เดอะการ์เดียนของอังกฤษรายงานวันเสาร์(31 พ.ย)ว่า อ้างอิงการวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยฟลอริดา(University of Florida) พบว่ามาจนถึงเช้าวันเสาร์(31 พ.ย) มีชาวอเมริกันไม่ต่ำกว่า 50.5 ล้านคนออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศ 3 วันก่อนการเลือกตั้งจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันอังคารที่ 3 พ.ย ที่กำลังจะมาถึง ทั้งนี้พบว่าดูเหมือนฐานเสียงพรรคเดโมแครตออกมาใช้สิทธิ์มากถึง 10.7 ล้านคน เปรียบเทียบกับฐานเสียงพรรครีพับลิกันที่ออกมาใช้สิทธิ์ล่วงหน้า 7.8 ล้านคน
สื่อสหรัฐฯรายงานว่า โพลได้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างกว้างขวางต่อความเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯของโดนัลด์ ทรัมป์ และมีการเลือกตั้งแบบผิดปกติในรัฐที่พรรครีพับลิกันชนะอย่างง่ายดาย
ในการเลือกตั้งกลางเทอมรอบนี้ พรรครีพับลิกันต้องปกป้องความเป็นผู้นำในสภาสูงสหรัฐฯ 53 – 47 ที่ซึ่งแผนที่แบทเทิลกราวด์นั้นขยายออกไปอย่างมาก
ในขณะที่พรรคเดโมแครตมีเป้าหมายที่จะได้ชัยในรัฐที่เป็นรัฐสายคอนเซอร์เวตีฟตามธรรมเนียมได้แก่ รัฐเทกซัส รัฐอะแลสกา และแม้กระทั่งรัฐแคนซัสโดยมีเป้าหมายเพื่อคุมวุฒิสภาสหรัฐฯ
รัฐเทกซัสกลายเป็นรัฐเป้าหมายสำหรับเดโมแครต โดยมีผู้ออกมาใช้เสียงโหวตล่วงหน้าแล้วไม่ต่ำกว่า 7 ล้านคน อ้างอิงจากการวิเคราะห์ของมหาวิทยาลัยฟลอริดา เป็นจำนวนมากกว่าตัวเลขผู้มีสิทธิ์ออกเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าในเลือกตั้งกลางเทอมปี 2022 ที่ออกมาใช้สิทธิ์ราว 5.49 ล้านคน
เดอะการ์เดียนชี้ว่า เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯปีนี้จะตัดสินว่าพรรคใดจะสามารถครองเสียงข้างมากในทั้ง 2 สภาได้สำเร็จหรือไม่เพื่อดูทิศทางสงครามอิหร่านและนโยบายของทรัมป์รวมไปถึงความวิตกต่อปัญหาคอร์รัปชันเป็นต้นว่า ผลประโยชน์ทับซ้อน
ปัจจุบันพรรครีพับลิกันคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ วุฒิสภาสหรัฐฯ และทำเนียบขาว
NBC News รายงานวันอาทิตย์(1)ว่า อ้างอิงจากโพลล่าสุดของ NBC พบว่าชาวสหรัฐฯจำนวน 52% ต้องการให้สภาคองเกรสอยู่ในการควบคุมของพรรคเดโมแครต ในขณะที่อีก 44% ต้องการให้สภาคองเกรสสหรัฐฯอยู่ในการควบคุมของพรรครีพับลิกัน
#เลือกตั้งสหรัฐ
ข่าวทั้งหมด