มหาดไทย ขีดเส้น 10 พ.ย. มูลนิธิองค์กรทำดี ต้องยื่นบัญชีรายรับ-รายจ่ายหลังไม่ยื่นมาตั้งแต่ก่อตั้ง

วันนี้, 08:50น.


          การประชุมกำหนดมาตรการกำกับดูแลและตรวจสอบการจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เร่งตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเชิญกรมที่ดินเข้าร่วมประชุม เพื่อบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงาน นำไปสู่การแก้ไขกฎกระทรวงและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งมูลนิธิ การตรวจสอบ และการเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างโปร่งใส



         ปัจจุบันกรมการปกครองมีระบบออนไลน์ให้มูลนิธิและสมาคมรายงานข้อมูลตามระเบียบ ทั้งรายงานการประชุม เงินบริจาค รายจ่าย และงบดุล โดยมอบหมายให้นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ศึกษาว่าระบบสามารถเปิดเผยข้อมูลถึงตัวผู้บริจาคได้หรือไม่ เช่น ใครบริจาคเงินเท่าใด เพื่อให้ผู้บริจาคตรวจสอบได้ว่าเงินของตนถูกนำไปใช้เพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์อย่างไร   



          นอกจากนี้ ยังหารือกับปลัดกระทรวงมหาดไทยถึงอำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงและนายทะเบียน รวมถึงการตรวจสอบและบทลงโทษ เนื่องจากเห็นว่ากฎหมายที่ร่างขึ้นตั้งแต่ปี 2535 อาจมีบทลงโทษเบาเกินไปหรือไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงมอบหมายสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาการปรับปรุง หากเป็นกฎกระทรวงสามารถเสนอให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยพิจารณาได้ แต่หากเป็นกฎหมายระดับ พ.ร.ฎ. พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. จะต้องเสนอเข้าสู่การพิจารณาของสภา



          สำหรับมูลนิธิองค์กรทำดีของ บุ๋ม ปนัดดา ได้ส่งบัญชีรายรับรายจ่ายให้กรมการปกครองตรวจสอบหรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน ยังไม่เคยส่งเอกสารใดๆ ให้กระทรวงมหาดไทยหรือกรมการปกครอง ไม่ว่าจะเป็นรายงานการประชุม รายรับรายจ่าย หรือ งบดุลประจำปี “กระทรวงมหาดไทยได้ทำหนังสือแจ้งไปยังมูลนิธิแล้ว แต่ยังไม่มีการส่งรายละเอียดกลับมา จึงกำหนดเส้นตายให้ส่งเอกสารภายในวันที่ 10 พฤศจิกายนนี้ หากไม่ส่ง กระทรวงจะดำเนินการเรื่องถึงศาลและใช้มาตรการทางกฎหมาย ซึ่งมีบทลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญา“



          รมช.มหาดไทย แนะนำให้คนไทยมีจิตใจอยากช่วยเหลือผู้อื่น แต่ขอให้ทุกคนรอบคอบก่อนโอนเงินหรือทรัพย์สินผ่านคนกลาง มูลนิธิ หรือสมาคม เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยมีข้อกำหนดให้ส่งรายงานต่าง ๆ หากไม่ปฏิบัติตาม ประชาชนย่อมมีสิทธิตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสว่า มีปัญหาในการจัดทำบัญชีหรือปิดบัญชีหรือไม่



          นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยยังตรวจสอบมูลนิธิของชาวต่างชาติที่อาจถูกเพิกถอนสัญชาติด้วย เนื่องจากต้องตรวจสอบว่าอาจมีการโยกย้ายทรัพย์สินไปที่อื่นก่อนหรือไม่ รวมถึงความเป็นไปได้ในการใช้มูลนิธิบังหน้า หรือดำเนินธุรกิจอื่นควบคู่ไปกับการทำมูลนิธิ



 

ข่าวทั้งหมด

X