สรุปข่าว19.30น.วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562

13 มิถุนายน 2562, 19:05น.


สรุปข่าว19.30น.วันพฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562



+++"การรับมืออุทกภัยในกรุงเทพฯ เมืองที่เติบโตอย่างไม่สิ้นสุด" ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพในระยะยาว ด้วยการทำแก้มลิงใต้ดิน โดยจากการศึกษาพบว่าพื้นที่ที่เป็นจุดวิกฤติอยู่ในย่านสุขุมวิท เพลินจิต ซึ่งจะต้องพิจารณาก่อสร้างพื้นที่แก้มลิงภายใต้บริเวณโรงงานยาสูบ ส่วนย่านพื้นที่วิภาวดีฯ บางซื่อ พหลโยธิน และรัชดาภิเษกตอนปลายจะต้องสร้างแก้มลิงบริเวณใต้สวนสาธารณะจตุจักร สำหรับขนาดของแก้มลิงนั้นอาจจะก่อสร้าง ให้สามารถรองรับน้ำได้ประมาณ 1 แสนลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ความลึกประมาณ 15-20เมตร ก็คาดว่าจะเพียงพอต่อการรองรับน้ำ  ด้านการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมภายในซอยก็สามารถสร้างแก้มลิงใต้ดินขนาดเล็กได้เช่นกัน  ความจุของแก้มลิงอาจจะอยู่ที่ประมาณ 500-600 ลบ.ม. ความลึกประมาณ4 -5 เมตร ซึ่งถือว่า เพียงพอต่อการรองรับน้ำ



+++สำหรับ หลักการสร้างแก้มลิงใต้ดินเพื่อกักเก็บน้ำนั้นเป็นแนวคิดที่ประเทศญี่ปุ่นได้นำมาใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากกายภาพของประเทศญี่ปุ่นต่ำกว่าระดับน้ำทะเลถึง 3 เมตรโดยเมื่อดำเนินการแล้วพบว่าสามารถแก้ไขปัญหาในระยะยาวได้เป็นอย่างดี ดังนั้นสจล.เห็นว่าหากสามารถใช้หลักการเดียวกันได้จะทำให้กรุงเทพฯพ้นสภาวะปัญหาน้ำท่วมขังได้อย่างถาวร



+++ความเคลื่อนไหวในการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ถึงแม้จะค่อนข้างลงตัวในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลไปค่อนข้างมากแล้ว  แต่ก็ยังมีการเจรจาพูดคุยของพรรคร่วมรัฐบาลขนาดเล็ก ที่ยังรอการพิจารณา ทั้งพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) จำนวน 3 เสียง   รวมไปถึงพรรคพลังท้องถิ่นไท (พทท.) จำนวน 3 เสียง ที่อาจจะผนึกกำลังกับพรรครักษ์ผืนป่า (รป.)จำนวน 2 เสียง  ทำให้มีจำนวน 5 เสียง เพื่อเจรจาให้มีโควต้าเก้าอี้รัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างที่แกนนำพรรคพลังประชารัฐกำลังพูดคุย เพื่อจัดสรรในระดับตำแหน่งรัฐมนตรีที่ยังเหลืออยู่ให้ลงตัวที่สุดใน2 ตำแหน่ง คือ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  และรมช.อุตสาหกรรม   ที่ยังสามารถพิจารณาคนเข้าไปดูแลได้  ในขณะที่ 10 พรรคขนาดเล็กก็ไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องการต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี และมีความเป็นไปได้ที่จะจัดสรรให้เข้าไปดูในส่วนของกรรมาธิการฯชุดต่างๆ ประจำสภาผู้แทนราษฎรแทน 



+++ในส่วนของพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) จำนวน 5  เสียง ที่ได้นัดประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ หาข้อสรุปตัวบุคคล ซึ่งเบื้องต้นยังมีชื่อตัวแทนของพรรคคือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรค ไปนั่งที่กระทรวงการต่างประเทศ  ถึงแม้จะมีกระแสข่าวก่อนหน้านี้ว่าพยายามต่อรองขอเข้าไปดูกระทรวงแรงงานเพิ่มอีก 1 ที่ ในขณะที่การจัดสรรในส่วนของพรรคพลังประชารัฐก็ค่อนข้างจะนิ่งแล้วกว่า ร้อยละ 90 แต่ทั้งนี้การตัดสินใจในขั้นสุดท้ายยังคงเป็นอำนาจของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี



+++ส่วนในวันพรุ่งนี้(14 มิ.ย.) เวลา 14.00 น. พรรคประชาธิปัตย์เรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร ก่อนจะประชุมร่วมกับส.ส.เวลา 15.00 น.โดยมีวาระรับทราบผลการประสานงานระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ ที่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐที่เป็นแกนนำ และคาดว่าจะหารือเกี่ยวกับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคประชาธิปัตย์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการยุทธศาสตร์กำหนดไว้ด้วย จากโควต้า 8 ตำแหน่ง 7 คนของพรรคประชาธิปัตย์ มีความเป็นไปได้สูงว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย  ส่วนอีก 4 ตำแหน่งที่ยังไม่นิ่ง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ



+++มีรายงานว่า ระหว่างการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรียังไม่ลงตัว ส.ส.ที่เป็นอดีตผู้ท้าชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรค ประกอบด้วยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแนวร่วม อาทิ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ร่วมกันทำหนังสือและลงลายมือชื่อถึงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงวันที่ 6 มิถุนายน 2562  เสนอแนวทางการคัดเลือกบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี  และในข้อความแนบท้ายระบุด้วยว่า พรรคต้องยอมรับว่าการเข้าร่วมรัฐบาลผสมครั้งนี้ มีความท้าทายอย่างมาก ทั้งจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งจากความเห็นที่ไม่ตรงกันในผู้สนับสนุนพรรค ดังนั้น การคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นรัฐมนตรีจึงต้องสามารถประสานงานและรวบรวมปัญหาของประชาชนในพื้นที่ของส.ส.ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และต้องทำงานให้เกิดความสำเร็จด้วย



+++นายรักเกียรติ สุขธนะ ได้เสียชีวิตแล้วที่ จ.เชียงราย ในวัย 65 ปี (ฌาปนกิจ 14 มิ.ย. 2562 )” สำหรับนายรักเกียรติ สุขธนะ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.อุดรธานี 7 สมัย และอดีตรัฐมนตรี 5 สมัย เมื่อปี 2541 ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในสมัยรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ต้องโทษจำคุกคดีทุจริตรับสินบน 5 ล้านบาทจากบริษัทยา โดยศาลมีคำพิพากษาในปีพ.ศ.2546 ให้จำคุกและยึดทรัพย์ พ้นโทษออกมาเมื่อปี 2552  จากนั้นนายรักเกียรติ ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้รับฉายาว่า รกฺขิตธมฺโม จำพรรษาและปฏิบัติธรรมอยู่ ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมวังพญานาค วัดใหม่สุขธนะศรีนคราราม บ้านวังชัย ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี และได้ลาสิกขาบทเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2556 รวมระยะเวลาบวช 3 พรรษา 2 เดือน จากนั้นนายรักเกียรติได้เปลี่ยนชื่อเป็น "นายสันติ สุขธนะ"  และได้ไปใช้ชีวิตใน จ.เชียงราย โดยก่อนเสียชีวิตมีโรคประจำตัวหลายโรค จนล่าสุดได้รักษาตัวที่โรงพยาบาลเชียงแสน กระทั่งเสียชีวิต โดยทางครอบครัวตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านเลขที่ 153 หมู่ 1 ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน และกำหนดทำพิธีฌาปนกิจศพ ในวันที่ 14 มิ.ย. นี้ ภายในฌาปนสถานบ้านแม่มะ



+++การใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯ ได้ติดตามยอดการใช้จ่ายเงินสวัสดิการแห่งรัฐผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ทั้งร้านแบบติดตั้งเครื่องรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (EDC) และแบบใช้แอปพลิเคชั่น “ถุงเงินประชารัฐ”  60,873 ร้านค้า ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ถึง 26 พฤษภาคม 2562 มียอดรวมทั้งสิ้น 64,775.99 ล้านบาท แบ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านร้านค้าที่ติดตั้งเครื่อง EDC  61,973.92 ล้านบาท และร้านค้า ที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่น 2,402.65 ล้านบาท  สำหรับยอดใช้จ่ายของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ  ตั้งแต่เปิดโครงการจนถึงปัจจุบันประมาณ 20 เดือน มีวงเงินใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละกว่า 3,200 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินเหล่านี้กระจาย ถึงระดับฐานราก ทำให้ร้านค้าในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น ร้านค้ามีความเข้มแข็ง และยังเป็นที่พึ่งของคนในชุมชน



+++บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด  เผยดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย เดือนพฤษภาคม 2562 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 43.7 จากมาตรการ พยุงเศรษฐกิจกลางปี 2562 ประกอบกับครัวเรือนบางส่วนมีความกังวลเรื่องภาระหนี้สินลดลง เนื่องจากมีการชำระคืนค่างวดที่กู้ยืม เพื่อชำระค่าเล่าเรียนปีการศึกษาใหม่ของบุตรหลานเมื่อเดือนเมษายน 2562  ส่วนดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือน อีก 3 เดือนข้างหน้า ทรงตัวจากเดือนก่อนที่ระดับ 45.7 โดยครัวเรือนบางส่วนมองว่าจะมีการก่อหนี้เพิ่มขึ้นในช่วง 3 เดือนข้างหน้า  ส่วนหนึ่งเป็นผลของมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองที่ช่วยเร่งรัดการตัดสินใจขอสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยใหม่ของครัวเรือนภายในปี 2562



+++ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทยไตรมาส 3/2562 ยังเผชิญความไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นราคาอาหารสดที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากฝนทิ้งช่วงในช่วงฤดูฝน ประกอบกับเศรษฐกิจโลกชะลอตัวต่อเนื่องส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อผู้ประกอบการและตลาดแรงงานภายในประเทศ ต้องติดตามนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดใหม่หลังเข้ารับตำแหน่ง โดยคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เป็นนโยบายเร่งด่วน ออกมา น่าจะเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง



+++ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย  ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,674.14 จุด เพิ่มขึ้น 3.03 จุด มูลค่าการซื้อขาย 55,324.82 ล้านบาท ตลาดหุ้นไทยในช่วงบ่ายนี้ปรับตัวขึ้นได้ในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ฟื้นตัวดีขึ้นในภาคบ่าย จากราคาน้ำมันได้กลับมาฟื้นตัวหลังจากที่มีข่าวว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือบรรทุกน้ำมันในน่านน้ำอ่าวโอมาน



+++ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ เนื่องจากบรรยากาศการซื้อขายได้รับผลกระทบจากการร่วงลงของตลาดหุ้นฮ่องกง หลังจากเกิดเหตุการณ์ ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงที่ออกมาชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ ดัชนีนิกเกอิปิดปรับตัวลง 97.72 จุด ที่ระดับ 21,032.00 จุด



+++ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวลดลง หลังจากเกิดเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและกลุ่มผู้ประท้วงในฮ่องกงที่ออกมาชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ ดัชนีฮั่งเส็งลดลง 13.75 จุด ปิดวันนี้ที่ 27,294.71 จุด



+++นักเรียนในสถานศึกษาต่างๆ ได้พากันนำเสนอภาพพานไหว้ครูในปีการศึกษาที่ 2562 โดยพบว่าเยาวชนนักเรียนต่างพากันทำพานไหว้ครูเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองไทย ณ เวลานี้ เช่น พานไหว้ครูรูปตาชั่งความยุติธรรม พานไหว้ครูเกี่ยวกับคะแนนการเลือกตั้ง และพานไหว้ครูรูปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ฯลฯรูปภาพพานไหว้ครูในแต่ละรูปต่างได้ถูกพูดถึงและแชร์ในโลกโซเชียลในขณะนี้ถือเป็นสีสันที่พบได้ในทุกๆ ปี ของการที่เยาวชนนักเรียนออกมาสะท้อนความคิดและมุมมองเรื่องการเมืองผ่านพิธีกรรมระลึกคุณครูบาอาจารย์เป็นประจำช่วงเดือนมิถุนายน ในทุกปี ของวันพฤหัสบดีแรกของภาคเรียนที่ 1 ประจำปีการศึกษานั้นๆ

ข่าวทั้งหมด