ชาวอเมริกันตามรัฐต่างๆ ในสหรัฐอเมริกา ทยอยไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากันอย่างคึกคัก ขณะที่ในรัฐไอโอวา บางจุดเปิดให้ลงคะแนนแบบ Drive-through อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สิทธิ ที่รัฐโอไฮโอ ชาวอเมริกันไปใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในวันสุดท้ายเป็นจำนวนมาก โดยรัฐนี้ถือเป็นหนึ่งในรัฐสมรภูมิหลัก ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคใดจะได้ครองเสียงข้างมากในสภา จาก 7 รัฐที่มีการแข่งขันสูง ผลสำรวจความเห็นระบุว่า พรรคเดโมแครตมีคะแนนนำอยู่ใน 5 รัฐ ได้แก่ แคนซัส, เมน, โอไฮโอ, เทกซัส และอะแลสกา
ล่าสุด ตัวเลขผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศ ทำสถิติพุ่งสูงทะลุ 54 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีผู้เดินทางมาลงคะแนนด้วยตัวเองที่จุดเลือกตั้ง 30 ล้านคน ขณะที่อีก 24 ล้านคนเป็นการส่งบัตรลงคะแนนทางไปรษณีย์ โดยยอดการลงคะแนนเสียงล่วงหน้าในปีนี้ พุ่งสูงจนเกือบเท่ากับจำนวนผู้ลงคะแนนล่วงหน้าทั้งหมดในการเลือกตั้งกลางเทอมปี 2565 โดยมีถึง 23 รัฐที่มียอดผู้มาลงคะแนนล่วงหน้าแซงหน้าสถิติเดิม
ขณะที่ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐ ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยทิ้งท้ายก่อนศึกเลือกตั้งกลางเทอม บริเวณสระน้ำสะท้อนภาพหน้าอนุสรณ์สถานลินคอล์น โดยระบุว่าการเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้สำคัญที่สุดในชีวิตของชาวอเมริกัน แต่การกล่าวปราศรัยครั้งสุดท้ายนี้ ทรัมป์กลับเน้นไปที่การโปรโมตโครงการบูรณะสถานที่ต่างๆ ในเมืองหลวง มากกว่าจะพูดถึงปัญหาเงินเฟ้อ สงครามอิหร่าน และประเด็นอื่นๆ ที่กำลังเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจของผู้ลงคะแนน
ความไม่พอใจของชาวอเมริกันต่อภาวะเศรษฐกิจเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ สวนทางกับคะแนนความนิยมในตัวทรัมป์ที่ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ผลสำรวจความเห็นระบุว่า พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มสูงที่จะแย่งชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรมาได้ ซึ่งมีทั้งหมด 435 ที่นั่ง และมีลุ้นที่จะครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา ซึ่งจะชิงชัยกัน 35 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง ส่วนอีก 65 ที่นั่งที่ไม่ได้เลือกตั้งรอบนี้ แบ่งเป็นเดโมแครต 34 ที่นั่ง และรีพับลิกัน 31 ที่นั่ง
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลทรัมป์ยื่นคำร้องฉุกเฉินต่อศาลสูงสุด ขอให้สั่งแยกและกักบัตรเลือกตั้งทางไปรษณีย์กว่า 20,000 ใบในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยอ้างว่าผู้ลงคะแนนอาจไม่ใช่พลเมืองอเมริกัน โดยก่อนหน้านี้ผู้พิพากษาศาลแขวงได้ปฏิเสธคำขอดังกล่าว และเตือนว่าอาจทำให้ประชาชนเสียสิทธิในการเลือกตั้งกลางเทอม ขณะที่ผู้พิพากษาคนหนึ่งระบุว่า การกระทำของรัฐบาลกลางถือเป็นความพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น
การจัดการเลือกตั้งกลางเทอมรอบนี้ จัดขึ้นท่ามกลางความวิตกกังวลว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งหลังการเลือกตั้ง ซึ่งทั้งจีนและรัสเซียต่างแสดงจุดยืนคัดค้านต่อความเป็นไปได้ที่จะมีการยกระดับความขัดแย้งทางทหารรอบใหม่ ในสงครามที่กำลังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ขณะที่ทรัมป์ใช้โอกาสระหว่างการกล่าวปราศรัย อ้างว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม พร้อมระบุว่าข้อตกลงดังกล่าวมีโอกาสเกิดขึ้นได้จริง
ข่าวทั้งหมด