ทันสถานการณ์โลก 06.30 น.วันอังคารที่ 24 กันยายน 2562

24 กันยายน 2562, 06:08น.


ผู้นำจากมากกว่า 90 ประเทศทั่วโลก เดินทางถึงนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ สมัยสามัญ (UNGA) ครั้งที่ 74 ที่จะมีขึ้นตลอดสัปดาห์นี้  และการประชุมสุดยอดด้านปฏิบัติการภูมิอากาศ (Climate Action Summit 2019) ซึ่งจะมีตัวแทนจากภาคประชาชนเข้าร่วมการประชุมด้วย นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติ เรียกร้องให้ผู้นำประเทศที่จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุม นำเสนอแผนการทำงานเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เป็นรูปธรรม เนื่องจากเป็นวาระเร่งด่วน



สำหรับกลุ่มผู้นำที่ไม่เข้าร่วมการประชุมหัวข้อนี้ ได้แก่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ที่ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส, ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำบราซิล ซึ่งถูกวิจารณ์นโยบายสนับสนุนการแผ้วถางป่าเป็นพื้นที่การเกษตรที่ทำให้เกิดไฟป่าแอมะซอน และนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอริสัน ของออสเตรเลีย ที่ผลักดันนโยบายเทคโนโลยีถ่านหิน



ส่วนจีนที่เคยเป็นประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รายใหญ่ที่สุดของโลก มีนายหวัง อี้ รองนายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุม เพื่อยืนยันการเดินหน้านโยบายสนับสนุนพลังงานสะอาด



ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุมเต็มคณะของการประชุมระดับสูงด้วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (High-level Meeting on Universal Health Coverage) และกล่าวว่า การลงทุนด้านสุขภาพเป็นการลงทุนทั้งเพื่อปัจจุบันและอนาคต ประชาชนที่มีสุขภาพดีจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทย ครอบคลุมประชากรเกือบทั้งหมด เพราะมีการพัฒนาระบบเพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุมการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและรักษาโรค ซึ่งรวมถึงโรคเรื้อรังและโรคที่มีค่าใช้จ่ายสูง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ไทยจะขยายสิทธิประโยชน์ครอบคลุมถึงการให้ยาต้านไวรัสเอชไอวีก่อนการสัมผัสเชื้อแก่ประชากรกลุ่มเสี่ยง ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้ดียิ่งขึ้น ให้ประชากรทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเท่าเทียม



ส่วนที่ประเทศไทย มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา หรือ กสศ.กับองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ กรุงเทพฯ หรือ ยูเนสโก เพื่อสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาและการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4) ทั้งในประเทศไทยและเอเชียแปซิฟิก ข้อมูลสถิติจากสถาบันสถิติแห่งยูเนสโก (UIS) ระบุว่า จำนวนเด็กนอกระบบการศึกษา (ระดับประถมศึกษา) ทั่วโลกที่เคยมีจำนวนมากกว่า 100 ล้านคน เมื่อปี 2533 ลดลงเหลือราว 63 ล้านคนในปี 2560 หรือลดลงเกือบร้อยละ 40 นายชิเงรุ อาโอยากิ ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำประเทศไทย กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทยว่า ได้แสดงความเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเรื่องความเสมอภาคทางการศึกษาด้วยการจัดตั้งกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา เพื่อช่วยเหลือเด็กเยาวชนด้อยโอกาสทั้งในและนอกระบบการศึกษา เป็นการสานต่อความเป็นผู้นำของไทยในเอเชียเรื่องการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งยูเนสโกมีความประทับใจและชื่นชมความมุ่งมั่น จึงหวังให้ประเทศในเอเชียรวมถึงประเทศอื่นๆในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกเรียนรู้และยกให้ไทยเป็นแบบอย่างในการริเริ่มดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้านการศึกษา (SDG4)



สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ รายงานว่าตั้งแต่ต้นเดือนนี้มีชาวต่างชาติมากกว่า 1,500 คน ส่วนใหญ่เป็นพลเมืองของหลายประเทศในทวีปแอฟริกา เดินทางออกจากแอฟริกาใต้ เพื่อหลบหนีภัยจากกระแสเกลียดชังชาวต่างชาติโดยสถานการณ์รุนแรงที่สุดอยู่ที่เมืองโยฮันเนสเบิร์ก ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ศพ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ก่อเหตุจลาจล



ส่วนที่เมืองวาเมนา จังหวัดปาปัว อินโดนีเซีย มีเหตุรุนแรงจากการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติและชาติพันธุ์เกิดขึ้น โดยเมื่อวานนี้ มีผู้เสียชีวิต 20 รายเป็นประชาชน 19 รายและทหาร 1 นาย และมีผู้บาดเจ็บ 65 คน เหตุการณ์นี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่มีการเผยแพร่ข่าวปลอม และทำให้มีการล้อเลียนและทำร้ายกลุ่มนักศึกษาชาวปาปัวในสุราบายา เมืองใหญ่สุดอันดับ 2 ของอินโดนีเซียบนเกาะชวา โดยกล่าวหานักศึกษาเหล่านี้ว่าดูหมิ่นธงชาติอินโดนีเซีย และทำให้ชาวจังหวัดปาปัวตอบโต้ด้วยการก่อเหตุจลาจลขึ้น และมีการทำลายทรัพย์สินราชการ และเผาอาคาร



ประธานาธิบดีโจโค วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย กล่าวว่าสถานการณ์ความรุนแรงในวาเมนา มีต้นตอจากข่าวปลอมและขอให้ประชาชนคัดกรองข้อมูลข่าวสารก่อนเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์



ราคาน้ำมันขยับขึ้น สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 55 เซนต์ ปิดที่ 58.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



ส่วนเบรนต์ลอนดอนงวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 49 เซ็นต์ ปิดที่ 64.77 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 14.92 จุด หรือร้อยละ 0.06 ปิดที่ 26,949.99 จุด



เอสแอนด์พี ลดลง 0.29 จุด หรือร้อยละ 0.01 ปิดที่ 2,991.78 จุด



แนสแดค ลดลง 5.21 จุด หรือร้อยละ 0.06 ปิดที่ 8,112.46 จุด



….



ภาพจากเว็บไซต์ทำเนียบรัฐบาล

ข่าวทั้งหมด