สรุปข่าว19.30น.วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562

14 สิงหาคม 2562, 19:06น.


สรุปข่าว19.30น.วันพุธที่ 14 สิงหาคม 2562



+++สถานการณ์ในฮ่องกง น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า วันนี้(14 ส.ค.) กระทรวงการต่างประเทศเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือในกรอบคณะทำงานศูนย์ประสานงานฉุกเฉิน (Rapid Response Center - RRC) เพื่อประเมินสถานการณ์การประท้วงในฮ่องกงและแนวทางการให้ความช่วยเหลือคนไทย โดยสถานการณ์ล่าสุดเวลา 14.00 น. วันนี้ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกง รายงานว่า ในช่วงดึกวันที่ 13 สิงหาคม ตำรวจฮ่องกงได้เข้าควบคุมสถานการณ์ในสนามบินนานาชาติฮ่องกง และเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ขณะที่ศาลฮ่องกงไม่อนุญาตให้ชุมนุมในสนามบิน ทำให้ปัจจุบันเหลือจำนวนผู้ชุมนุมไม่มากแล้ว 



+++ขณะนี้ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงได้เปิดให้บริการตามปกติแล้ว ส่วนผู้โดยสารชาวไทยที่ยังตกค้างในท่าอากาศยานเมื่อคืนนี้ ทยอยเดินทางออกจากฮ่องกง โดยเที่ยวบินพาณิชย์เพื่อกลับประเทศไทยแล้ว เหลือเพียง 3 คน ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ได้ประสานกับการบินไทยให้เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงบ่ายหรือค่ำวันนี้ นอกจากนี้ สถานกงสุลใหญ่ฯ ทราบว่ายังมีผู้โดยสารรายอื่น ๆ ที่มีกำหนดเดินทางออกจากฮ่องกงวันนี้โดยสายการบินอื่น ๆ อาทิ สายการบินเอมิเรตส์ สายการบินเอธิโอเปีย ซึ่งเจ้าหน้าที่สถานกงสุลใหญ่ได้ประสานการเดินทางกลับแล้ว



+++นอกจากนั้น จากการประเมินสถานการณ์ ที่ประชุมเห็นว่า ในชั้นนี้ ยังไม่มีความจำเป็นต้องส่งเครื่องบินพิเศษไปช่วยเหลือคนไทยที่ยังตกค้าง เนื่องจากสามารถเดินทางกลับได้โดยสายการบินพาณิชย์  อย่างไรก็ตาม ขอให้สถานกงสุลใหญ่ฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง และขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปฮ่องกงในระยะนี้ รวมทั้งให้ตรวจสอบเที่ยวบินกับท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกงก่อนการเดินทาง



+++ด้านเฟซบุ๊กของสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฮ่องกงได้โพสต์ข้อความขอขอบคุณผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทีมประเทศไทย ณ เมืองฮ่องกง ทุกคน และที่สำคัญคนไทยทุกท่านที่สามัคคีและคอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมแรงกายแรงใจ ส่งผลให้คนไทยทุกคนสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้โดยสวัสดิภาพ



+++การลงพื้นที่แก้ไขปัญหาและติดตามงานของรัฐมนตรีหลายท่านในช่วงที่ผ่านมา เช่น ปัญหาภัยแล้ง ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ วันจันทร์ที่ 19 ส.ค.นี้  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีมีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งที่จังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ หากมีสิ่งใดที่ยังเป็นอุปสรรคจะได้เร่งสั่งการให้แก้ไข พร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนโดยด่วน รวมถึงวางแผนบริหารจัดการน้ำในระยะต่อไปด้วย.



+++วันพรุ่งนี้ (15 ส.ค.) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางไปติดตามสถานการณ์และการปฏิบัติการดับไฟป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งทางศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่าเตรียมจะนำเสนอแนวทางแก้ปัญหา ได้แก่ การให้ผู้ที่จะเข้าไปหาของป่าต้องลงทะเบียน เพื่อป้องปรามไม่ให้จุดไฟในป่า ให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านดูแลไม่ให้มีการเผาทุกประเภท การวางแนวเขตไม่ให้ไฟลุกลามไปยังพื้นที่ของประชาชน และจำแนกที่อยู่อาศัย ที่ทำกินของประชาชนออกจากเขตอุทยานแห่งชาติให้ชัดเจน เพื่อป้องกันการบุกรุกป่า ลักลอบจุดไฟป่า หรือมีการเผาในพื้นที่เกษตรแล้ว ทำให้ไฟลุกลามสู่ป่าพรุ รวมถึงฟื้นฟูป่าโดยปลูกต้นไม้ในที่ป่าเสื่อมโทรมเพื่อเพิ่มพื้นที่หลบภัย แหล่งผสมพันธุ์ และแหล่งอาหารของสัตว์ป่าด้วย



+++ก่อนหน้านี้  นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับรายงานจากอธิบดีกรมชลประทานว่า ยังคงสูบน้ำเข้าสู่คลองสาขาให้มีน้ำเต็มคลองตลอด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าสูบอัดลงไปดับไฟใต้ผืนดิน อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังต้องสูบต่อไปใช้ฉีดพ่นหมอกน้ำ เพื่อควบคุมไม่ให้เกิดการปะทุซ้ำ สถานการณ์ล่าสุดยังไม่มีพื้นที่เกิดไฟไหม้ใหม่ แต่มีกลุ่มควัน 3 จุด คือ หมู่ 7 ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ บ้านเนินธัมมัง ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว และบริเวณเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย ซึ่งเจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงได้แล้ว นอกจากนี้ทางศูนย์บัญชาการควบคุมไฟป่ายังได้ขอความร่วมมือขุดร่องน้ำรอบป่าพรุ เพื่อสูบส่งน้ำเข้าไปให้ทั่วถึงและทำทำนบชั่วคราวป้องกันน้ำไหลย้อนกลับ ซึ่งได้มอบหมายอธิบดีกรมชลประทานดำเนินการทั้งในขณะเกิดเหตุและทำอย่างเป็นระบบในอนาคตตามที่ได้รับการร้องขอมาแล้ว



+++ธนาคารกรุงเทพ – ไทยพาณิชย์ ลดดอกเบี้ยเงินกู้เอ็มโออาร์ และเอ็มอาร์อาร์ 0.25% หวังช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ลดต้นทุนทางการเงิน ให้แข่งขันได้  ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,619.45 จุด ลดลง 0.78 จุด มูลค่าการซื้อขาย 71,270.53 ล้านบาท แม้ว่าช่วงเช้าตลาดหุ้นไทยจะปรับบวกได้ แต่ในช่วงบ่าย ดัชนีได้อ่อนตัวลงมาจนติดลบ จากแรงกดดันกลุ่มแบงก์ที่ปรับตัวลงนำตลาดฯ ภายหลังจากที่ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ทำให้ไปกระทบส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ให้แคบลง ทำให้กำไรลดลงด้วย ด้านประเภทนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ  2,087.54 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ  1,563.51 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 3,966.47 ล้านบาท



+++ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดดีดตัวขึ้นในวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน หลังจากรัฐบาลสหรัฐฯได้ตัดสินใจชะลอการเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจีนออกไปเป็นเดือนธ.ค. ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 199.69 จุด หรือ 0.98% แตะที่ระดับ 20,655.13 จุด



+++ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน อย่างไรก็ดี นักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ทางการเมืองในฮ่องกงอย่างใกล้ชิด  ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 20.98 จุด หรือ 0.08% ปิดวันนี้ที่ 25,302.28 จุด

+++ศาลชั้นต้น สั่งจำคุก นางเรวดี หาแก้ว หรือ "ป้าติ้น" คดีหวย 30 ล้าน  12 เดือน ในความผิดฐานแจ้งความเท็จ กลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา จากกรณีเมื่อปี 2560 จำเลย ได้แจ้งความกล่าวหาว่า นางจรูญ เฮด หรือ ป้าติ๋ว ผู้เป็นเพื่อนยักยอกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลข 392785 จำนวน 5 คู่ งวดวันที่ 1 เมษายน 2560 มูลค่า 30 ล้านบาท ที่อ้างว่าได้ร่วมกันซื้อ ขณะไปทำบุญที่คำชะโนด จังหวัดอุดรธานี แต่จากการที่ตำรวจตรวจสอบแล้วพบว่าไม่มีใครนำสลากกินแบ่งรัฐบาลหมายเลขดังกล่าวไปขึ้นเงินรางวัลที่กองสลากฯ



+++สำนักงานสถิติแห่งยุโรปหรือยูโรสแต็ท รายงานว่า จีดีพีของ 19 ประเทศในเขตยูโรโซนเติบโตเพียงร้อยละ 0.2 ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ลดจากร้อยละ 0.4 ในไตรมาสแรกของปีนี้ เมื่อดูภาพรวมตัวเลขจีดีพีของยูโรโซน เปรียบเทียบตัวเลขรายปี พบว่าเศรษฐกิจของยูโรโซนเติบโตร้อยละ 1.1 สอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ส่วนภาคการผลิตของภาคอุตสาหกรรมในเขตยูโรโซนร่วงลงร้อยละ 1.6 ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคม และลดลงร้อยละ 2.6 จากช่วงเดียวกันของปี 2561



ขณะเดียวกัน ประเทศส่วนใหญ่ที่เป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรป(อียู) นำโดยประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจรายใหญ่ที่สุดของกลุ่มฯคือ เยอรมนี เริ่มอ่อนแรงตามสภาพการชะลอตัวทางเศรษฐกิจทั่วโลก เป็นผลพวงจากสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯและทิศทางที่ไม่ชัดเจนในเรื่องการถอนตัวออกจากกลุ่มอียูของสหราชอาณาจักรหรือเบร็กซิต โดยสำนักงานสถิติกลางของเยอรมนีเปิดเผยว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเยอรมนีชะลอตัวมาอยู่ที่ร้อยละ 0.4 ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ จากร้อยละ 0.9 ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ 

ข่าวทั้งหมด