วันนี้(5 พฤศจิกายน)นายวิทยาพร จันทวาส ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านสืบสวนสอบสวนทางการเงิน รองโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินและขั้นตอนการเตรียมยึดอายัดทรัพย์สินบัญชีมูลนิธิองค์กรทำดี รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์จากมูลฐานความผิดเรี่ยไรรับบริจาค
ปัจจุบัน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ได้ออกคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้ชั่วคราวแล้วจำนวนหนึ่ง ขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะจัดทำรายงานสำนวนการยึดอายัดทรัพย์สินส่งให้สำนักงาน ปปง. ดำเนินการต่อตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งในระหว่างนี้พนักงานสอบสวนสามารถพิจารณาว่าทรัพย์สินใดจะคืนให้ผู้เกี่ยวข้อง หรือจะยึดไว้เป็นของกลางในคดีก่อนส่งมอบรายการให้ ปปง.
สำหรับการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่มีการรับโอนและจ่ายออกกว่า 1.8 ล้านครั้ง พนักงานสอบสวนจะตรวจสอบเชิงลึกเปรียบเทียบผ่านรายการเดินบัญชี (Statement) ขณะที่ ปปง. จะพิจารณาจากรายงานธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย (STR) เบื้องต้นพนักงานสอบสวนพิจารณาองค์ประกอบหลักฐานแล้วพบว่าเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน, ฟอกเงิน และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ส่วนข้อสังเกตเรื่องการแจ้งข้อหา “ยักยอกทรัพย์” นั้นนายวิทยาพร ชี้แจงว่า พฤติการณ์ไลฟ์สดประชาสัมพันธ์ให้โอนเงินบริจาคเข้าบัญชีธนาคารเข้าองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน แต่ข้อหายักยอกทรัพย์จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อมีการโอนเงินเข้ามูลนิธิอย่างถูกต้อง แต่บุคคลที่มีหน้าที่จัดการกลับเบียดบังนำเงินไปทำอย่างอื่นนอกเหนือจากข้อกำหนดของมูลนิธิ
สำหรับประเด็นที่เลขาธิการ ปปง. ยังไม่ใช้อำนาจตามกฎหมายฟอกเงินในการออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวด้วยตนเองนั้น วิทยาพร อธิบายว่า โดยปกติ ปปง. จะต้องพิจารณาความสมบูรณ์ของสำนวนคดีมูลฐานจากตำรวจก่อน หากพบว่ามีหลักฐานเส้นทางการเงินครบถ้วน หรือมีทรัพย์สินที่ตำรวจไม่มีอำนาจยึดอายัด เลขาธิการ ปปง. จึงจะใช้ดุลพินิจออกคำสั่งดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันการทำงานของตำรวจ ปอศ. มีความเข้มข้นและได้ดำเนินการอายัดทรัพย์ไว้บางส่วนแล้ว ปปง. จึงรอสำนวนรายการทรัพย์สินเพื่อเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายฟอกเงิน
หากมีการยึดอายัดทรัพย์และทำสำนวนเสนออัยการจนศาลมีคำสั่งมาตรการทางทรัพย์สิน ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดีและผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด จะไม่ได้ถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่จะต้องนำมาเฉลี่ยชดใช้คืนแก่ผู้บริจาคในฐานะผู้เสียหาย เนื่องจากคดีนี้มีมูลฐานจากการฉ้อโกงประชาชน โดย ปปง. จะออกประกาศคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย เพื่อให้ผู้เสียหายนำหลักฐานการโอนเงินและมูลค่าความเสียหายมายื่นคำร้องในระบบภายใน 90 วัน ตามขั้นตอนของกฎหมายเช่นเดียวกับคดีฉ้อโกงประชาชนอื่นๆ ที่ผ่านมา
#มูลนิธิองค์กรทำดี
#บุ๋มปนัดดา
#ยึดทรัพย์
ข่าวทั้งหมด