สธ.เตรียมพร้อมสถานแรกรับผู้สงสัยติดเชื้ออีโบลา ส่วนสถาบันบำราศนราดูร เพิ่มมาตรป้องกันและเร่งทำความเข้าใจ

24 สิงหาคม 2557, 15:10น.


ที่สถาบันบำราศนราดูร จ.นนทบุรี ในวันนี้ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายแพทย์วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์ และอธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดการประชุมเตรียมความพร้อมทางด้านการรักษาพยาบาลเพื่อรองรับผู้ป่วยสงสัยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา จัดโดยกรมการแพทย์ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และกรมควบคุมโรค เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านการบริหารจัดการ การตรวจวินิจฉัย การรักษาพยาบาล และสอบสวนโรค เพื่อสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการแพทย์  ซึ่งนายแพทย์ณรงค์ กล่าวว่า การเตรียมพร้อมของโรงพยาบาล จะเน้นมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยให้มีความสามารถในการดูแลอย่างปลอดภัยของผู้ปฏิบัติ โดยส่วนกลางมีการเตรียมโรงพยาบาลรับผู้ป่วยสงสัยโรคติดชื้อไวรัสอีโบลา คือ สถาบันบำราศนราดูร โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี และสถาบันสุขภาพเด็กฯกรณีมีผู้ป่วยสงสัยที่เป็นเด็ก ในส่วนภูมิภาค จะเตรียมโรงพยาบาลศูนย์ และ โรงพยาบาลทั่วไปทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดที่มีสนามบิน และด่านชายแดน ผลการเฝ้าระวังจนถึงวันนี้ไทยยังไม่พบผู้ในข่ายสงสัยโรคนี้



ด้านพญ.จริยา แสงสัจจา ผู้อำนวยการสถาบันบำราศนราดู กล่าวว่า มาตรการการปฏิบัติงานของทางเจ้าหน้าที่สถาบันบำราศนราดูร จะเป็นการปรับแผนการดำเนินงานจากแผนการที่ใช้เมื่อครั้งที่โรคซาร์สแพร่ระบาด โดยจะเพิ่มการป้องกันเพื่อไม่ใช้เชื้อแพร่กระจาย โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ทำงานจะต้องสวมชุดคลุมกันน้ำ สวมหน้ากากที่มีกระจก ถุงมือ และร้องเท้าฮูท โดยจะต้องมีการสวมถุงคลุมรองเท้าไว้อีกชั้น เพื่อป้องกันการถูกสารคัดหลั่งจากร่างกายของผู้ป่วย โดยจะทำเช่นนี้ ตั้งแต่ไปรับผู้ที่คาดว่าจะติดเชื้อ และเมื่อมาถึงสถาบันฯ ก็จะต้องนำเข้าห้องแยกเฉพาะบุคคล และในส่วนของรถพยาบาลเมื่อเสร็จภาระกิจ จะต้องมีการทำความสะอาดให้ถูกวิธีและรัดกุม รวมไปของใช้ผู้ป่วยเมื่อใช้เสร็จแล้วก็จะมีการจัดเก็บและนำไปทำลาย โดยนำไปใส่ถุงที่มีสารฆ่าเชื้อโรค และจัดเก็บไว้ในบรรจุภัณฑ์ที่มิดชิด ก่อนนำไปเผาเพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรคได้อย่างดีที่สุด



ซึ่งจากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของสถาบันบำราศนราดูร เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้านการรักษาผู้ติดเชื้ออยู่แล้ว จึงมีความพร้อม และความเข้าใจในการปฏิบัติงาน ส่วนเรื่องที่ผู้เข้ารับการรักษาซึ่งเป็นสตรี ที่ผลการตรวจไม่พบว่าติดเชื้อ และรอการอนุมัติจากแพทย์ที่จะให้กลับไปพักอยู่ที่บ้านนั้น แต่ยังมีความกังวลจากบุคคลทั่วไปนั้น ทางสถาบันก็จะมีการให้ความรู้ ความเข้าใจต่อบุคคลในครอบครัว และจะคอยติดตามทั้งในผู้เข้ารับการรักษาและครอบครัวอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตในสังคม



 



.....ผสข.วิรวินท์ ศรีโหมด 

ข่าวทั้งหมด

X