปกลไกและกระบวนการปราบปรามการทุจริต, ยกระดับคะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริตของประเทศไทย 


          ขณะที่นายมานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นประเทศไทย ระบุว่า ในฐานะที่เป็นองค์กรเอกชนที่ต้องการเป็นพลังร่วมขับเคลื่อนการคอรัปชั่นเป็นสิ่งที่คนไทยและสังคมไทยยอมรับไม่ได้ เห็นได้จากผลสำรวจสถานการณ์คอรัปชั่นไทยของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ที่พบว่า คนไทยไม่สามารถทนทานกับการทุจริต  และอยากเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันการทุจริตมากขึ้น ดังนั้นภาครัฐ และหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างป.ป.ช. ป.ป.ท.จะต้องตระหนักถึงความตื่นตัวของคนไทย มีการปฏิรูปกฎหมายเพื่อให้การทำงานตรวจสอบรวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ลงโทษผู้กระทำความผิดให้เร็วขึ้นหรือให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาได้เร็วขึ้น  ขณะเดียวกันเมื่อคนไทยเข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้นแล้ว ภาครัฐก็ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล  มีการปกปิดชื่อผู้ร้องเรียน มีมาตรการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูลและให้รางวัลเมื่อสามารถริบทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน และที่สำคัญภาครัฐต้องเปิดเผยข้อมูลและให้ประชาชนเข้าถึงได้สะดวก ซึ่งเป็นผลดีต่อการตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ


...
ข่าวทั้งหมด