การประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นประธานการประชุม ส่วนราชการและภาควิชาการที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาแผนรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลาง โดยมีตัวแทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศเข้าร่วม โดยมี นายหทัย ชุณหปราณ ที่ปรึกษาสำนักข่าวกรองแห่งชาติ พล.ต.สุทัศน์ ยุทธภีมผล ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการและการข่าว สำนักนโยบายและแผนกลาโหม นายวรวุฒิ สมุทรกลิน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กระทรวงการต่างประเทศ นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายมาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ นายวันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นายธัชชะ จุลขาด อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล น.ส.ลลิดา หาญวงษ์ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ของโลกที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน มีความผันผวนและความไม่แน่นอนในสถานการณ์ต่างๆ ไม่ว่าในส่วนภูมิภาคใดก็ตาม สมช.ซึ่งมีการเตรียมแผนความพร้อมแห่งชาติอยู่แล้ว แต่ในรายละเอียดของแผนเฉพาะเจาะจงหน่วยงานหรือการดำเนินการต่างๆ ค่อนข้างกว้าง จึงมีแนวคิดทำแนวทางในครั้งนี้ขึ้น โดยพุ่งเป้าไปที่ปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง และแนวทางนี้จะไปใช้ในส่วนอื่นได้ ตนและทีมงานจึงดูรายละเอียดและตั้งธงเป็นฉากทัศน์ต่างๆ ว่าในสถานการณ์ห้วงต่อไปจะมีแนวโน้มอย่างไรบ้าง เพื่อเราจะได้เตรียมการรับมือฉากทัศน์ต่างๆ ที่เราเตรียมการไว้ โดยได้เชิญอาจารย์มาระดมสมองและตั้งข้อสังเกต หลังเสร็จจากงานนี้แล้ว สมช.จะทำในรายละเอียดอีกครั้ง และอาจติดต่อท่านมาร่วมพิจารณาความเหมาะสมหรือต้องเพิ่มเติมอะไรหรือไม่
ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้มีการหารือถึงการทำแผนความมั่นคงในบริบทด้านการเตรียมความพร้อมและการบริหารวิกฤตตระการด้านความมั่นคง เบื้องต้นมีการประเมินวิกฤตที่สำคัญในปัจจุบัน ทั้งสถานการณ์ไทย – กัมพูชา สแกมเมอร์ และคอลเซนเตอร์ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่าน และอิสราเอล รวมถึงสงครามรัสเซีย – ยูเครน
โดยให้มีหลักคิดป้องกันก่อนเกิดเหตุ แบบบูรณาการตั้งแต่สภาวะปกติ โดยให้มีแผนเตรียมความพร้อมแห่งชาติ และแผนบริหารวิกฤตการณ์ เสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่ และการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ เพื่อ 6 เป้าหมาย ประกอบด้วย 1. ประเทศมั่นคงพร้อมรับมือภัยคุกคามตั้งแต่ภาวะปกติ 2. แผนงานโครงการด้านความมั่นคงได้รับการบรรจุในแผนพัฒนาจังหวัด 3. การบูรณาการงบประมาณจากทุกภาคส่วนในสังคม 4. ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 5. ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ และ 6. ฝึกซ้อมการบริหารวิกฤตที่สอดคล้องกับสถานการณ์ความมั่นคงในปัจจุบัน
ข่าวทั้งหมด