การเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการสูบน้ำออกจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน จ.เชียงราย วันนี้ นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เดินทางมาที่วัดสันปูเลย เพื่อมอบเงินเยียวยา และมอบเมล็ดพันธุ์ข้าว กล้าพืชผัก เมล็ดพันธุ์ผัก ไส้เดือนฝอยชนิดผง เชื้อไวรัสสำหรับกำจัดศัตรูพืช ปุ๋ยชีวภาพ และเชื้อราไตรโคเดอร์ให้เกษตรกร นำไปคลุกกับเมล็ดพันธุ์ข้าวที่จะทำการปลูกหลังน้ำลด เพื่อใช้ป้องกันและกำจัดโรคข้าวที่อาจเกิดขึ้นได้หลังน้ำลด
นายสมชาย กล่าวว่า กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ทางการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ กว่า 1,266 ไร่ รวมเกษตรกร 126 ราย ซึ่งมีวงเงินความช่วยเหลือ จำนวน 1,409,892บาท ที่อยู่ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด อนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้กับเกษตรกรได้ทันที ซึ่งได้ยึดหลักปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2556 ตามหลักเกณฑ์จะต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียน จะได้อัตราไร่ละ 1,113 บาท รายละไม่เกิน 30 ไร่ และมีการตรวจสอบพื้นที่เสียหายจริงด้วยคณะกรรมการตรวจสอบระดับหมู่บ้าน
ในวันนี้ได้พบเกษตรกรพร้อมให้กำลังใจและขอบคุณเกษตรกรทุกคน หลังจากที่ทั้ง 13 คนทีมหมูป่าอะคาเดมี สามารถออกมาจากถ้ำหลวงได้ นับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่ทุกส่วนร่วมแรงร่วมใจกันเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังขอบคุณเกษตรกร จำนวน 19 ราย ที่ทำหนังสือถึงเกษตรอำเภอแม่สาย ว่าจะไม่ขอรับเงินช่วนเหลือในครั้งนี้ด้วย ขณะเดียวกันสำนักงานเกษตรอำเภอแม่สาย ได้จัดทีมลงไปสำรวจพร้อมให้การช่วยเหลือและให้ความรู้ในการฟื้นฟูและดูแลพื้นที่หลังน้ำลดด้วย
ด้านนางจันทร์ดี นาลิน ชาวเกษตรกรตำบลโป่งงาม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่ได้รับผลกระทบ เล่าว่า ตนเองมีนาข้าว25ไร่ นาข้าวได้รับความเสียหาย 6 ไร่ มูลค่ากว่า50,000บาท ขณะที่ทราบข่าวว่าจะมีการปล่อยน้ำเข้าที่นา ก็เต็มใจ เพราะคิดว่าชีวิตคนสำคัญกว่า ข้าวยังสามารถปลูกใหม่ได้อีก ทั้งนี้รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่สามารถช่วย ทั้ง13คนออกจากถ้ำได้ เพราะ ถือว่าเป็นลูกหลานด้วยกัน พร้อมฝากบอกน้องๆทีมหมูป่าอะคาเดมีว่า ขอให้ทุกคนแข็งแรง เป็นคนดีของประเทศ เพื่อทดแทนบุญคุณที่เสียสละมาช่วย
ผู้สื่อข่าว:ธนดา เฉลิมวันเพ็ญ