คณะแพทย์ศิริราชรอครบ72ชั่วโมง หาสาเหตุจุดเลือดออก อาการป่วย'น้ำตาล เดอะสตาร์5'

13 มิถุนายน 2562, 16:26น.


อาการป่วยของน.ส.บุตรศรัณย์ ทองชิว หรือ น้ำตาล เดอะสตาร์ หรือหมวดรัณ นักแสดงซิทคอมผู้กองเจ้าเสน่ห์ ที่ป่วยหนักกะทันหัน โดยมีเลือดไหลออกทางปากและจมูก หายใจไม่สะดวก ต้องปั๊มหัวใจ ก่อนที่ญาติจะเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาคร และส่งต่อมารักษาที่โรงพยาบาลศิริราช



ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล พร้อมด้วย รศ.นพ.ปรัญญา สากิยลักษณ์ แพทย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์หัวใจและทรวงอก ภาควิชาศัลยศาสตร์ แพทย์เจ้าของไข้ แถลงอาการของน้ำตาลเดอะสตาร์ว่าหลังจากที่น้ำตาลเดอะสตาร์มีอาการอาเจียนและเลือดออกมาก ส่งผลให้เลือดไปอุดตันทางเดินหายใจ ทำให้หายใจลำบากและหัวใจหยุดเต้น จึงทำCPRจำนวน 2 ครั้งที่บ้านและโรงพยาบาลสมุทรสาคร จากนั้นทีมแพทย์ประสานมายังคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล



โดยรศ. นพ. ปรัญญา ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลสมุทรสาครและทำการผ่าตัดใส่เครื่องช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอด (ECMO) ก่อนที่จะย้ายผู้ป่วยมารักษาต่อที่โรงพยาบาลศิริราช ทีมแพทย์ได้ทำการตรวจและวางแผนรักษาผู้ป่วย เริ่มจากการปรับเปลี่ยนกระตุ้นหัวใจและยาเพิ่มความดัน พร้อมให้ยาแก้ไขสภาวะความเป็นกรดด่างของเลือด รวมทั้งมีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อการเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง



จนเช้าวันนี้สัญญาณชีพของผู้ป่วยคงที่ ไม่มีเลือดออกทางท่อหายใจแล้ว แพทย์จึงนำผู้ป่วยส่งตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) สมองและปอด เพื่อหาจุดที่เลือดออกและประเมินความเสียหายของสมอง ผลการตรวจ ไม่พบจุดที่เลือดออก แต่สมองบวมมาก โดยแผนการรักษาหลังจากนี้ ต้องหาสาเหตุต่อไปเพราะอาจจะมีภาวะเลือดออกได้อีก ,แก้ไขภาวะผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกายและให้ยาเพื่อลดอาการสมองบวม ซึ่งปกติคนเราจะสมองบวมมากสุด 72 ชั่วโมง แต่กรณีของผู้ป่วยรายนี้ยังไม่ครบกำหนด จึงจะต้องรอให้สมองบวมลดลงและสมองจะสั่งการทำงานของอวัยวะได้ แต่พบว่ามีหลอดเลือดบอบบางมาก จากนั้นจะทำให้ทราบว่า เลือดออกมาจากอวัยวะส่วนใดของร่างกาย และทำการรักษา ขณะนี้ยังคงให้การรักษาแบบประคับประคองร่วมกับการใช้เครื่อง ECMO ในการทำงานของปอดและสมอง  โดยตอนนี้ยังไม่ทราบว่าเลือดออกจากอวัยวะส่วนใดของร่างกาย จึงไม่สามารถวินิจฉัยโรคที่แน่ชัดได้ และโอกาสที่จะเจออาการลักษณะนี้น้อยมาก ที่ผ่านมา แพทย์ยังไม่เคยพบมาก่อน เพราะปกติเมื่อมีเลือดออก ทางแพทย์จะทราบว่าออกมาจากไหน แต่กรณีของผู้ป่วยรายนี้ ไม่ทราบ จึงต้องใช้เวลาในการวินิจฉัย



สำหรับอาการของผู้ป่วยยืนยันไม่ใช่ไข้เลือดออก เนื่องจากผลการตรวจเลือดที่โรงพยาบาลสมุทรสาครนั้น เกล็ดเลือดไม่ได้ต่ำและไม่ได้มีเลือดออกหลายจุด  ส่วนที่มีข่าวว่าผู้ป่วยมีอาการปอดแตกด้านขวา คาดว่า เกิดจากขณะใส่ท่อหายใจ พยายามบีบให้ออกซิเจนเข้าไปในปอด แต่ขณะนั้นเลือดในปอดเยอะมาก จึงทำให้มีแรงดันสูง ส่งผลให้ปอดแตก มีลมรั่วออกมา ซึ่งกรณีนี้ไม่ใช่ภาวะรุนแรง เมื่อใส่ท่อระบายลมแล้ว ก็เรียบร้อยดี



ผู้สื่อข่าว ธนดา เฉลิมวันเพ็ญ 

ข่าวทั้งหมด