ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 07.30น. วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562

10 ตุลาคม 2562, 07:56น.


ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 07.30น. วันพฤหัสบดีที่ 10 ตุลาคม 2562



รองนายกฯประวิตรเชื่อ งบประมาณปี 2563ผ่านสภาแน่นอน



          พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธรรมไทย เดินทางมาพบ นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร เรื่องขอความร่วมมือโหวตร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 ว่า ไม่ต้องคุย หากดีเขาก็โหวตเอง แต่ถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องโหวต ยืนยันว่าไม่ได้มอบหมายให้นายสัมพันธ์ ไปพูดคุยกับพรรคเล็ก ยอมรับว่าหากร่าง พรบ.งบประมาณฯ ไม่ผ่าน ก็เป็นไปตามที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯระบุไว้ คือการยุบสภา แต่ทั้งในส่วนของรัฐมนตรีที่เป็นส.ส.ทุกคนจะต้องยกมือโหวต เพราะมีสิทธิโหวต เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่า ร่างพรบ.งบประมาณฯจะผ่านสภาฯ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า มาเดิมพันกันไหมว่าจะผ่านหรือไม่



          นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย(พท.)กล่าวในกรณี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า รัฐธรรมนูญปี 60 เปิดช่องให้รัฐมนตรีที่เป็นส.ส.โหวตร่าง พรบ.งบประมาณฯได้ว่าหากรัฐธรรมนูญเปิดช่องไว้ก็แล้วแต่เขาถ้ามีสิทธิก็ว่าไปแต่โดยปกติรัฐมนตรีเขาไม่เคยโหวต ยกมือในประเด็นที่ถูกอภิปรายขณะที่ร่างพรบ.งบประมาณฯ ฝ่ายค้านมองว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะจะนำไปใช้ประโยชน์ให้กับประชาชน เราต้องสอบถามในรายละเอียด ถ้ารัฐบาลตอบดี ก็ไม่ว่าอะไรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน แต่ถ้าร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯไม่ผ่าน นายกฯจะต้องรับผิดชอบ



          เมื่อถามว่า การโหวตร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ทางพรรคจะให้อิสระกับ ส.ส.หรือให้โหวตตามมติพรรค นายสมพงษ์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเป็นไปตามมติพรรค จะแหกไม่ได้ ตนเป็น ส.ส.มา 30 ปี ไม่เคยเห็นฝ่ายค้านโหวตให้รัฐบาล ถ้ามีสวนมติพรรค ก็นิ่งๆไป ดังนั้นก่อนวันอภิปรายจะกำชับเรื่องโหวตอีกครั้ง



เฝ้าระวังประชุมสุดยอดอาเซียน



          พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร เพื่อเตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียนและการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้องในช่วงที่ไทยดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม - 4 พฤศจิกายน 2562ว่า ให้จับตากลุ่มเสี่ยงดำเนินการมาตลอดอยู่แล้ว ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนนั้น ไม่ขอเปิดเผย



          สำหรับงานด้านการข่าวก็ดำเนินการมาตลอด ส่วนกลุ่มที่จับตาเป็นคนภายในหรือภายนอกประเทศ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แค่คนภายในประเทศก็จะแย่อยู่แล้ว คนนอกประเทศจะมาทำ ทำไม ไม่มี



พลังประชารัฐ ส่ง 51รายชื่อส.ส. ศาลรัฐธรรมนูญ ผ่านประธานสภา กรณีร่วมเวทีเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญ



          นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วย นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพปชร.เป็นตัวแทน ส.ส.51คนของพรรคพปชร.ยื่นหนังสือถึง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่าน นายแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานของประธานสภาฯ เพื่อให้ประธานสภาฯส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาสมาชิกภาพ ส.ส.6 คน ประกอบด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.),นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ,นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่(อนค.) ,นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ(พช.) ,นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทยและนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค อนค.ว่า จะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา101และ185(1) หรือไม่ จากกรณีได้จัดเสวนาแก้ไขรัฐธรรมนูญในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และมีการพูดถึงการแก้ไขมาตรา1 ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่ควร รวมถึงกรณีใช้อำนาจหน้าที่การเป็น ส.ส.เข้าไปแทรกแซงก้าวก่ายการทำงานของ กอ.รมน.หรือหน่วยงานราชการ                     



ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิพากษาคดีออกพาสปอร์ตให้ทักษิณ ชินวัตร



          วันนี้ เวลา 11.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิพากษาคดีที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สมัยนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกพาสปอร์ต ให้กับนายทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย นช.แม้ว เบื้องต้น ศาลจำคุก 2 ปีโดยไม่รอลงอาญา จากฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157



          สำหรับคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติต้นเดือน ก.พ.2560 ชี้มูลความผิดทางอาญาต่อนายสุรพงษ์ กรณีออกหนังสือเดินทาง(พาสปอร์ต)ให้กับนายทักษิณ ขัดต่อระเบียบข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง พ.ศ.2548 ข้อ 21 (2) (3) (4)



อัยการเห็นแย้งสั่งไม่ฟ้องคดีวิคตอเรียซีเคร็ท อีก 1 คดี



          ความคืบหน้าคดีค้ามนุษย์อาบอบนวดวิคตอเรียซีเคร็ท พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ กล่าวว่า คดีนี้มีผลแยกเป็น 3 คดี คือคดีค้ามนุษย์ที่ผู้เสียหาย ถูกส่งไปที่ประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนอีก 2 คดี คือคดีที่ดีเอสไอและฝ่ายปกครอง ได้เข้าตรวจค้นสถานบริการดังกล่าว และมีความเห็นส่งสำนวนให้อัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาหลายราย 2 คดี ซึ่งทั้ง 2 คดี ศาลได้ยกฟ้องจำเลยทุกคนในข้อหาค้ามนุษย์ แต่ให้ลงโทษในข้อหาเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น ร่วมกันเป็นธุระจัดหา ล่อไปหรือพาไปเพื่อการอนาจาร ซึ่งชายหรือหญิง โดยคดียังอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ขณะที่ อัยการสำนักงานคดีค้ามนุษย์ กลับความเห็นสั่งไม่ฟ้องนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ และนายธนพล วิระเทพสุภรณ์ ซึ่งดีเอสไอพิจารณาเห็นพ้องด้วยโดยไม่โต้แย้งคำสั่งดังกล่าว อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า เรื่องนี้ดีเอสไอ สามารถชี้แจงได้ว่าทำสำนวนอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการจะมีความเห็นที่ต่างกัน เนื่องจากพนักงานอัยการมองว่าพยานหลักฐานมีไม่เพียงพอที่จะสั่งฟ้อง

ข่าวทั้งหมด