ความเคลื่อนไหวเมืองไทยวันนี้ 08.30 น. 13 มิถุนายน 2562

13 มิถุนายน 2562, 09:36น.


พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวนคดีพบอาวุธสงคราม ที่จังหวัดศรีสะเกษและสุรินทร์ว่ามีการคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียดในการดำเนินคดีจะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ร่วมด้วย เบื้องต้นพบประวัติค้าอาวุธและไม้เถื่อน ส่วนอาวุธที่พบทั้งหมดยังใช้งานได้กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจหาดีเอ็นเอเรียบร้อยแล้ว พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า จะต้องปรับปรุงแก้ไขการทำงานด้านการข่าวเพื่อป้องกัน ปราบปราม ก่อนจะลักลอบนำเข้ามากรุงเทพฯและปริมณฑล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำให้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุให้ได้และให้เข้มงวดมาตรการดูแลความสงบเรียบร้อยรับการประชุมสุดยอดอาเซียนด้วย



พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ผบช.ปส. พร้อมนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยเรื่องการจับกุมนายภูษิต หรือบิว อินอ่อน อายุ 32 ปี บริเวณชายแดน ไทย-ลาว ผู้ต้องหาคดีค้ายาเสพติด ชุดจับกุมนำผู้ต้องหาขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาจาก จ.หนองคาย มาลงที่กองบินตำรวจ ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เพื่อดำเนินสอบสวนขยายผลต่อไป นายภูษิต เป็นหัวหน้าเครือข่ายปั้นน้ำเป็นเงินนำยาเสพติดมาจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจำหน่ายให้ลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวมถึงกรุงเทพฯและปริมณฑล ต่อเนื่องไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านทางภาคใต้ของไทย โดยทำธุรกิจน้ำดื่มบังหน้า โดยผลิตน้ำดื่มจำหน่ายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วนำเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดไปลงทุนทำรีสอร์ทใน จ.กาฬสินธุ์ และโรงงานผลิตน้ำดื่มที่ประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนั้นกลุ่มเครือข่ายนี้ยัง ก่อเหตุอุกฉกรรจ์ต่อเนื่อง เช่น อุ้มผู้หญิงที่เบี้ยวเงินค่ายาเสพติด ที่หน้าจวนผู้ว่าฯกาฬสินธุ์ และขู่ฆ่าทำร้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ขัดขวางการค้ายาเสพติด



การลงทุนในต่างประเทศทั้งหมดของญี่ปุ่นในปี 2561 พบว่า สัดส่วนการลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น จากร้อยละ 2.8 เป็นร้อยละ 4.1 แม้ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2562 การลงทุนในไทยลดลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันหากเทียบจากปีที่แล้ว ที่ยังไม่เกิดสงครามการค้า อาจต้องรอพิจารณาไตรมาส 2-3 แต่ไทยยังเป็นประเทศเดียวในอาเซียนที่มีการลงทุนจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นในปี 2561 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับนายโนบุชิโกะ ซาซากิ ประธานองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น หรือ เจโทร ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อร่วมประชุมอาเซียนญี่ปุ่น เจโทร ระบุถึงสงครามการค้าจีนและสหรัฐฯ ซึ่งญี่ปุ่นมีแผนตั้งรับด้วยการเตรียมย้ายฐานการผลิตมาอาเซียนมากขึ้น ซึ่งไทยและเวียดนามเป็นประเทศที่ญี่ปุ่นให้ความสนใจ ปัจจุบันญี่ปุ่นมีฐานการผลิตในจีนเพื่อส่งออกสหรัฐฯ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นที่ตั้งฐานการผลิตในจีนมีขนาดใหญ่ที่สุด



นายสมคิด กล่าวว่า ขอให้เจโทรสนับสนุนให้นักธุรกิจญี่ปุ่นมาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น โดยนอกจาก 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และยานยนต์ที่ลงทุนในไทยมากแล้ว อยากให้มาลงทุนอุตสาหกรรมเกษตร บริการการท่องเที่ยว และผลิตบุคลากร ที่ไทยขาดแคลน เช่น โลจิสติกส์  การพัฒนาซอฟต์แวร์ และจะให้สิทธิประโยชน์มากกว่าอุตสาหกรรมเป้าหมาย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ บีโอไอ รับทราบนโยบายนี้แล้ว นายสมคิด กล่าวว่า การเดินทางมาเยือนไทยของนายหลี่ ซี สมาชิกกรมการเมืองพรรคคอมมิวนิสต์จีนและเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำมณฑลกวางตุ้ง ได้พานักธุรกิจจีน 200 คน มาไทยเป็นการตอกย้ำความสำคัญของไทยและอีอีซี ซึ่งเชื่อมกับยุทธศาสตร์การลงทุนของจีนตามแผนเส้นทางสายไหมใหม่ (One belt one road) นายสมคิด มอบหมายให้บีโอไอหารือกับผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก ซึ่งอยู่ในมณฑลกวางตุ้งให้มาลงทุนในอีอีซี และจะนำ คณะไปเยือนมณฑลกวางตุ้งอย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไปภายหลังจากจัดตั้งรัฐบาลได้เรียบร้อยแล้ว



กรณีชาวบ้านหลายหมู่บ้านใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น แห่ซื้อบัตรสมาร์ทการ์ด หรือบัตรพลังงาน มาใช้เพื่อรักษาโรคและสมัครเป็นสมาชิกเพื่อจะได้ใช้สิทธิขายบัตรสมาร์ทการ์ด มีค่าคอมมิชชั่นเป็นค่าตอบแทนให้ โดยพนักงานขายได้โน้มน้าวว่าบัตรสมาร์ทการ์ด สามารถใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อยตาม ร่างกายได้ เพียงแค่นำบัตรไปแตะบริเวณที่ปวด หรือนำแก้วน้ำไปวางบนบัตร และนับ 1-10 จากนั้นให้ดื่มน้ำในแก้ว และอีกวิธีหนึ่งคือการนำเอาบัตรไปจุ่มในแก้วน้ำแล้วนำมาดื่มสามารถแก้อาการปวดให้ทุเลาลงได้ มีชาวบ้านหลงเชื่อมากกว่า 20 ราย พากันซื้อสมาร์ทการ์ดในราคาบัตรละ 1,100 ถึง 1,500 บาท นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น อธิบายว่า บัตรสมาร์ทการ์ดหรือบัตรพลังงานไม่สามารถรักษาโรคใดๆ ได้ เข้าข่ายหลอกลวงประชาชน พร้อมเตือนชาวบ้านให้หยุดซื้อหยุดรักษาโรคด้วยวิธีดังกล่าว ได้ตรวจสอบบัตรดังกล่าวแล้วพบว่าบัตรดังกล่าวไม่มีการจดแจ้งขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รายละเอียดข้อความและคิวอาร์โค้ดภายในบัตรก็ไม่พบว่ามีข้อมูลปรากฏในสารบบ ซึ่งน่าเชื่อว่าเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค ที่สำคัญตามหลักการแพทย์แล้วการนำบัตรซึ่งเป็นพลาสติกแข็งมาแปะตามร่างกายไม่สามารถใช้รักษาโรคใดๆ ได้ตามที่แอบอ้าง แม้ชาวบ้าน บางรายจะระบุว่าสามารถช่วยรักษาอาการปวดตามร่างกายได้นั้น ไม่ได้เกิดจากบัตรนั้น โดยตรง แต่อาจมาจากการรับประทานยาควบคู่ไปด้วย และอยู่ในภาวะที่มีที่พึ่งทางจิตใจ จึงทำให้เชื่อว่าที่อาการต่างๆ ดีขึ้นมาจากบัตรพลังงาน ขอให้ประชาชนที่กำลังใช้อยู่หรือคิดที่จะใช้ให้หยุดใช้และไม่หาซื้อ เพราะนอกจากจะไม่มีประโยชน์ใดๆ ต่อร่างกาย ยังอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนที่แอบอ้างได้ นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น คาดว่า มีชาวบ้านประมาณ 20 ราย หลงเชื่อ อำเภออุบลรัตน์ ได้ลงพื้นที่และชี้แจงให้ชาวบ้านทราบว่าอย่าได้หลงเชื่อการชักชวนของผู้อื่นและไปซื้อบัตรดังกล่าวเพราะอาจเข้าข่ายลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่งเป็นการหลอกลวงประชาชนจังหวัดขอนแก่นได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเรื่องดังกล่าว



แฟ้มภาพ 



 

ข่าวทั้งหมด