ทันสถานการณ์โลก 3 สิงหาคม 2561

03 สิงหาคม 2561, 05:17น.


+++องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ ( เอฟเอโอ ) ระดมทุนช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติสถานการณ์ในปีนี้รุนแรงมากหากเทียบจากหลายๆปี ทั้งในอัฟกานิสถาน ซีเรีย ซูดาน สาธารณรัฐแอฟริกากลาง เฮติ และเมียนมา เอฟเอโอ กำหนดเป้าหมายของวงเงินไว้ที่ 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ( ราว 3,972 ล้านบาท ) จะนำไปใช้จ่ายจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชสำหรับให้ประชาชนในพื้นที่ทำการเกษตร จัดหาอุปกรณ์ทำเกษตรกรรม การปรับปรุงสภาพดินและแหล่งน้ำ และระบบโครงสร้างพื้นฐาน



+++หนังสือพิมพ์เดอะ โกลบอล นิว ไลต์ ออฟ เมียนมา รายงานจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยครั้งรุนแรงในหลายพื้นที่ของเมียนมา อยู่ที่อย่างน้อย 12 ศพ อีกมากกว่า 150,000 คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัย พื้นที่ที่ได้รับความเสียหายมากที่สุดคือเขตพะโค ทางตอนใต้เมืองย่างกุ้ง พบผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ ประชาชนอีกมากกว่า 94,000 คน กระจายกันอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิง 186 แห่ง ขณะที่ กระทรวงสวัสดิการสังคม จัดสรรงบประมาณมากกว่า 554 ล้านจ๊าด ( ราว 12.5 ล้านบาท ) เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย



+++หลายประเทศเผชิญกับสภาวะอากาศร้อน เริ่มจากเกาหลีใต้ อากาศร้อนจัดที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลายพื้นที่ทั่วเกาหลีใต้ทำสถิติอุณหภูมิพุ่งสูงที่สุด อุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 41 องศาเซลเซียส ที่เมืองฮองชอน ในจังหวัดกังวอน ส่วนอุณหภูมิที่กรุงโซล วัดได้ 39.6 องศาเซลเซียส สูงที่สุดในรอบ 111 ปี นอกจากจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อธุรกิจท้องถิ่น ขณะที่ เริ่มมีรายงานผู้เสียชีวิตและป่วยจากโรคลมแดดบ้างแล้ว ตลาดสดในกรุงโซล เงียบเหงา ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนจัด ชาวเกาหลีใต้ หันไปซื้ออาหารในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีแอร์เย็นสบาย แม้จะต้องแลกกับการจ่ายค่าอาหารที่แพงกว่าในตลาดสด ขณะที่ พ่อค้าแม่ขายในตลาดสดก็ทุกข์หนักยิ่งกว่า เพราะนอกจากต้องอดทนต่ออากาศร้อนจัดแล้ว พืชผักและเนื้อสัตว์ก็เน่าเสียเร็ว รายงานระบุว่า ชาวเกาหลีใต้ แทบไม่อยากออกจากบ้าน สภาวะอากาศร้อนจัดยังส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรที่ลดน้อยลง ส่งผลให้ราคาแพงขึ้น



+++ส่วนเกาหลีเหนือ เตือนคลื่นความร้อนรุนแรงอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน อุณหภูมิในกรุงเปียงยาง พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 37.8 องศาเซลเซียส สถานีโทรทัศน์ของทางการเกาหลีเหนือ เตือนว่า คลื่นความร้อนกำลังสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจและพืชผลทางการเกษตร



+++สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานจากกรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส ว่า สภาพอากาศร้อนทำให้ทางการต้องแจ้งเตือนทั้งในประเทศสเปนและโปรตุเกส อุณหภูมิอาจสูงถึง 44 องศาเซลเซียสในเมืองอีโวราของโปรตุเกส ที่ตั้งอยู่ห่าง 130 กม.ทางตะวันออกของกรุงลิสบอสและที่จังหวัดบาดาโยซของสเปน



+++ส่วนประเทศเพื่อนบ้านอย่างฟินแลนด์ มีห้างเค-ซูเปอร์มาร์เก็ต แจ้งผ่านหน้าเฟซบุ๊กถึงวิธีการคลายร้อนว่า ลูกค้าสามารถเข้ามาหลบร้อนภายในซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเฮลซิงกิได้ และยังสามารถนอนค้างคืนได้ด้วย



+++ขณะที่ ภาคตะวันออกของยุโรป เช่น ประเทศโปแลนด์ อุณหภูมิอาจสูงถึง 34 องศาเซลเซียส โรงไฟฟ้าต้องปรับเข้าสู่ระบบฉุกเฉินเนื่องจาก ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูง ประชาชนเปิดเครื่องปรับอากาศและพัดลม คลายความร้อน



+++ที่เยอรมนี สมาคมชาวนาเยอรมนี ( ดีบีวี ) รายงานคาดการณ์ผลผลิตข้าวสาลีของประเทศในปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 36 ล้านตัน ลดลงร้อยละ 20 จากสถิติเมื่อปีที่แล้ว พื้นที่ปลูกข้าวสาลีในประเทศส่วนใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากอิทธิพลคลื่นความร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยของเยอรมนีเมื่อเดือนพ.ค.สูงที่สุดในรอบ 137 ปี ขณะที่ สภาพอากาศระหว่างเดือนมิ.ย. ถึงก.ค. แห้งกว่าปกติอีกด้วย ทำให้เกษตรกร ต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตเร็วกว่าปกติ ยิ่งพื้นที่เพาะปลูกทางตอนเหนือของเยอรมนี ยิ่งได้รับความเสียหายมาก



+++ดีบีวี เรียกร้องรัฐบาลนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงหน้าแล้งนี้เป็นมูลค่า 1,000 ล้านยูโร ( ราว 39,720 ล้านบาท ) กระทรวงเกษตรเยอรมนี รอประเมินผลจากรายงานอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลจะเป็นผู้จัดทำและมีกำหนดเผยแพร่ในช่วงปลายเดือนนี้ก่อน จึงจะพิจารณางบประมาณช่วยเหลืออย่างเป็นทางการ



+++สมาชิกประชาคมประชาชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ อาเซียนและจีน ตกลงที่จะเจรจาต่อไปเพื่อจัดทำแนวปฎิบัติ หรือ โค้ดออฟคอนดัค สำหรับพื้นที่ในทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นข้อพิพาทเรื่องดินแดนของหลายประเทศ ที่มีเป้าหมายในการป้องกันมิให้ข้อพิพาท ลุกลามขยายวงกว้าง นายวิเวียน บาลากริชนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ประกาศถึงความคืบหน้าของการจัดทำแนวปฏิบัติสำหรับทะเลจีนใต้ว่าที่ประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง เห็นตรงกันเกี่ยวกับเอกสารร่างแนวทางสำหรับการเจรจาซีโอซี ที่จะเป็นพื้นฐานสำหรับการเจรจาต่อในอนาคต



+++ด้านนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน กล่าวว่า การเห็นพ้องในเรื่องเอกสารสำหรับการเจรจาฉบับนี้ถือเป็นข่าวดีและเป็นความก้าวหน้าสำคัญ



+++ทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ได้รับจดหมายฉบับใหม่ฉบับที่ 2 จากนายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ นับตั้งแต่ทั้งคู่ประชุมซัมมิตร่วมกันที่สิงคโปร์ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน แต่ไม่ได้มีรายละเอียดว่าทั้งคู่จะประชุมร่วมกันอีกครั้ง นางซาราห์ แซนเดอร์ส โฆษกทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้รับจดหมายจากนายคิม เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม ผู้นำทั้งสองกำลังติดต่อกันโดยมีเป้าหมายสานต่อจากการประชุมในสิงคโปร์ และเดินหน้าทำตามคำสัญญาในถ้อยแถลงร่วมระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ



+++นายทรัมป์ เขียนข้อความบนทวีตเตอร์ขอบคุณนายคิม กรณีส่งมอบศพนายทหารสหรัฐฯหลายสิบศพที่เสียชีวิตระหว่างสงครามเกาหลีกลับสู่มาตุภูมิ



แฟ้มภาพ 









 

ข่าวทั้งหมด

X