พรรคเดโมแครตประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งกลางเทอม ของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน (2569) ครองเสียงส่วนใหญ่ของสภาคองเกรส คือทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ได้รับชัยชนะในฐานที่มั่นของพรรครีพับลิกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี โดยจะเริ่มดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม 2570 โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีวาระดำรงตำแหน่ง 2 ปี ส่วนสมาชิกวุฒิสภา มีวาระดำรงตำแหน่ง 6 ปี
โดยในสภาผู้แทนราษฎร คาดว่าพรรคเดโมแครตจะได้ที่นั่งอย่างน้อย 258 ที่นั่ง ซึ่งเกินเกณฑ์เสียงข้างมากที่ต้องการ 218 ที่นั่ง ส่งผลให้นายฮาคีม เจฟฟรีส์ สร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นคนผิวสีคนแรก
ส่วนในวุฒิสภา ซึ่งเป็นการเลือกตั้ง 35 ที่นั่งจากทั้งหมด 100 ที่นั่ง ปรากฎว่าพรรคเดโมแครตได้ 20 ที่นั่ง จากที่มีการประกาศผลแล้ว 33 ที่นั่ง โดยสามารถพลิกชนะ (Flip) ได้ถึง 7 รัฐ ได้แก่ ไอโอวา, แคนซัส, โอไฮโอ, เมน, นอร์ทแคโรไลนา, เซาท์แคโรไลนา และเท็กซัส ซึ่งหลายรัฐเป็นฐานเสียงสำคัญของรีพับลิกันมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ในการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐ พรรคเดโมแครตยังสามารถพลิกชนะตำแหน่งผู้ว่าการรัฐใน 5 รัฐสำคัญ ได้แก่ เท็กซัส, จอร์เจีย, เนวาดา, โอไฮโอ และไอโอวา ขณะที่รัฐนิวยอร์ก นางเคธี โฮชุล จากเดโมแครต รักษาเก้าอี้ผู้ว่าการรัฐไว้ได้
ประเด็นสำคัญที่นักวิเคราะห์การเมืองสหรัฐฯ จับตาคือผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมากที่เคยสนับสนุนให้ประธานาธิบดีทรัมป์ชนะเลือกเป็นสมัยที่ 2 เมื่อ 2 ปีก่อน หันมาสนับสนุนพรรคเดโมแครต เพราะไม่พอใจนโยบายการทำสงคราม ประกอบกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพสูง และความไม่พอใจการบริหารประเทศของประธานาธิบดีทรัมป์
ประธานาธิบดีทรัมป์ ให้สัมภาษณ์ฟ็อกซ์นิวส์ ยอมรับผลการเลือกตั้งและแสดงความยินดีกับพรรคเดโมแครต ทั้งกล่าวพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครตในประเด็นต่างๆ เช่น ปัญหาการอพยพเข้าเมือง แต่ขู่ว่าจะใช้สิทธิ์วีโต้ร่างกฎหมายที่เขาไม่เห็นด้วย
...
#เลือกตั้งกลางเทอม
#สหรัฐฯ
ข่าวทั้งหมด